![[ครบชุด] T1706104_เธอโยนแฟ มหน 5 ล_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260717_095659.jpg)
Lotus ผงาดสู่ยุคไฟฟ้าเต็มรูปแบบ: ผู้เล่นใหม่ “เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ” ปลุกตลาดสปอร์ตคาร์สุดหรูแห่งทศวรรษ 2020
ภาพรวมตลาดสปอร์ตคาร์ในประเทศไทยปี 2026: การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่สู่อนาคตพลังงานสะอาด
ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ ภายใต้แรงกดดันจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมโลก และกระแสความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจ ‘ความยั่งยืน’ มากกว่าเดิม ผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่ายจึงต้องเร่งปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ สปอร์ตคาร์หรูสมรรถนะสูงเองก็ไม่สามารถยืนหยัดอยู่บนเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ได้อีกต่อไป
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นสปอร์ตคาร์สัญชาติอังกฤษอย่าง Lotus ได้รับการพลิกโฉมครั้งใหญ่หลังถูกซื้อกิจการโดย Geely บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งนำมาสู่การประกาศ “ยุทธศาสตร์ไฟฟ้า 100%” (Electrification Strategy) ที่จะเปลี่ยนผ่านแบรนด์จากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง สู่การเป็นผู้นำตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงไร้ไอเสียอย่างเต็มตัว การกลับมาอย่างเป็นทางการอีกครั้งของ Lotus ในประเทศไทย ภายใต้การนำเข้าของ เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวโชว์รูมใหม่ แต่เป็นสัญญาณเตือนให้ตลาดสปอร์ตคาร์ได้เตรียมรับการปฏิวัติครั้งนี้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดสปอร์ตคาร์ในไทยได้เผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้เล่นรายใหญ่จากเยอรมนีอย่าง Porsche ได้เข้ามาทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้แบรนด์คู่แข่งทั้งฝั่งยุโรปและเอเชียต้องปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็เริ่มมองหารถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกซื้อสปอร์ตคาร์พลังงานไฟฟ้า ที่มีอัตราเร่งทันใจ และไม่ปล่อยมลพิษ
การกลับมาของ Lotus ในไทย: ภายใต้โครงสร้างผู้จัดจำหน่ายใหม่
การกลับมาของ Lotus ในประเทศไทยเกิดขึ้นภายใต้การบริหารงานของ “เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ” ซึ่งถือเป็นดีลเลอร์รายสำคัญของแบรนด์วอลโว่ในปัจจุบัน ด้วยความได้เปรียบทางด้านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านยนตรกรรมระดับสูง รวมถึงการมีสถานีให้บริการครบวงจรที่หัวหมาก ทำให้การขยายไลน์ธุรกิจมาสู่การเป็นผู้จัดจำหน่ายและนำเข้ารถยนต์แบรนด์ Lotus ถือเป็นการต่อยอดทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการที่ทันสมัยตั้งอยู่ชั้นบนของโชว์รูมวอลโว่ หัวหมาก ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของบริษัทในการบุกตลาดสปอร์ตคาร์ระดับพรีเมียม
ผู้บริหารของเวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ได้ให้ข้อมูลว่า การลงทุนในการจัดตั้งโชว์รูมใหม่นั้น ได้คำนึงถึงมาตรฐานระดับโลกของแบรนด์ Lotus ซึ่งจะมีการตกแต่งตาม CI (Corporate Identity) ที่ทันสมัย เพื่อมอบประสบการณ์ระดับ “Best in Class” ให้แก่ลูกค้า การดำเนินการนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในประเทศไทย
เจเนอเรชันสุดท้ายของเครื่องยนต์สันดาป: Lotus Elise และ Lotus Exige
ในช่วงเริ่มต้นของการทำตลาดในประเทศไทยภายใต้การบริหารงานของเวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ทางบริษัทได้นำเข้ารถยนต์ 2 รุ่นที่ถือเป็นตำนานของแบรนด์ นั่นก็คือ Lotus Elise และ Lotus Exige โดยรถทั้งสองรุ่นนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็น “Final Edition” หรือ “เจเนอเรชันสุดท้าย” ของสปอร์ตคาร์ขับเคลื่อนล้อหลังที่ใช้ขุมพลังเบนซิน ก่อนที่ทางแบรนด์จะเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้
แม้ว่า Lotus Elise และ Lotus Exige จะไม่ได้มีขุมพลังที่ทันสมัยที่สุดอีกต่อไป แต่ความโดดเด่นของรถทั้งสองรุ่นนี้อยู่ที่น้ำหนักตัวที่เบามาก การตอบสนองของระบบบังคับเลี้ยวที่เฉียบคม และประสบการณ์การขับขี่ที่ดิบและเร้าใจ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ Lotus มาตั้งแต่ในอดีต ในช่วงปี 2026 การเปลี่ยนแปลงของตลาดทำให้ความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงเปลี่ยนไป ผู้บริโภคที่ต้องการ “รถสปอร์ตคันสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป” จึงเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของรถทั้งสองรุ่นนี้ ซึ่งทางเวิร์นส์ ออโตโมทีฟ มั่นใจว่าจะมีฐานลูกค้าจำนวนมากในประเทศไทยที่ต้องการครอบครองรถยนต์ระดับตำนานนี้ไว้ในครอบครอง
“โชว์รูมโลตัสมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม และคาดว่าจะภายในเดือนสิงหาคม 2564 จะเปิดตัวอย่างเป็นทาง โดยรถที่เตรียมนำเข้ามาทำตลาดในช่วงแรกคือ Elise และ Exige รุ่น Final edition ซึ่งมีจำหน่ายในจำนวนจำกัด” นายธีรพงศ์ รอดลอย ผู้จัดการทั่วไป เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทยกล่าวถึงความคืบหน้า
Lotus Evija: ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า 2,000 แรงม้า และทิศทางอนาคตของ Lotus
นอกเหนือจากการจำหน่าย Lotus Elise และ Lotus Exige แล้ว เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ยังได้เตรียมนำเสนอรถยนต์ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของ Lotus อย่างเต็มตัว นั่นคือ Lotus Evija ซึ่งถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของสปอร์ตคาร์พลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ ไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปฏิวัติเทคโนโลยีของแบรนด์ แต่ยังถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของสมรรถนะยานยนต์ในปัจจุบัน
Lotus Evija ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นรถยนต์ที่แรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Lotus ด้วยพละกำลังสูงสุดถึง 2,000 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,700 นิวตันเมตร ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทำได้ต่ำกว่า 3.0 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขุมพลังอันมหาศาลนี้ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 70 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 346 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง ไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางเทคโนโลยีของ Geely ในการพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าสมรรถนะสูง
“ล่าสุด โลตัสเปิดตัว Lotus Evija ไฮเปอร์คาร์ EV ที่ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า บริษัทเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคใหม่ของระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ทั้งยังเป็นรถที่แรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลตัส หากนำเข้ามาขายในเมืองไทย คาด Lotus Evija ราคาเกิน 100 ล้านบาทแน่นอน” นายธีรพงศ์ กล่าวเสริม
สำหรับไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้ หากมีการนำเข้ามาขายในประเทศไทย คาดการณ์ว่าจะมีราคาจำหน่ายสูงกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่สะท้อนถึงความพิเศษของเทคโนโลยี ความหายาก และสมรรถนะอันเหนือชั้นของ Lotus Evija ในช่วงปี 2026 การลงทุนในรถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์ถือเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่าสำหรับบริษัทที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำในตลาดสปอร์ตคาร์ระดับบน
การเดินหน้าของสปอร์ตคาร์รุ่นใหม่: Lotus Emira และการเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคไฟฟ้า
ภายใต้แผนการในระยะยาวของ Lotus คือการเปลี่ยนแปลงไปสู่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2571 (2028) ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่เต็มรูปแบบนั้น ทางแบรนด์ยังได้เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่วางเครื่องยนต์เบนซิน (ไม่ใช่ขุมพลังไฮบริด) นั่นคือ Lotus Emira ซึ่งได้เผยโฉมครั้งแรกในโลกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 โดย Lotus Emira ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้อยู่ในระดับเดียวกับ Porsche 911 ซึ่งถือเป็นรถสปอร์ตระดับตำนานที่มีฐานลูกค้าอยู่ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก
การเปิดตัว Lotus Emira เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Lotus ที่จะรักษา DNA แห่งการขับขี่สไตล์สปอร์ตไว้ แม้ว่าจะกำลังก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าก็ตาม การออกแบบที่ดุดัน ผสานกับสมรรถนะที่เหนือชั้น ทำให้ Lotus Emira เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองในตลาดสปอร์ตคาร์ระดับพรีเมียม
ในช่วงปี