![[ครบชุด] T2007325_ไฮโซปากร าย EP.15_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260720_152908.jpg)
บทความต้นฉบับ (ภาษาไทย):
ชมบูท Lotus โชว์ Elise Sport 220/Exige Sport 350 ล็อตสุดท้าย พร้อมเปิดจอง Emira รถน้ำมันรุ่นสุดท้ายของโลตัส
Salin
Salin
·
2021-12-08 05:16:25
โลตัส คาร์ ไทยแลนด์ ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย ได้มาจัดแสดง Lotus (โลตัส) แบรนด์รถสปอร์ตพรีเมียมสัญชาติอังกฤษ ในงาน Motor Expo 2021 ในวันที่ 1-12 ธ.ค. นี้
โดยรถยนต์ที่จัดแสดงในบูธมีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ Lotus Elise Sport 220 และ Exige Sport 350 ซึ่งทั้งสองรุ่นเป็นล็อตสุดท้ายรวมกันเหลือเพียง 6 คันเท่านั้น รีบจองก่อนหมดแล้วหมดเลย และทางโลตัสยังเปิดจอง Lotus Emira รถสปอร์ตทำสถิติยอดจองถล่มทลายมาแล้วทั่วโลกด้วยราคาเริ่มต้น 11.9 ล้านบาท ในจำนวนจำกัดเพียง 6 คันเท่านั้น
… (รายละเอียดรุ่นรถ) …
บทความใหม่ (ภาษาไทย – ฉบับทางการ):
อัปเดตล่าสุด 2026: LOTUS เอ็มรา รถสปอร์ตน้ำมันรุ่นสุดท้าย! (เปิดจองรุ่นจำกัดก่อนไฟฟ้า 100%)
เผยกลยุทธ์เปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้า: เมื่อ “โลตัส เอ็มรา” กลายเป็นไอเท็มสะสมสำหรับนักเลงรถยุคใหม่
ในอุตสาหกรรมยานยนต์ปัจจุบันที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคไร้เครื่องยนต์สันดาปอย่างเต็มตัว แบรนด์รถสปอร์ตสัญชาติอังกฤษอย่าง “โลตัส” (Lotus) กำลังเผชิญกับช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ 78 ปี การเปิดตัว Lotus Emira ในฐานะ “รถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปรุ่นสุดท้าย” ก่อนเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า 100% ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดตัวโมเดลใหม่ แต่เป็นการประกาศหมดยุคของแบรนด์ที่ยืนหยัดด้วยหลักการ “Light is Right” ที่ยึดโยงกับความบริสุทธิ์ของการควบคุมและสมรรถนะการขับขี่มาอย่างยาวนาน
สำหรับตลาดประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานโดย บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย (Wurth Automotive) ได้ดำเนินกลยุทธ์การนำเข้าอย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะการนำ Lotus Elise Sport 220 และ Exige Sport 350 ล็อตสุดท้ายเข้ามาจำหน่าย ก่อนที่จะเดินหน้าเต็มสูบกับการขยายฐานลูกค้าด้วย Lotus Emira ซึ่งเป็นโมเดลสำคัญที่จะเชื่อมโยงฐานลูกค้าเดิมของโลตัสกับแนวทางการพัฒนายานยนต์สมัยใหม่ของบริษัทแม่ในเครือ Geely
##Lotus Emira: ไอคอนแห่งการสิ้นสุดยุคแอนะล็อก
Lotus Emira ได้รับการยกย่องว่าเป็น “รถยนต์สายพันธุ์แท้รุ่นสุดท้าย” ที่ผลิตโดยแบรนด์โลตัส ก่อนที่จะเปลี่ยนสายการผลิตหลักไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (Hyper-EVs) ภายในปี 2573 โดยตัวรถได้รับการออกแบบให้เป็น ‘All-New Compact Sports Car’ ที่รวมเอาเอกลักษณ์ของแบรนด์ดั้งเดิมไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักเบา โครงสร้างแชสซีอลูมิเนียม และการบังคับควบคุมที่เฉียบคม แต่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่และงานประกอบที่ประณีตกว่าเดิม
ขุมพลังและสมรรถนะ (2026 Update)
แม้ว่า Lotus Emira จะเปิดตัวในตลาดด้วยเครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร (ร่วมกับ Toyota) ซึ่งให้กำลังสูงสุดถึง 400 แรงม้า และทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 4.2 วินาที แต่สิ่งสำคัญที่น่าจับตามองในเชิงการลงทุนและการเปลี่ยนแปลงของตลาดปี 2566 คือการที่โลตัสได้เปิดตัว “Emira I4” ที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร พ่วงระบบเทอร์โบชาร์จ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับลูกค้าที่ต้องการเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ Mercedes-AMG พร้อมด้วยระบบส่งกำลังที่หลากหลายมากขึ้น
สิ่งที่ควรพิจารณาในปี 2566:
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: การสั่งจอง Lotus Emira ในช่วงปี 2565-2566 อาจมีความผันผวนจากค่าเงิน ทำให้ราคา 7-8 ล้านบาท หรือ 11.9 ล้านบาท สำหรับรุ่นพิเศษ (First Edition) อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน
ความต้องการสะสม (Collector’s Item): ด้วยสถานะ “รถน้ำมันรุ่นสุดท้าย” Emira จึงถูกมองเป็นสินทรัพย์ที่น่าสะสม ทำให้ราคามือสองอาจมีแนวโน้มสูงขึ้นในตลาดรองในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
กลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านของแบรนด์โลตัส
ภายใต้การบริหารงานของ Geely Group บริษัทแม่ในประเทศจีน โลตัสกำลังผลักดันการพัฒนารถยนต์ 4 รุ่นใหม่ ที่จะเป็นยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยเริ่มจากการเปิดตัว Type 132 (E-Segment SUV) ในปี 2566 ตามมาด้วย Type 133 (E-Segment 4-Door Coupe), Type 134 (D-Segment SUV) และ Type 135 (Sport Coupe) การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของแบรนด์ที่จะเข้าสู่ตลาดรถยนต์พรีเมียมระดับโลกอย่างเต็มตัว ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อราคาและคุณค่าของรถยนต์รุ่นเก่าที่กำลังจะกลายเป็นตำนาน
Lotus Elise และ Exige: รุ่นสุดท้ายที่ไม่ควรพลาด (Final Edition)
ในตลาดประเทศไทย ทาง เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ได้นำเสนอ Lotus Elise Sport 220 และ Exige Sport 350 ซึ่งเป็น “รถล็อตสุดท้าย” ที่จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยก่อนที่โลตัสจะยุติสายการผลิตรถยนต์เหล่านี้อย่างสมบูรณ์
Lotus Elise Sport 220: หัวใจแห่งความเบา
รถสปอร์ตสองประตูคันนี้ยังคงยึดมั่นในหลักการออกแบบดั้งเดิมของโคโลิน แชปแมน (Colin Chapman) ด้วยแชสซีอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษร่วมกับตัวถังที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อสร้างแรงกด (Downforce) ทำให้รถมีความเสถียรสูงขณะใช้ความเร็วสูง
ราคาเปิดตัว: 5,390,000 บาท
จำนวนจำกัด: 3 คันสุดท้าย
จุดเด่น: โครงสร้างน้ำหนักเบา, เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ, ระบบกันสะเทือน Double Wishbone
Lotus Exige Sport 350: สมรรถนะดิบที่ยังคงตรึงใจ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะที่เหนือกว่า Elise Sport 220 คือตัวเลือกของ Exige Sport 350 ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 345 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ทำให้รถเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 274 กม./ชม.
ราคาเปิดตัว: 9,290,000 บาท
จำนวนจำกัด: 3 คันสุดท้าย
จุดเด่น: เครื่องยนต์ V6 สมรรถนะสูง, แท่นเกียร์ Manual อลูมิเนียมน้ำหนักเบา, พวงมาลัยที่แม่นยำเฉียบคม
การลงทุนในรถสปอร์ตระดับตำนาน (Investment in Classic Sports Cars)
สำหรับนักลงทุนในตลาดรถยนต์พรีเมียม การซื้อรถสปอร์ตล็อตสุดท้ายจากโลตัสในช่วงปี 2564-2566 ถือเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่น่าสนใจ โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา ดังนี้
มูลค่าของ ‘สินทรัพย์สุดท้าย’ (Value of the Final Asset)
ในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง รถรุ่นสุดท้ายที่ผลิตก่อนการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี (เช่น การเปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปเป็นไฮบริดหรือไฟฟ้า) มักจะถูกมองว่ามีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Value) และการลงทุนในระยะยาว (Long-term Investment) การซื้อ Lotus Elise หรือ Exige ล็อตสุดท้ายจึงไม่ต่างจากการซื้อ ‘ของสะสม’ (Collectible) ซึ่งมูลค่าในตลาดรองอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
แนวทางการ