• Sample Page
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthai.vansonnguyen.com
No Result
View All Result

T1106235_ถ กรางว ล 30 ล าน_Part 2

admin79 by admin79
June 12, 2026
in Uncategorized
0
T1106235_ถ กรางว ล 30 ล าน_Part 2 Lotus Carlton/Omega 2026: เมื่อรถยนต์ครอบครัวกลายเป็นซูเปอร์คาร์ สปอร์ตซีดานทรงพลังที่เกือบถูกแบนโดยรัฐบาลอังกฤษ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 1993 ในมณฑล West Midlands ประเทศอังกฤษ เกิดเหตุการณ์โจรกรรมรถยนต์สุดล้ำค่าออกจากบ้านพักหลังหนึ่ง เจ้าของรถคันดังกล่าวได้เดินทางไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเร่งด่วน และรถยนต์ที่สูญหายคันนั้นก็ไม่ใช่รถธรรมดาทั่วไป หากแต่เป็นรถซีดานสี่ประตูสีเขียวเข้มที่ใครเห็นก็ต้องตะลึง มันคือ Lotus Carlton หนึ่งในผลงานแห่งความร่วมมือระหว่างค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง General Motors (GM) และผู้เชี่ยวชาญด้านรถสปอร์ตอย่าง Lotus Cars ในยุคปัจจุบัน หากนำราคาของ Lotus Carlton/Omega ในยุคปี 1990 มาเทียบเคียงกับมูลค่าในตลาดรถมือสองตอนนี้ จะพบว่ามีราคาที่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เทียบเท่ากับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง Porsche Taycan GTS ในปี 2026 ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเชื่อว่ารถยนต์ครอบครัวธรรมดาๆ จะมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นขนาดนี้! ความจริงอันโหดร้ายในคืนนั้น
หลายเดือนหลังจากเหตุการณ์โจรกรรม ตำรวจอังกฤษยังคงหัวปั่นกับแก๊งอาชญากรกลุ่มหนึ่งที่ก่อเหตุบุกปล้นร้านค้าต่างๆ ในช่วงกลางดึก พวกเขาใช้ Lotus Carlton ทะเบียน 40 RA เป็นอาวุธคู่ใจ พุ่งชนหน้าร้านเพื่อเข้าถึงสินค้ามีค่าได้อย่างรวดเร็ว ปัญหาที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปวดหัวก็คือ แม้ Lotus Carlton จะเป็นรถยนต์ซีดานคันใหญ่ น้ำหนักมาก และออกแบบมาเพื่อความทนทาน แต่ด้วยพละกำลังที่มหาศาล อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่โรงงานเคลมไว้ที่ 5.2 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ประเมินไว้เบื้องต้นที่ 280 กม./ชม. ทำให้รถตำรวจความเร็วสูงอย่าง Vauxhall Senator 3.0 24v ในยุคนั้น กลายเป็นเพียงรถที่วิ่งตามอย่างช้าๆ แม้จะบรรทุกโจร 4 คนและของกลางเต็มรถก็ตาม ทีมตำรวจพยายามติดตามด้วยเฮลิคอปเตอร์ แต่ก็ไม่สามารถตามททัน Lotus Carlton คันนั้นได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสั่นสะเทือนให้กับสื่อมวลชนในอังกฤษเป็นอย่างมาก พวกเขาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมที่รถยนต์บ้านๆ คันหนึ่งจะสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 280 กม./ชม. ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อท้องถนน และมีการเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษสั่งแบน Lotus Carlton ออกจากตลาด อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วข้อเรียกร้องดังกล่าวก็ไม่สำเร็จ เพราะทาง General Motors Europe ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการผลิตรถรุ่นนี้ และเวอร์ชั่นสำหรับตลาดยุโรปแผ่นดินใหญ่อย่าง Lotus Omega ได้ตัดสินใจยุติสายการผลิตไปแล้วตั้งแต่ปี 1992 ถึงแม้จะยุติการผลิตไปนานแล้ว แต่ตำนานของ Lotus Carlton ทะเบียน 40 RA ก็ยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของคนรักรถในอังกฤษมาโดยตลอด และแม้ว่าเจ้าของเดิมจะเคยออกมากล่าวว่ารถคันนี้ถูกทำลายทิ้งไปแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ที่พยายามหาทะเบียน 40 RA มาใส่รถ Lotus Carlton ของตนเอง เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงสุดยอดสปอร์ตซีดานที่เร็วที่สุดในยุคนั้น ที่ไม่มีรถรุ่นใดมาโค่นสถิติได้นานกว่าสิบปี และเร็วเสียจนหลายคนพยายามแบนออกจากท้องถนน แม้จะผลิตไปแล้วก็ตาม วันนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงเบื้องหลังตำนานของ Lotus Carlton/Omega ความร่วมมือระหว่าง Opel/Vauxhall และ Lotus Cars ในการสร้างสรรค์สปอร์ตซีดานระดับ Supercar ที่สมบูรณ์แบบที่สุด! ย้อนอดีต Lotus Cars: จากความรักรถสู่สุดยอดวิศวกร ก่อนจะลงรายละเอียดของ Lotus Carlton/Omega เรามาทำความเข้าใจประวัติของบริษัท Lotus กันก่อน หลายท่านน่าจะทราบดีว่า Lotus Cars เป็นบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Hethel เมือง Norfolk ประเทศอังกฤษ โดยผู้ก่อตั้งคือ Colin Chapman และปัจจุบันอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Geely ประเทศจีน ซึ่งถือหุ้นใหญ่ผ่าน Proton ของมาเลเซีย หลังจากที่ Proton ถือหุ้นใหญ่อยู่นานหลายปี ก่อนหน้านั้น Lotus เคยเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นมาหลายครั้ง Colin Chapman คือผู้บุกเบิกที่เริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยการออกแบบเครื่องบิน ก่อนจะหันมาออกแบบรถยนต์คันแรกในปี 1948 เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันต่างๆ ที่ผุดขึ้นมากมายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง Lotus Cars เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการออกแบบรถยนต์เพื่อการแข่งขัน จนสามารถส่งรถเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกอย่าง Formula 1 ได้ในปี 1958 นอกเหนือจากการแข่งขันแล้ว Lotus Cars ยังเป็นผู้สร้างสรรค์รถยนต์สำหรับ “กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสปอร์ต” จำเป็นต้องแยกความแตกต่างของรถยนต์ Lotus ในยุคแรกออกจากรถสปอร์ตทั่วไป เพราะรถอย่าง Lotus 6 และ Lotus 7 ถือเป็นต้นแบบของ “Kit Car” หรือรถที่ผลิตมาเป็นชิ้นส่วนให้ลูกค้าสามารถนำไปติดตั้งเครื่องยนต์ตามความต้องการ ทั้งด้านกฎระเบียบของการแข่งขัน หรือประสิทธิภาพที่ปรารถนา แม้ในปัจจุบัน Lotus 7 ก็ยังคงถูกผลิตโดยบริษัท Caterham โดยมีการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยจากดีไซน์ดั้งเดิมของ Colin Chapman
ต่อเนื่องมาถึงยุค 1960 และ 1970 Lotus ยังคงผลิต Lotus 7 ควบคู่ไปกับการขยายตลาดสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปมากขึ้น Lotus ได้ออกแบบรถสำเร็จรูปเพิ่มเติม เช่น Lotus Elan, Lotus Europa รวมถึง Lotus Esprit รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางที่โด่งดังไปทั่วโลกจากการปรากฏตัวในภาพยนตร์ชุด James Bond ตอน The Spy Who Loved Me ในปี 1977 แต่ Lotus ยังไม่หยุดแค่นั้น งานบริการเสริมของ Lotus Cars อีกส่วนที่มีความสำคัญคือการเป็น “ที่ปรึกษาด้านการออกแบบ” ให้กับบริษัทรถยนต์อื่นๆ ซึ่งต้องบอกว่าในช่วงนั้น Porsche เองก็เคยให้บริการลักษณะนี้เช่นกัน บริษัทรถสปอร์ตที่มีกำลังการผลิตน้อยมักจะมีงบประมาณจำกัด และไม่อาจทุ่มเงินในการออกแบบสิ่งที่มีต้นทุนสูงอย่างเครื่องยนต์ หรือชิ้นส่วนที่ต้องผลิตจำนวนมากเพื่อลด Economy of Scale ได้ ด้วยเหตุนี้ Lotus Cars จึงรับจ้างบริษัทอื่นในการช่วยพัฒนารถยนต์หรือเครื่องยนต์ ในช่วงที่ Lotus เริ่มผลิตรถสำเร็จรูป Lotus ได้นำเครื่องยนต์ของ Ford มาติดตั้งฝาสูบแบบ Double Overhead Camshaft (DOHC) ซึ่งความร่วมมือนี้ก็นำไปสู่การสร้างรถยนต์ที่ Lotus จับมือกับบริษัทใหญ่ครั้งแรก Ford และ Lotus ร่วมมือกันสร้างรถ โดยใช้พื้นฐานของรถครอบครัว Ford Cortina พร้อมติดตั้งเครื่องยนต์ของ Lotus-Ford ขนาด 1.6 ลิตร และมีเป้าหมายในการแข่งขันทั้งในรายการ Touring Car และทางฝุ่นอย่าง Rally Car ซึ่งรถรุ่นนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำให้ทั้ง Ford และ Lotus เป็นที่รู้จักมากขึ้น Lotus ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้องประสบปัญหาทางการเงินในช่วงทศวรรษ 1980 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ ส่งผลให้รถสปอร์ตราคาแพงที่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย กลายเป็นสิ่งที่ขายได้ยากในชั่วข้ามคืน ในช่วงนี้เอง Lotus เริ่มหาทางร่วมมือกับบริษัทอื่นมากขึ้น เช่น การร่วมมือกับ Toyota ในปี 1982 เพื่อช่วยในการออกแบบรถสปอร์ตอย่าง Toyota Celica XX รวมถึงให้แนวคิดในการสร้าง Toyota MR2 AW11 รุ่นแรกด้วย โดย Lotus สามารถใช้ระบบเกียร์และชิ้นส่วนอื่นๆ ของ Toyota ในการผลิตรถสปอร์ตของตัวเองทั้ง Lotus Excel และ Lotus Esprit เช่น สวิตช์ปุ่มต่างๆ ระบบเกียร์ ไฟท้าย เป็นต้น นอกจากนี้ Colin Chapman ยังได้ร่วมมือกับ John Z. Delorean ผู้ก่อตั้งบริษัท DMC Delorean ที่หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ รถรุ่นนี้ใช้โครงสร้างพื้นฐานจาก Lotus Esprit (อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมของ DMC Delorean ได้ที่ Link 1 และ Link 2) น่าเสียดายที่ความร่วมมือกับ Delorean ในครั้งนี้ กลับกลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ Colin Chapman ต้องเผชิญข้อกล่าวหาว่ายักยอกเงินทุนจากรัฐบาลอังกฤษที่สนับสนุนการสร้างโรงงานในไอร์แลนด์เหนือ เขาทนต่อแรงกดดันไม่ไหวและจากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 1982 ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน แม้ผู้ก่อตั้งจะจากไปแล้ว แต่บริษัทต้องเดินหน้าต่อ กลุ่มทุนใหม่ๆ ได้เข้ามาซื้อหุ้นเพื่อพยุงกิจการ
ในเดือนมกราคม ปี 1986 Lotus Cars ได้ถูกขายกิจการให้กับทาง General Motors (GM) เพื่อนำทุนมาสนับสนุนการพัฒนารถรุ่นใหม่ๆ ต่อไป
Previous Post

T1106234_ท ด นแม ให 5 ไร … ผ_Part 2

Next Post

T1106205_น องสาวเคยให พ นอ_Part 2

Next Post

T1106205_น องสาวเคยให พ นอ_Part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1206510_ล กสะใภ ไม ร ว าแม_part 2
  • T1206509_ขายหม ป งส งผ วจน_part 2
  • T1206508_เป นแม คร วทำงานมา_part 2
  • T1206507_เด กเก บขยะท ป_part 2
  • T1206506_ว นน นเธอเหล อเง น_part 2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • June 2026
  • May 2026
  • April 2026
  • March 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.