![[ครบชุด] T1808138_ล กไม ร กด](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/08/fb_natural_20260818_105949.jpg)
โปรโมชั่นพิเศษ Lotus Emira Turbo First Edition: เหลือเพียง 3 คันสุดท้ายในประเทศไทย
7 กุมภาพันธ์ 2025
หลังจากที่ Lotus Emira ได้เปิดตัวในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ การตอบรับจากกลุ่มคนรักรถสปอร์ตสมรรถนะสูงนั้นถือว่าดีอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถสปอร์ตเครื่องยนต์ 4 สูบ เทอร์โบcharged รุ่นพิเศษ First Edition ตอนนี้มีข่าวดีว่าเหลือเพียง 3 คันสุดท้ายเท่านั้นที่พร้อมจำหน่ายในประเทศไทย โดยเปิดราคาเริ่มต้นที่ 10,990,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ตแบรนด์หรูอย่าง Lotus
รายละเอียดโปรโมชั่นพิเศษ 3 คันสุดท้าย
สำหรับ 3 คันสุดท้ายนี้ ตัวรถจะเป็นรุ่น Lotus Emira First Edition เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 4 สูบ ซึ่งเป็นการนำเข้าทั้งคันจากต่างประเทศ (CBU) โดยผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการคือ Wearnes Automotive (Thailand) และจะมาพร้อมการรับประกันและบริการหลังการขายดังนี้:
การรับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty): นาน 3 ปี
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง: นาน 3 ปี
3 คันสุดท้าย พร้อมจำหน่าย
สำหรับโปรโมชั่นพิเศษ 3 คันสุดท้ายนี้ จะประกอบไปด้วยสีที่แตกต่างกันดังนี้:
| ลำดับ | รุ่นรถยนต์ | ราคาพิเศษ (บาท) | ออปชั่นเสริม (บาท) | ราคารวม (บาท) |
| :—: | :—: | :—: | :—: | :—: |
| 1 | Lotus Emira First Edition (สี Meridian Blue) | 10,990,000 | พวงมาลัยหนังสีดำพร้อม TDC Mark สีเหลือง: 45,000 | 11,035,000 |
| 2 | Lotus Emira First Edition (สี Osmium Silver) | 10,990,000 | Extended Black Pack: 135,000, พวงมาลัย Alcantara สีดำพร้อม TDC Mark สีแดง: 45,000 | 11,170,000 |
| 3 | Lotus Emira First Edition (สี Vivid Red) | 10,990,000 | – | 10,990,000 |
หมายเหตุ: ราคาที่ระบุนี้เป็นราคาพิเศษ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับผู้แทนจำหน่ายอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง
เครื่องยนต์และสมรรถนะ
Lotus Emira Turbo คันนี้ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ AMG รหัส M139 ซึ่งเป็นเบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ TwinScroll Turbocharger ที่ใช้หัวฉีดเชื้อเพลิงแบบ Direct-injection และ Port-injection พร้อมระบบแปรผันวาล์ว (Variable Valve Timing) ทำให้สามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ถึง 365 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุดที่ 430 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ (Dual-clutch) 8 จังหวะ (AMG Speedshift 8DCT) และระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
ตัวเลขสมรรถนะที่เคลมจากโรงงานสำหรับรุ่นนี้ คือ:
อัตราเร่ง 0-100 km/h: ภายใน 4.2 วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top Speed): 284 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระบบกันสะเทือน
สำหรับรุ่น Lotus Emira Turbo First Edition คันนี้ จะมาพร้อมกับระบบช่วงล่างแบบ Sports Chassis ที่ได้รับการปรับแต่งมาให้มีความแข็งเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมรถได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
ล้อและยาง:
ล้อหน้า: ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 245/35 ZR20
ล้อหลัง: ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 295/30 ZR20
ระบบเบรก: จานเบรกแบบ Two-piece brake discs พร้อมคาลิปเปอร์เบรกแบบพิเศษเฉพาะรุ่น First Edition ซึ่งมีความทนทานสูง
จานเบรกหน้า: 370 x 32 มิลลิเมตร
จานเบรกหลัง: 350 x 32 มิลลิเมตร
อุปกรณ์มาตรฐาน
สำหรับรถสปอร์ตระดับพรีเมียมอย่าง Lotus Emira Turbo First Edition คันนี้ ก็มาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานภายในและภายนอกที่หลากหลายและทันสมัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งาน ดังนี้:
ไฟหน้า: แบบ Vertical LED ที่ให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม
ไฟท้าย: แบบ LED
กระจกมองข้าง: ปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบไล่ฝ้า
ปลายท่อไอเสีย: แบบ Titanium finish ที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและสวยงามให้กับตัวรถ
กระจก: แบบ Privacy glass ที่ช่วยลดความร้อนและความสว่างจากแสงแดดภายนอก
ใบปัดน้ำฝน: แบบ Aero blades และมีระบบปัดน้ำอัตโนมัติ
ล้ออัลลอย: ขนาด 20 นิ้ว น้ำหนักเบา แบบ V-spoke forged alloy wheels
ยางหน้า: 245/35/R20
ยางหลัง: 295/30/R20
พวงมาลัย: แบบท้ายตัด ตกแต่งด้วยวัสดุสี Satin Chrome ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต
แผงคอนโซลและแผงประตู: บุนุ่มด้วยวัสดุคุณภาพสูง
ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง: ติดตั้งอยู่บนพวงมาลัย เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
หน้าปัดเรือนไมล์: ดิจิตอลแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว
หน้าจอสัมผัส: ขนาด 10.25 นิ้ว สำหรับการควบคุมระบบต่างๆ
ชุดเครื่องเสียง: พรีเมียม KEF แบบ 10-channel/340W พร้อมเทคโนโลยี Uni-Q ™
จุดจ่ายไฟ: ภายในห้องโดยสารมีทั้งแบบ 12V และแบบ USB
กระจกมองหลัง: แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
เบาะนั่ง: ปรับไฟฟ้าได้ 12 ทิศทาง
ระบบบันทึกความจำ: ตำแหน่งเบาะคนขับ และกระจกมองข้าง
ผ้าหลังคา: สีดำหุ้มด้วย Alcantara ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา
พรมปูพื้น: พร้อมโลโก้ยี่ห้อ Lotus
ระบบปรับอากาศ: แบบอัตโนมัติ
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์: แบบ Keyless Start
ระบบควบคุมความเร็ว: Cruise Control
ระบบเชื่อมต่อไร้สาย: Bluetooth
ระบบนำทาง: Satellite Navigation
ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน: Apple CarPlay และ Android Auto
เครื่องเล่นวิทยุดิจิตอล: แบบ DAB (Digital Audio Broadcasting)
พื้นที่เก็บสัมภาระ:
ช่องเก็บสัมภาระหลังเบาะ: ความจุ 208 ลิตร
ช่องเก็บสัมภาระท้ายรถหลังเครื่องยนต์: ความจุ 151 ลิตร
ระบบความปลอดภัย:
ถุงลมนิรภัย: 6 ตำแหน่ง (ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2, ม่านถุงลมนิรภัย 2)
ระบบตรวจแรงดันลมยาง: Pressure Monitoring System (TPMS)
กล้องมองภาพด้านหลัง:
เซนเซอร์ช่วยจอด: ด้านหน้าและด้านหลัง
ระบบแจ้งเตือนเมื่อเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ:
ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกนอกช่องจราจร:
แนวโน้มตลาดรถสปอร์ตในประเทศไทย ปี 2026
สำหรับผู้ที่สนใจรถสปอร์ตระดับไฮเอนด์อย่าง Lotus นั้น ตลาดรถสปอร์ตในประเทศไทย ปี 2026 ยังคงมีแนวโน้มที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงที่นำเข้าจากต่างประเทศ
ในมุมมองของผู้เขียน ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการรถสปอร์ตมากว่า 10 ปี พบว่าตลาดรถยนต์สปอร์ตระดับหรูในเมืองไทยยังคงมีความคึกคัก โดยเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพในการลงทุนระยะยาว เช่น รถยนต์หายาก หรือรุ่น Limited Edition สิ่งสำคัญที่ผู้ซื้อควรคำนึงถึงคือ ประวัติรถ, สภาพตัวถัง, ระบบเครื่องยนต์ และประวัติ