![[ครบชุด] T2907121_ร านน ม แต คนทรยศ](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260729_105647.jpg)
5 รถยนต์โชว์แห่งอนาคตที่น่าจับตามองที่สุดจาก LA Auto Show 2026
LA Auto Show 2026 หรือ งานแสดงรถยนต์นานาชาติแห่งลอสแอนเจลิส ได้เปิดม่านขึ้นอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับการเผยโฉมรถยนต์ต้นแบบ (Concept Cars) และรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด (Production Models) ที่จะบุกตลาดอเมริกาภายในปี 2026 นับเป็นงานใหญ่แห่งปีสำหรับคนรักรถในสหรัฐฯ ที่รวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำด้านยานยนต์ไว้ในที่เดียว
ในปีนี้ หลายแบรนด์ดังทั่วโลกต่างขนขบวนรถใหม่มาจัดแสดงอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะรถที่เน้นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (Electric Vehicles – EVs) สมรรถนะสูง (Performance Cars) และรถอเนกประสงค์ (SUVs) ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย บทความนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คลุกคลีในวงการมานานกว่า 10 ปี ได้คัดเลือก 5 รถยนต์เด่นที่น่าจับตามองที่สุดจากงาน LA Auto Show 2026 โดยพิจารณาจากดีไซน์ ความแปลกใหม่ เทคโนโลยี และแนวโน้มตลาดในอนาคต
Alfa Romeo Stelvio 2026: อัลฟ่า โรเมโอ สเตลวิโอ รถเอสยูวีดีไซน์จัดจ้านสไตล์อิตาลี
สเตลวิโอเป็นรถเอสยูวีจากแบรนด์ดังสัญชาติอิตาลีอย่าง อัลฟ่า โรเมโอ ที่หลายคนรอคอยการมาถึง ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Giorgio แบบเดียวกับรถยนต์ซีดานสุดสวยอย่าง Alfa Romeo Giulia โดยเวอร์ชันที่เปิดตัวในงานนี้คือ Alfa Romeo Stelvio Quadrifoglio ซึ่งเป็นรุ่นท็อปไลน์ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 2.9 ลิตร Twin-Turbocharger เช่นเดียวกับในรุ่น Giulia Quadrifoglio ที่โด่งดังในเรื่องสมรรถนะ
เครื่องยนต์และสมรรถนะ
เครื่องยนต์ V6 ขนาด 2.9 ลิตร Twin-Turbocharger ให้พละกำลังสูงสุดที่น่าทึ่งถึง 505 แรงม้า และแรงบิด 443 ฟุต-ปอนด์ อัตราเร่งจาก 0 ถึง 96 กม./ชม. ทำได้ภายในเวลาเพียง 3.9 วินาที เท่านั้น ความเร็วสูงสุดไหลไปได้ถึง 284 กม./ชม. ถ่ายทอดพละกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (All-Wheel Drive) ที่มีเฟืองท้ายแบบจำกัดการลื่นไถล (Limited-Slip Differential) ช่วยควบคุมแรงบิดสำหรับการขับขี่ในทุกสภาวะ ขณะที่ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดก็ได้รับการปรับปรุงให้มีความแม่นยำและตอบสนองที่รวดเร็วในเวลาเพียง 0.1 วินาทีเท่านั้น
สำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าและใช้งานทั่วไป Alfa Romeo Stelvio ยังมาพร้อมกับรุ่นพื้นฐาน (Entry-level) และรุ่น Ti ซึ่งทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 280 แรงม้า แรงบิด 306 ฟุต-ปอนด์ ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และขับเคลื่อนสี่ล้อเช่นกัน
การออกแบบและเทคโนโลยี
อัลฟ่า โรเมโอยังคงใช้ระบบ Chassis Domain Controller ในการควบคุมแรงบิดที่ลงสู่ล้อทั้งสี่อย่างเป็นอิสระ โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 โหมด ได้แก่ Natural, Dynamic และ Advanced Efficiency ขณะที่รุ่นท็อปไลน์ Quadrifoglio ยังมีโหมด “Race” เพิ่มเข้ามาเพื่อการขับขี่สไตล์สปอร์ตเต็มรูปแบบ
สำหรับรูปล नकाภายนอกถือว่าถ่ายทอดมาจากรุ่นซีดาน Giulia ได้อย่างชัดเจน โดยมีกรอบไฟหน้าที่เฉียบคมและรับกับกระจังหน้าทรงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ช่องดักอากาศค่อนข้างใหญ่ และบนฝากระโปรงก็ยังมีช่องดักอากาศและระบบระบายความร้อนติดตั้งอยู่ด้วย ไฮไลท์ของรุ่นท็อปไลน์ยังมีซุ้มล้อที่โป่งกว่าเดิมเล็กน้อย สปอยเลอร์บนฝาประตูท้าย ดิฟฟิวเซอร์สีดำ และท่อไอเสียถึง 4 ชุด
ภายในห้องโดยสารถือว่าคุ้นตาจากรุ่นอื่น ๆ โดยใช้หน้าจอทัชสกรีนสีขนาด 6.5 นิ้ว (และมีขนาด 8.8 นิ้วเป็นอ็อปชั่นเสริม) เครื่องเสียงระดับพรีเมียมพร้อมลำโพงถึง 14 ตัวจากแบรนด์ Harman Kardon ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม ทั้งครูสคอนโทรลแบบปรับความเร็วได้ ระบบตรวจจับมุมอับสายตา ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้า ระบบแจ้งเตือนการออกจากช่องจราจร และเซ็นเซอร์จอดด้านหน้า
ควรทำอย่างไร?: แม้ว่า Alfa Romeo Stelvio จะเป็นรถที่มีความหรูหราและสมรรถนะสูง แต่ก็มีราคาที่สูงตามไปด้วย หากคุณกำลังมองหารถเอสยูวีที่เน้นการขับขี่สไตล์สปอร์ตและมีดีไซน์โดดเด่น Alfa Romeo Stelvio เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม แต่อาจจะต้องเตรียมงบประมาณไว้ค่อนข้างสูง
Mazda CX-5 2026: เจเนอเรชั่นใหม่ เฉียบคมยิ่งขึ้น พร้อมเสริมเทคโนโลยี
มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 (Mazda CX-5) ออกโชว์ตัวสู่สาธารณชนครั้งแรกในงาน LA Auto Show และมีแผนทำตลาดญี่ปุ่นในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า มาพร้อมกับสโลแกน “รถเอสยูวีที่ลูกค้าทุกคนจะได้รับความเพลิดเพลิน” การออกแบบภายนอกยังคงอยู่ภายใต้แนวคิด Kodo หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว ซึ่งเน้นความเฉียบคมและทันสมัยมากขึ้น มาสด้าระบุว่าสีตัวถังใหม่โทนแดงที่มีชื่อว่า Soul Red Crystal จะช่วยขับเน้นความสวยงามและคุณภาพการออกแบบโคโดะให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีและขุมพลัง
ขณะที่ดีไซน์ภายในยังคงโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ เน้นสีดำเสริมความเคร่งขรึมสลับกับวัสดุเมทัลลิก พวงมาลัยสามก้านแบบมัลติฟังก์ชั่นให้ภาพลักษณ์สปอร์ตเช่นเดิม บนคอนโซลมีหน้าจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว มาตรวัดเป็นหน้าจอขนาด 4.6 นิ้ว ช่องแอร์ดีไซน์เน้นเหลี่ยมคมดูแปลกตาและโฉบเฉี่ยว มองในภาพรวมแล้ว ค็อกพิทของ Mazda CX-5 ค่อนข้างเรียบหรูและเหมาะสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีครอบครัว
เครื่องยนต์ของ Mazda CX-5 ใหม่ประกอบด้วยบล็อกเบนซิน Skyactiv-G ขนาด 2.0 ลิตรและ 2.5 ลิตร รวมถึงเครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D ขนาด 2.2 ลิตร ซึ่งขุมพลังทั้งสามรุ่นนี้ทางมาสด้าเคลมว่าจะให้ทั้งพละกำลัง สมรรถนะการขับขี่ และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นเลิศตามคำกล่าวอ้าง ส่วนระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
ต้องรู้ก่อนซื้อ: Mazda CX-5 ถือเป็นรถเอสยูวีที่เน้นสมรรถนะการขับขี่และความประณีตในการออกแบบภายใน แต่หากเปรียบเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้า (EVs) ในตลาดเช่น Tesla Model 3 หรือ BYD Atto 3 แล้ว มาสด้า CX-5 ยังคงต้องปรับปรุงด้านระบบความปลอดภัยและความล้ำสมัยของเทคโนโลยีอีกมากเพื่อแข่งขันในตลาดโลกปี 2026
Mercedes-Maybach S650 Cabriolet 2026: รถเปิดประทุนสุดหรูระดับซูเปอร์พรีเมียม
เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน LA Auto Show 2026 สำหรับ Mercedes-Maybach S650 Cabriolet ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่ชื่นชอบสายลมแสงแดดและความหรูหราเหนือระดับ รถรุ่นนี้ถือเป็นการยกระดับจาก Mercedes-Benz S-Class Cabriolet ที่เดิมก็หรูหราอยู่แล้ว ให้กลายเป็นรถยนต์เปิดประทุนระดับซูเปอร์พรีเมียม มาพร้อมหัวใจขับเคลื่อนที่ทรงพลังอย่างบล็อก V12 ความจุกระบอกสูบ 6.0 ลิตร พร้อมระบบทวินเทอร์โบชาร์จ รีดพละกำลังสูงสุดถึง 621 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์คลัตช์คู่ (Dual-Clutch Transmission) อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 4 วินาทีถ้วน
การตกแต่งและประสบการณ์ขับขี่
อย่างไรก็ตาม ความแรงเร้าใจของเครื่องยนต์อาจไม่โดดเด่นเท่ากับหน้าตาที่หรูหราและอุปกรณ์ระดับพรีเมียมที่ครบครัน