
แจกเกอร์ เอ็มเค ทู ปี 1961 ประมูลบน eBay
วันที่เผยแพร่: 23 พฤษภาคม 2013
หมวดหมู่: ข่าวรถยนต์ใหม่
รถยนต์เป็นสิ่งที่น่าหลงใหลและได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก ไม่ใช่เพียงแค่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จทางเทคโนโลยี แต่ยังเป็นตัวแทนของภูมิปัญญาและวิศวกรรมจากฝีมือมนุษย์ที่ใช้เวลานานหลายทศวรรษ กว่าจะได้มาซึ่งยานพาหนะที่มีศักยภาพและประวัติศาสตร์ยาวนาน
ล่าสุด มีเรื่องราวสุดช็อกที่ทำให้ผู้คนต้องประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อมีการค้นพบรถรุ่น Jaguar Mk II ปี 1961 ขนาดเครื่องยนต์ 3.8 ลิตร ในยุ้งฉางที่รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา รถคันดังกล่าวอยู่ในสภาพขึ้นสนิมและเต็มไปด้วยฝุ่น นอกจากนี้ยังพบร่องรอยความเสียหายจากการชนหรือการซ่อมแซมที่ไม่สมบูรณ์
ผู้ครอบครองคนปัจจุบันเล่าว่า “รถคันนี้ถูกซื้อโดยคนท้องถิ่น ต่อมาเขามอบให้ลูกชายคนโต ซึ่งเข้าประจำการในกองทัพเรือที่รัฐวอชิงตัน หลังจากออกจากราชการ เขาไปเรียนที่วิทยาลัยในวอชิงตัน และยังคงขับรถคันนี้ แต่หลังจากเรียนจบได้สองสัปดาห์ เขาก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ (ไม่ใช่รถคันนี้) จากนั้นพ่อของเขาก็นำรถคันนั้นกลับมา และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดของรถคันนี้”
ผู้ขายบน eBay ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีผู้ประมูลแล้ว 18 ครั้ง โดยราคาเสนอซื้อสูงสุดในขณะนี้อยู่ที่ 1,525 ดอลลาร์สหรัฐฯ
Jaguar C-X75 ต้นแบบไฮเปอร์คาร์จากภาพยนตร์ Spectre ถูกปรับปรุงให้วิ่งบนถนนสาธารณะ
วันที่เผยแพร่: 16 มีนาคม 2024
ข่าวจากสหราชอาณาจักรระบุว่า Jaguar C-X75 รถต้นแบบที่ออกแบบโดย Ian Callum ได้รับการปรับปรุงด้านวิศวกรรมให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ย้อนกลับไปตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 14 ปีที่แล้ว Jaguar C-X75 ได้เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ปารีส ปี 2010 และมีแผนจะเข้าสู่สายการผลิตในเดือนพฤษภาคมปีถัดไป โดยใช้ขุมพลังเบนซิน 1.6 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังรวม 888 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 81.6 กิโลกรัม-เมตร
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ถูกยกเลิกในเดือนธันวาคม 2012 โดย Adrian Hallmark ผู้อำนวยการแบรนด์ระดับโลกในขณะนั้น (ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO ของ Bentley) เห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะเปิดตัวซูเปอร์คาร์ราคา 800,000-1,000,000 ปอนด์ ในช่วงที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวเรื่องมลพิษ
แต่ นั่นไม่ใช่จุดจบของ Jaguar C-X75 ที่มีดีไซน์โดดเด่น คันนี้ มันกลับมาอีกครั้งในภาพยนตร์ “Spectre” ซึ่งเข้าฉายในปี 2015 โดยทำหน้าที่เป็นรถประจำตัวของ Mr. Hinx ตัวร้ายในภาพยนตร์
Williams Advanced Engineering ได้สร้าง Jaguar C-X75 หลายคันเพื่อใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ โดยใช้โครงสร้างหลักแบบ Space Frame ที่ขึ้นรูปจากท่อโลหะ และใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 ซูเปอร์ชาร์จ ความจุ 5.0 ลิตร ของ Jaguar แทนเครื่องยนต์ไฮบริดของรถต้นแบบที่มีความซับซ้อนและต้นทุนสูง
ไม่นานมานี้ นักสะสมรถที่ไม่เปิดเผยชื่อได้ซื้อรถหมายเลข 7 จากรถหลายคันที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ และมอบหมายให้ที่ปรึกษาด้านการออกแบบจากบริษัทของ Callum ปรับปรุงเพื่อให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้ โดยบริษัทมีใบอนุญาตที่สามารถตรวจรับรองรถที่จะใช้งานบนถนนในสหราชอาณาจักร
รถหมายเลข 7 คันดังกล่าวได้รับการปรับปรุงหลายรายการ เช่น การติดตั้งกระจกที่ได้รับการประทับตรารับรอง E-Mark, ลดระดับเสียงของท่อไอเสีย, ติดตั้งแคทาไลติกคอนเวอร์เตอร์, และติดตั้งกระจกมองข้างที่ใช้งานได้จริงแทนกระจกข้างจากโฟมที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ รวมถึงการปรับลดช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนตัวถัง, ถอดสลักแบบปลดเร็วที่ใช้ในการถ่ายทำ, และปรับปรุงผิวชิ้นส่วนตัวรถจากคาร์บอนไฟเบอร์
ใต้เปลือกนอก ได้มีการปรับปรุงระบบรองรับแรงสั่นสะเทือน และปรับระดับความสูงของรถให้เหมาะกับการใช้งานบนถนนสาธารณะ Jaguar C-X75 คันนี้ถูกนำไปจัดแสดงในงาน Bicester Scramble ที่เมือง Oxfordshire เมื่อปลายเดือนเมษายน
Adam Donfrancesco ผู้อำนวยการด้านวิศวกรรมของ Callum กล่าวว่า รถสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์คันนี้นับเป็นดาวเด่นตัวจริง ที่ทำให้ฉากในภาพยนตร์ในตำนาน กลับกลายเป็นความจริงสำหรับผู้ที่หลงใหลในรถคันนี้
เจาะลึกการมาถึงของ Tesla Cybertruck ในปี 2025: จุดเปลี่ยนของตลาดกระบะไฟฟ้าที่รอคอย
บทนำ: อนาคตของการขนส่งที่เปลี่ยนโฉมหน้าใหม่
Tesla Cybertruck ไม่ใช่แค่รถกระบะไฟฟ้าธรรมดา แต่มันคือการปฏิวัติวงการยานยนต์ที่กล้าท้าทายทุกกฎเกณฑ์ การเปิดตัวของ Tesla Cybertruck ในช่วงปลายปี 2025 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดรถกระบะอย่างสิ้นเชิง ด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย ขุมพลังที่เหนือชั้น และความสามารถในการลุยที่คาดไม่ถึง รถรุ่นนี้ได้กลายเป็นกระแสไวรัลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตั้งแต่เปิดตัวจนถึงปัจจุบัน
ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดทางเทคนิค ฟังก์ชันการใช้งาน ข้อดีข้อเสีย และความคุ้มค่าของการลงทุนใน Tesla Cybertruck เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยตัดสินใจได้ว่า รถกระบะไฟฟ้าแห่งอนาคตคันนี้จะตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตนเองได้หรือไม่
ประวัติความเป็นมาและวิสัยทัศน์เบื้องหลังการออกแบบ
Tesla Cybertruck เป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นเอกของ Tesla ที่นำเสนอแนวคิดใหม่สำหรับตลาดรถกระบะ โดย Elon Musk ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ที่จะสร้างรถกระบะที่มีความทนทานสูงและใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การบรรทุกสินค้าหนัก ไปจนถึงการลุยในเส้นทางสมบุกสมบัน ความพิเศษของรถคันนี้คือ การใช้วัสดุ Ultra-Hard 30X Cold-Rolled Stainless Steel เป็นตัวถังภายนอก ทำให้รถมีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อการกัดกร่อน และมีน้ำหนักเบากว่ารถกระบะทั่วไป
การออกแบบรูปทรงเหลี่ยมสันที่โดดเด่นราวกับหลุดออกมาจากโลกอนาคต ได้รับแรงบันดาลใจจากรถในภาพยนตร์แนวไซไฟ (Science Fiction) หลายเรื่อง ซึ่งแตกต่างจากรถกระบะสไตล์คลาสสิกทั่วไปอย่างสิ้นเชิง การออกแบบนี้ไม่เพียงแต่สร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์และความแข็งแรงของโครงสร้างอีกด้วย
ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคและสมรรถนะที่เหนือชั้น
Tesla Cybertruck มาพร้อมกับทางเลือกของระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ดังนี้:
Cybertruck (RWD): รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ให้กำลังสูงสุดประมาณ 450 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.7 วินาที และมีระยะทางวิ่งสูงสุด 402 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานในเมืองและไม่เน้นการบรรทุกหนักมากนัก
Cybertruck All-Wheel Drive (AWD): รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุดประมาณ 600 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 4.3 วินาที และมีระยะทางวิ่งสูงสุด 547 กิโลเมตร เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะที่สูงขึ้นและความสามารถในการลุยที่มากขึ้น
Cybertruck Cyberbeast: รุ่นสมรรถนะสูงสุด ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังสูงสุดประมาณ 845 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 2.7 ว