![[ครบชุด] T1708430 Ep.1 เม อครอบคร](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/08/fb_natural_20260818_084431.jpg)
Lotus Emira: ยานยนต์แห่งการก้าวข้ามจากตำนานสันดาปสู่ยุคแห่งยานยนต์พลังงานใหม่
โลตัส เอมิรา ใหม่ รถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์โลตัส ที่มาพร้อมขุมพลังจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน เป็นการปิดฉากยุคทองของเครื่องยนต์ดั้งเดิม ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่โลกของยานยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวในปี 2569 การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของแบรนด์โลตัส ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะ และเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาดรถยนต์ทั่วโลก
ในโลกของยานยนต์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจเลิกผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ถือเป็นก้าวสำคัญและยากลำบากสำหรับแบรนด์ระดับตำนานอย่างโลตัส การมาถึงของโลตัส เอมิรา ใหม่ (All-New Emira) ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดตัวรถสปอร์ตเครื่องยนต์ใหม่เท่านั้น แต่เป็นการประกาศจุดยืนครั้งใหญ่ว่า นี่คือ “ทายาทคนสุดท้าย” ที่จะสืบทอดจิตวิญญาณแห่งสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของโลตัส ก่อนที่แบรนด์จะก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2569 การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการยานยนต์ระดับโลก และสร้างความคาดหวังให้กับผู้ที่ชื่นชอบแบรนด์โลตัสมาอย่างยาวนาน
โลตัส เอมิรา: การออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกและความร่วมสมัย
โลตัส เอมิรา ใหม่ ไม่เพียงแค่เป็นรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปคันสุดท้ายของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นผลิตภัณฑ์แรกภายใต้นโยบาย “Vision 80” ซึ่งเป็นแผนการดำเนินธุรกิจในอีก 80 ปีข้างหน้าของโลตัส การออกแบบใหม่หมดจดสำหรับรถยนต์โลตัสรุ่นนี้ ได้รับการยกย่องว่ามีความร่วมสมัย เส้นสายที่เฉียบคม พร้อมกับความโดดเด่นของฝากระโปรงหน้า สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างความสง่างามแบบอังกฤษและความทันสมัยที่ก้าวไปข้างหน้า
แผงหน้าปัดแบบ “wrap around” ที่ถูกวางตำแหน่งไปทางด้านหลังของเบาะนั่ง พร้อมกับแผงประตูที่มีความหรูหรา เป็นการออกแบบที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ การใช้วัสดุที่มีพื้นผิวสัมผัสนุ่ม (soft touch) เป็นจำนวนมากภายในห้องโดยสาร สะท้อนถึงงานฝีมืออันประณีตของอังกฤษ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบท้ายตัด ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ม่านถุงลมนิรภัย พร้อมด้วยระบบ Launch Control (เป็นส่วนหนึ่งของ Lotus Drivers Pack ที่เป็นอุปกรณ์เสริม) รวมถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยในการขับขี่
ระบบ Infotainment และความสะดวกสบาย
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย โลตัส เอมิรา ใหม่ มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้วที่ติดตั้งตรงคอนโซลกลาง พร้อมจอแสดงผลสำหรับคนขับแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว การเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple CarPlay เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมระบบเสียงระดับพรีเมียม 10 ลำโพงจาก KEF แบรนด์ออดิโอไฟล์สัญชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมายาวนานในวงการเครื่องเสียง
นอกจากนี้ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โลตัส เอมิรา ใหม่ ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังของเบาะนั่งที่รองรับได้ถึง 208 ลิตร ในขณะเดียวกัน พื้นที่เก็บของด้านหลังของเครื่องยนต์ มีขนาด 151 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการใส่กระเป๋าเดินทางขนาดมาตรฐานหรือถุงกอล์ฟ ทำให้รถสปอร์ตคันนี้มีความอเนกประสงค์มากขึ้น
ขุมพลังและความประหยัด
สำหรับด้านสมรรถนะและขุมพลัง โลตัส เอมิรา ใหม่ มีให้เลือก 2 แบบ โดยรถยนต์รุ่นแรกที่จะวางจำหน่ายในรุ่น ‘First Edition’ ที่ผลิตจำนวนจำกัด ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตรซุปเปอร์ชาร์จ ซึ่งให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า และแรงบิด 420 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 4.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 288 กม./ชม.
และในปี 2569 นี้ จะเป็นเครื่องยนต์ใหม่เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีสำหรับแบรนด์ Lotus โดยเครื่องยนต์อีกแบบสำหรับ โลตัส เอมิรา ใหม่ จะมาจาก AMG ซึ่งก็คือเครื่องยนต์ ‘i4’ สี่สูบ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ ซึ่งให้กำลัง 360 แรงม้า การนำเสนอเครื่องยนต์จาก AMG ถือเป็นความร่วมมือที่น่าจับตามองในวงการรถยนต์ระดับโลก
ราคาของโลตัส เอมิรา ใหม่ (2026)
สำหรับ โลตัส เอมิรา ใหม่ (2026) มีราคาดังต่อไปนี้:
Lotus Emira i4 BASE EDITION: 7,990,000 บาท
Lotus Emira i4 FIRST EDITION: 9,290,000 บาท
Lotus Emira V6 FIRST EDITION: 11,900,000 บาท
ราคาเหล่านี้สะท้อนถึงการเป็นรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงที่มีการใช้อุปกรณ์และวัสดุคุณภาพสูง ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและตัวเลือกเสริม
แผนการดำเนินงานของโลตัสในอนาคต
นายธีรพงศ์ รอดลอย ผู้จัดการส่วนภูมิภาค บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการรถสปอร์ต โลตัส อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า จากแผนธุรกิจของแบรนด์ โลตัส (Lotus) ในระดับโลกในอีก 5 ปีจากนี้ (2565-2569) จะมีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในกลุ่มรถยนต์นั่งและรถสปอร์ตอย่างน้อย 5 รุ่น
เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ โลตัส อยู่ระหว่างการก่อสร้างศูนย์ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ใน เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ โลตัส ในโมเดล 2 ประตู, 4 ประตู และ รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะสามารถเดินสายพานการผลิตได้เต็มกำลังในช่วงปลายปี 2567 การที่ประเทศไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่มีความพร้อมด้านข้อตกลงด้านการค้าระหว่าง ไทย-จีน ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่อไปของ โลตัส ในประเทศไทย จะสามารถตั้งราคาได้เป็นราคาเดียวกับในตลาดโลก
การลงทุนและความเติบโต
ล่าสุด บริษัทเตรียมใช้เงินลงทุนมูลค่าราว 50 ล้านบาท ในการก่อสร้างโชว์รูมแห่งแรกของ โลตัส (Lotus) บน ถนนรามคำแหง บนพื้นที่ 400 ตารางเมตร ครอบคลุมทั้งโชว์รูมและศูนย์บริการ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งคาดว่าการมีโมเดลรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยจะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านยอดขายแบบก้าวกระโดดจากหลักสิบคันต่อปีเป็นหลักร้อยคันต่อปี
สำหรับ โมเดลที่ โลตัส กำลังจะเปิดตัวในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า คือ TYPE 132 (Electric) E-Segment SUV ซึ่งมีมิติตัวรถขนาดใหญ่ความยาวกว่า 5 เมตร และมีระยะทางการวิ่งมากกว่า 500 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ด้วยระยะเวลาต่ำกว่า 3 วินาที โดยเปิดตัวที่ประเทศอังกฤษในวันที่ 30 มีนาคม 2565 ช่วงเวลา 01.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการเปิดศักราชใหม่ของโลตัสในยุคยานยนต์ไฟฟ้า
การตัดสินใจครั้งสำคัญ: ควรซื้อโลตัส เอมิรา วันนี้ หรือรอรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2569?
คำถามสำคัญที่ผู้ชื่นชอบรถสปอร์ตรุ่นใหม่ของโลตัสกำลังเผชิญอยู่คือ “ควรซื้อโลตัส เอมิรา วันนี้เลยไหม หรือจะรอดูรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเปิดตัวในปี 2569 ดี?” ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการรถยนต์มากว่า 10 ปี ขอให้คำแนะนำดังนี้
พิจารณาด้านสมรรถนะและเอกลักษณ์ความเป็น “ที่สุด”
สำหรับโลตัส เอมิรา ใหม่ ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์สันดาปภายในนั้น มีความพิเศษตรงที่เป็น “รถยนต์เครื่องยนต์สันดาบภายในรุ่นสุดท้ายของโลตัส” หากคุณเป็นคนที่หลงใหลในเสียงเครื่องยนต์ การตอบสนองที่ดิบ และความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงการทำงานของเครื่องจักรกลอย่างแท้จริง รถสปอร์ตรุ่นนี้