![[ครบชุด] T2007128_นคนเร มความค ดน_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260722_082539.jpg)
โลตัสประกาศศักดาในไทย: ส่งไม้ต่อตำนานสปอร์ตเครื่องสันดาปสู่ยุคใหม่ไฟฟ้า 100% – เปิดจอง Emira ล็อตสุดท้าย
พาดหัว: Lotus: ส่งท้ายตำนานสปอร์ตเครื่องสันดาปสู่ยุคปฏิวัติไฟฟ้า – เปิดจอง Emira ล็อตแรกในไทย
บทนำ:
ในโลกยานยนต์ที่กำลังก้าวเข้าสู่การปฏิวัติสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ แบรนด์ซูเปอร์คาร์สัญชาติอังกฤษอย่าง Lotus กำลังส่งสัญญาณครั้งใหญ่ในประเทศไทย ด้วยการยุติการผลิตและขายรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เพื่อหันมาโฟกัสที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเต็มตัว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการ “ปิดฉากยุคทอง” ของรถสปอร์ตในตำนานอย่าง Elise และ Exige พร้อมกับ “เปิดมิติใหม่” ด้วยการนำเสนอ Lotus Emira ซึ่งเป็นรถยนต์เครื่องสันดาปขับหลังรุ่นสุดท้ายของแบรนด์ พร้อมการเปิดตัวสู่ตลาดโลกของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ได้ถูกเผยออกมาในงาน Motor Expo 2026 ที่ผ่านมา โดย Lotus Cars ประเทศไทย (ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย) ได้นำ Lotus Emira (รุ่น First Edition) มาเปิดจองในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ ที่ต้องการครอบครองรถสปอร์ตที่ใช้เครื่องยนต์น้ำมันรุ่นสุดท้าย ก่อนที่แบรนด์จะเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่แห่งขุมพลังไฟฟ้า 100%
การส่งมอบมรดก: Elise และ Exige รถสปอร์ตแห่งตำนาน
ในงาน Motor Expo 2026 ทาง Lotus Cars ประเทศไทย ได้นำเสนอรถยนต์สปอร์ตระดับตำนาน 2 รุ่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป ได้แก่ Lotus Elise Sport 220 และ Lotus Exige Sport 350 ซึ่งเป็นรถยนต์ล็อตสุดท้ายที่จะวางจำหน่ายในประเทศไทย การปรากฏตัวของรถทั้งสองรุ่นนี้เปรียบเสมือนการ “อำลา” แฟนๆ ก่อนที่แบรนด์จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่เต็มรูปแบบ
Lotus Elise Sport 220
Lotus Elise Sport 220 ถือเป็นไอคอนของแบรนด์ที่ได้รับคำชื่นชมมายาวนาน ด้วยจุดเด่นเรื่องน้ำหนักที่เบามาก เพียง 68 กิโลกรัม สำหรับตัวถังแชสซีอลูมิเนียม ผสานกับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่สร้างแรงกด (Downforce) ทั่วทั้งคัน ทำให้ลดแรงต้านลมและเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
หัวใจของ Elise Sport 220 คือเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 1.8 ลิตรซูเปอร์ชาร์จ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 217 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.2 วินาที แม้จะมีการปล่อยไอเสียที่ 173 กรัมต่อกิโลเมตร แต่เทคโนโลยีแชสซีอลูมิเนียมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานตามแบบฉบับโลตัส
รถคันนี้ยังมาพร้อมระบบกันสะเทือนแบบ Double Wishbone ทั้งสี่ล้อ และระบบ Lotus DPM (Dynamic Performance Management) เอกสิทธิ์ของแบรนด์ ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำในทุกจังหวะความเร็ว
สำหรับผู้ที่สนใจในประเทศไทย สามารถหาซื้อ Lotus Elise Sport 220 ในราคาพิเศษเพียง 5,390,000 บาท ซึ่งถือเป็นโอกาสสุดท้ายในการครอบครองรถสปอร์ตในตำนานของโลตัสรุ่นนี้ ก่อนที่สต็อกสินค้าจะหมด
Lotus Exige Sport 350
ในทางกลับกัน Lotus Exige Sport 350 เป็นรุ่นที่มีสมรรถนะสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตรซูเปอร์ชาร์จ ที่ทรงพลังด้วยกำลังสูงสุด 345 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ทำให้รถสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 274 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Exige Sport 350 เป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลตัสที่ติดตั้งแท่นเกียร์แบบเกียร์ธรรมดา (Manual) บนโครงสร้างอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ซึ่งช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์มีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดิบและสนุกสนานอย่างแท้จริง
เช่นเดียวกับ Elise Sport 220 รถ Exige Sport 350 ก็ถือเป็นล็อตสุดท้ายที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ด้วยจำนวนจำกัดเพียง 3 คันเท่านั้น ในราคา 9,290,000 บาท
การเปิดจอง Lotus Emira: รถสปอร์ตน้ำมันรุ่นสุดท้ายสู่ยุคใหม่ไฟฟ้า 100%
ในงาน Motor Expo 2026 ทาง Lotus Cars ประเทศไทย ได้ประกาศเปิดจอง Lotus Emira ซึ่งถือเป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปขับหลังรุ่นสุดท้ายของแบรนด์ ก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเต็มรูปแบบ
Lotus Emira รุ่น First Edition มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 400 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ทำให้รถสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 4.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 288 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แม้ว่าทาง Lotus จะไม่ได้นำ Emira มาจัดแสดงจริงในงาน Motor Expo 2026 แต่ผู้สนใจสามารถจองรถรุ่นนี้ได้ในจำนวนจำกัดเพียง 6 คันเท่านั้น ในราคาเริ่มต้น 11,900,000 บาท
ประวัติและแผนพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า 100% ในอนาคต
โลตัส ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2491 โดยโคลิน แชปแมน (Colin Chapman) และสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองฮีเทล ในนอร์โฟล์ก ประเทศอังกฤษ โดยเน้นการผลิตรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงและรถแข่ง ปัจจุบันเป็นธุรกิจในเครือ Geely ของจีน (หลังจาก Geely เข้าซื้อกิจการ Proton ของมาเลเซีย และได้โลตัสมาด้วย)
ในช่วงที่ผ่านมา Lotus ได้ประกาศแผนพัฒนารถยนต์ใหม่เพื่อตอบรับกระแสความต้องการของตลาดโลก ด้วยการพัฒนารถยนต์สปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% 4 รุ่นใหม่ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเริ่มจากรถยนต์ SUV ในกลุ่ม E-Segment ชื่อรุ่น Type 132 ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปี 2566 (หลังจากนั้นต่อด้วยรถยนต์ Type 133 ซึ่งเป็นรถยนต์ 4 ประตูในกลุ่ม E-Segment, Type 134 ซึ่งเป็นรถยนต์ SUV ในกลุ่ม D-Segment และ Type 135 ซึ่งเป็นรถยนต์สปอร์ตคูเป้)
สำหรับประเทศไทย Lotus มีความมุ่งมั่นในการขยายแบรนด์ให้เติบโตในฐานะตลาดที่ 3 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้การดูแลของ เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ กรุ๊ป รองจากฮ่องกงและสิงคโปร์
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่ของ Lotus ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเรื่องขุมพลังเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงในสายผลิตภัณฑ์และการตลาด แผนการตลาดของ Lotus Cars ประเทศไทย ยังรวมถึงการเปิดตัวรถยนต์ Lotus Emira ในปี 2565 (โดยช่วงแรกราคาจะอยู่ในช่วงประมาณ 7-8 ล้านบาท) รวมถึงรถยนต์ไฮเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้า Evija ที่มีกำลังกว่า 2,000 แรงม้า ซึ่งอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า 100 ล้านบาท หากมีเศรษฐีไทยสั่งซื้อ
ตัวอย่างกรณีศึกษา: การลงทุนในรถสปอร์ตคลาสสิก
ในการลงทุนในรถยนต์สปอร์ตคลาสสิกหลายครั้ง ผู้ซื้อที่ชาญฉลาดมักจะมองหาการลงทุนระยะยาว ซึ่งอาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการซื้อรถสปอร์ตใหม่ที่มีราคาสูง
กรณีศึกษาที่ 1: นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ
นายสมชาย นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ในกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนในการตัดสินใจลงทุนในรถ Lotus Exige Sport 350 ในงาน Motor Expo 2026 โดยเหตุผลหลักคือราคาที่ค่อนข้างดีสำหรับรถสปอร์ตเครื่องยนต์แรงม้าสูง โดยนายสมชายตัดสินใจขายรถซูเปอร์คาร์ยุโรปคันเดิมที่มีราคาใกล้เคียงกัน และนำกำไรจากการลงทุนครั้งนั้นมาซื้อ Lotus Exige Sport 35