![[ครบชุด] T2007131_บมาในช ว ต_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260721_084334.jpg)
โลตัส คาร์ ประเทศไทย ปรับทัพกลยุทธ์ มุ่งสู่ยุคใหม่แห่งความแรงและอิเล็กทริก – เปิดตัว Emira สปอร์ตคาร์รุ่นสุดท้ายก่อนเข้าสู่สมัยแห่งพลังงานไฟฟ้า 100%
ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% แบรนด์สปอร์ตคาร์ระดับตำนานอย่าง Lotus (โลตัส) ก็กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่แห่งประวัติศาสตร์ ในงานมหกรรมยานยนต์ Thailand International Motor Show 2021 นี้ โลตัส คาร์ ไทยแลนด์ ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย จึงได้นำทัพขบวนรถสปอร์ตสุดคลาสสิกมาจัดแสดง โดยเน้นย้ำถึงการเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป (Internal Combustion Engine – ICE) ก่อนจะเดินหน้าเข้าสู่ยุคของ “EV Era” เต็มรูปแบบ
บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ Lotus อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปี 2564 เพื่อรุกตลาดรถยนต์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษอย่างเต็มรูปแบบ การกลับมาของแบรนด์โลตัสในครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการนำเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษหรือรถค้างสต็อกเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ (Brand Awareness) และฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นสำหรับอนาคต
ไฮไลท์ในบูธ: การอำลาความแรงแห่งเครื่องยนต์สันดาป
การมาปรากฏตัวของโลตัสในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ สร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มผู้ที่หลงใหลในรถสปอร์ตสายพันธุ์แท้เป็นอย่างมาก โดยรถยนต์ที่จัดแสดงและนำเสนอในบูธประกอบด้วย 2 รุ่นหลัก ได้แก่ Lotus Elise Sport 220 และ Lotus Exige Sport 350 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็น “ล็อตสุดท้าย” ที่ผลิตออกมาจำหน่ายในระดับโลก ก่อนที่จะยุติสายการผลิตอย่างเป็นทางการในประเทศอังกฤษ เพื่อเตรียมเปิดทางให้กับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (High-Performance Electric Vehicle)
Lotus Elise Sport 220 (สุดท้าย 3 คัน)
Elise คือชื่อแรกที่ผู้คนจะนึกถึงเมื่อพูดถึง “รถโลตัส” ด้วยปรัชญาการออกแบบที่เน้นความเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ (The Ultimate Driving Machine) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด Lotus Elise Sport 220 เป็นรถสปอร์ต 2 ประตู น้ำหนักเบาเพียง 900 กิโลกรัม โดยหัวใจหลักของความคล่องแคล่วคือโครงสร้างตัวถังแบบอะลูมิเนียม (Aluminum Chassis) ที่มีน้ำหนักเพียง 68 กิโลกรัม ประกอบกับการออกแบบอากาศพลศาสตร์ที่พิถีพิถัน เพื่อสร้างแรงกด (Downforce) ให้รถเกาะถนนเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความมั่นใจในการเข้าโค้ง
ขุมพลังภายใต้ฝากระโปรงของ Elise Sport 220 คือเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.8 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ ซึ่งสามารถรีดพละกำลังออกมาได้ถึง 217 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร แม้จะดูน้อยเมื่อเทียบกับรถซูเปอร์คาร์ทั่วไป แต่เมื่อผนวกกับน้ำหนักตัวที่เบามาก ทำให้รถคันนี้มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนัก (Power-to-Weight Ratio) ที่น่าทึ่ง สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 4.2 วินาที
นอกจากสมรรถนะแล้ว ระบบช่วงล่างแบบ Double Wishbone ที่พัฒนาขึ้นเองของโลตัส ยังช่วยให้รถมีการควบคุมที่เฉียบคมและแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ ขณะที่ระบบ Lotus Dynamic Performance Management (Lotus DPM) ทำหน้าที่ควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (Traction Control) ให้ความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่ในสถานการณ์คับขัน
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมของโลตัส Lotus Elise Sport 220 มีจำหน่ายเพียง 3 คันสุดท้ายในราคาเริ่มต้นที่ 5,390,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่น่าสนใจสำหรับนักสะสมที่ต้องการครอบครองหนึ่งในสปอร์ตคาร์ที่ทำลายสถิติความเบาและความคล่องแคล่วของโลก
Lotus Exige Sport 350 (สุดท้าย 3 คัน)
หาก Elise คือความเบาและความบริสุทธิ์ Exige คือพละกำลังและความดุดัน Lotus Exige Sport 350 เป็นรถสปอร์ตขนาดกะทัดรัดที่ได้รับการอัปเกรดสมรรถนะให้เหนือกว่ารุ่นพื้นฐาน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่ต้องการความเร็วและเสียงคำรามของเครื่องยนต์อย่างแท้จริง
หัวใจของ Exige Sport 350 คือเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ ที่สามารถผลิตกำลังได้สูงสุดถึง 345 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่านี้ ทำให้รถคันนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 274 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สิ่งที่น่าสนใจอีกประการของ Lotus Exige Sport 350 คือการเป็นรถโลตัสรุ่นแรกที่นำแท่นเกียร์แบบแมนวลอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบามาใช้ ซึ่งช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ตอบสนองความรู้สึกสปอร์ตดิบๆ ที่ผู้ขับขี่ต้องการ
สำหรับ Lotus Exige Sport 350 มีจำหน่ายในจำนวนจำกัดเพียง 3 คันสุดท้ายในราคา 9,290,000 บาท ถือเป็นการปิดตำนานรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปของโลตัสในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
การเดินหน้าสู่ยุคใหม่: เปิดตัว Lotus Emira (พร้อมกระแสตอบรับที่น่าทึ่ง)
แม้ว่า Lotus Elise และ Exige จะกำลังจะสิ้นสุดยุคสมัย แต่โลกของโลตัสไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น การมาของรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Lotus Emira คือคำตอบของอนาคต Lotus Emira ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้กลยุทธ์ใหม่ของแบรนด์ ที่มุ่งเน้นการเป็นสปอร์ตคาร์ระดับโลกที่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน (Daily Usability) โดยยังคงไว้ซึ่ง DNA แห่งสมรรถนะของโลตัส
ในช่วงของการเปิดตัว Lotus Emira ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ ด้วยจำนวนยอดจองที่ถล่มทลายทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์โลตัส และความต้องการสปอร์ตคาร์ที่มีดีไซน์ล้ำสมัย ขุมพลังอันทรงพลัง และการควบคุมที่เหนือชั้น Emira ใช้เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร จาก Toyota ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 4.2 วินาที และทำความเร็วได้สูงสุด 288 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สิ่งที่น่าประทับใจอย่างยิ่งคือ การเปิดให้สั่งจอง Lotus Emira ในจำนวนจำกัดเพียง 6 คันเท่านั้นในงานนี้ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 11,900,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่น่าสนใจสำหรับสปอร์ตคาร์ระดับพรีเมียมที่มีสมรรถนะสูงเช่นนี้
กลยุทธ์สู่ตลาดไทย: การเตรียมพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
สิ่งที่น่าจับตามองในอนาคตคือ การเปิดตัวรถสปอร์ตไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต แม้ว่าในงานนี้จะยังไม่ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่บริษัทฯ กำลังเร่งพัฒนากลยุทธ์เพื่อนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าใหม่ 4 รุ่นภายใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่างเต็มตัว โดยเริ่มจากเอสยูวี Type 132 ซึ่งมีแผนเปิดตัวในปี 2566
ภายใต้การบริหารงานของ เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย คาดว่าจะได้เห็นการขยายตัวของแบรนด์โลตัสในหลายด้าน นอกจากการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่แล้ว บริษัทยังได้เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการบนถนนรามคำแหง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีรามคำแหง มีพื้นที่รวมกว่า 400 ตารางเมตร สามารถรองรับรถเข้าซ่อมบำรุงได้ 150 คันต่อปี ถือเป็นการเตรียมความพร้อมด้านบริการหลัง