![[ครบชุด] T0709909_ปลาเผาคร งต ว ทำผ จ ดการเจอด](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260908_133858.jpg)
Maserati GranTurismo โฉมใหม่: 2 สีสันความแรงทั้งเครื่องยนต์สันดาปและไฟฟ้า 100% เคาะราคาในไทยเริ่มต้น 14.5 ล้านบาท
ตลาดรถสปอร์ตซูเปอร์คาร์ระดับพรีเมียมในประเทศไทยตื่นตัวอย่างหนักกับการเปิดตัว Maserati GranTurismo โฉมใหม่ (All-new Maserati GranTurismo) ซึ่งไม่เพียงเป็นการ “เปิดตำนานบทใหม่” ให้กับยนตรกรรมสไตล์จีที (GT) ที่เปรียบเสมือนการหลอมรวมความสปอร์ตและความหรูหราเข้าด้วยกัน แต่ยังเป็นการ “เปลี่ยนเกม” ในอุตสาหกรรมนี้ด้วยการมอบทางเลือกให้ผู้บริโภคที่มีศักยภาพอย่างเต็มที่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมาพร้อมกับ 3 รุ่นย่อยและขุมพลัง 2 รูปแบบ ที่ตอบโจทย์ทั้งความคลาสสิกและความล้ำสมัยแห่งอนาคต โดยรุ่นเครื่องยนต์สันดาปมาพร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีล่าสุดของตระกูล V6 Nettuno จากรุ่น MC20 ขณะที่อีกรุ่นหนึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้า 100% แบบไร้มลพิษ พร้อมเทคโนโลยีจาก Formula E ซึ่งถือเป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ของ Maserati ที่พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความยั่งยืนอย่างแท้จริง
ราคาจำหน่ายและการวางตำแหน่งทางการตลาด
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา “ยนตรกรรมสปอร์ตระดับพรีเมียม” ในปี 2026 นี้ Maserati ประเทศไทย ได้เปิดไลน์อัพอย่างเป็นทางการ ซึ่งแต่ละรุ่นถูกวางตำแหน่งทางการตลาดไว้อย่างชัดเจน เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน และเพื่อให้การตัดสินใจ “ลงทุน” ในอสังหาริมทรัพย์ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ หรือภูเก็ตนั้น มีความเชื่อมโยจกับการเลือกใช้ชีวิตที่หรูหราและเต็มไปด้วยสมรรถนะควบคู่กันไป
สำหรับราคาจำหน่ายในปัจจุบัน มาเซราติ ประเทศไทย ได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ดังนี้:
Maserati GranTurismo Modena: ราคาเริ่มต้น 14.5 ล้านบาท
Maserati GranTurismo Trofeo: ราคาเริ่มต้น 16.9 ล้านบาท
Maserati GranTurismo Folgore: ราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท (หรือเทียบเท่า 300,000 ยูโร)
การที่รุ่นไฟฟ้า (Folgore) มีราคาเริ่มต้นต่ำที่สุดนั้น สะท้อนถึงแนวทางการผลักดันยานยนต์พลังงานทางเลือกของ Maserati ที่มองว่าเป็นการ “ลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่ากว่า” ในแง่ของการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมัน และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญสำหรับนักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมองหาทางเลือกที่ยั่งยืน
การตีความการออกแบบ: เส้นสายที่เล่าเรื่องราวผ่านกาลเวลา
Maserati GranTurismo เป็นมากกว่ารถยนต์ แต่คือ “งานศิลปะบนล้อ” ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยยังคงสัดส่วนอันเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นแรกในปี 1947 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ฝากระโปรงหน้าทรงยาว (Long Bonnet): การวางตำแหน่งห้องโดยสารค่อนไปทางด้านหลังและเพลาหน้า ทำให้รถดูมีสมดุลและทรงพลัง เส้นสายที่พุ่งไปข้างหน้าบ่งบอกถึงความเร็วและประสิทธิภาพ
หลังคาลาดต่ำ (Sleek Silhouette): การลดความสูงของหลังคาและส่วนท้ายลงอย่างนุ่มนวล ไม่เพียงแต่เสริมเรื่องอากาศพลศาสตร์ แต่ยังให้ความรู้สึกหรูหราแบบสปอร์ตคูเป้
เสาซีและตราตรีศูล (C-Pillar & Trident Logo): จุดเด่นที่ทำให้ Maserati โดดเด่นกว่าคู่แข่ง การวางโลโก้ตรีศูลบนเสาซี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความเหนือระดับ
ในเชิงการลงทุน การเลือก Maserati GranTurismo ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อรถสปอร์ตที่มีราคาแพง แต่เป็นการ “ลงทุนในแบรนด์” ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับนักลงทุนอย่างมาก
กุญแจสำคัญ: นวัตกรรมภายในที่เติมเต็มประสบการณ์
ในขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค Digital Transformation การตกแต่งภายในของ Maserati GranTurismo ได้รับการอัปเกรดให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น โดยยังคงรักษาแก่นแท้ของการเป็นรถ Grand Tourer ที่มอบความสะดวกสบายสำหรับการขับขี่ระยะไกล
เทคโนโลยีและฟังก์ชันเด่น:
Maserati Intelligent Assistant (MIA): ระบบมัลติมีเดียที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ทำให้การสั่งงานและการเข้าถึงระบบต่าง ๆ สะดวกสบายยิ่งขึ้น
Digital Smart Clock: นาฬิกาดิจิทัลที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้ตามโหมดการขับขี่ ให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้ขับขี่
Comfort Display: หน้าจอแสดงผลที่รวมฟังก์ชันหลักของระบบสัมผัสไว้ ทำให้แผงควบคุมดูเรียบง่ายแต่ทันสมัย
Head-up Display (HUD): (มีให้เลือกเป็นออปชั่น) แสดงข้อมูลความเร็วและข้อมูลสำคัญอื่น ๆ บนกระจกหน้ารถโดยไม่ต้องละสายตา
การเปลี่ยนแปลงภายในนี้สะท้อนถึงความใส่ใจใน “ประสบการณ์ผู้ใช้” (User Experience) ของ Maserati ที่ต้องการมอบความสบายสูงสุดในขณะที่ยังคงมอบความตื่นเต้นในการขับขี่ ซึ่งเป็นคุณสมบัติเดียวกับที่นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์มองหาในทำเลที่พักอาศัย
ประสบการณ์เสียงที่หรูหรา: เมื่อความเงียบคือทางเลือก
หนึ่งในจุดขายสำคัญของรถสปอร์ตอิตาเลียนคือ “เสียงเครื่องยนต์” และ Maserati ไม่ได้ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง
All-round Sound Experience: ไม่ว่าจะเลือกเครื่องยนต์สันดาปหรือไฟฟ้า ประสบการณ์เสียงได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจโดยวิศวกรจาก Maserati Innovation Lab เพื่อมอบเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
Maserati Sound Audio System: ระบบเครื่องเสียงมาตรฐานที่ให้คุณภาพเสียงระดับพรีเมียม
Sonus Faber Audio System: (มีให้เลือกเป็นออปชั่น) สุดยอดเครื่องเสียงสัญชาติอิตาลีที่ให้คุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ ด้วยลำโพง 12 หรือ 19 ตำแหน่ง มอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ครบครัน
สำหรับนักลงทุนที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองอย่างกรุงเทพฯ การมีระบบเครื่องเสียงที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ถือเป็น “ความหรูหราที่คุ้มค่า” ในการสร้างบรรยากาศการพักผ่อนและความบันเทิงภายในรถส่วนตัว
หัวใจสำคัญ: ขุมพลังที่แตกต่างและความแรงที่เป็นเอกลักษณ์
Maserati GranTurismo นำเสนอทางเลือกด้านพละกำลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของนักขับที่แตกต่างกัน
กลุ่มเครื่องยนต์สันดาป (Internal Combustion Engine)
สำหรับผู้ที่ยังคงชื่นชอบความดุดันของเครื่องยนต์บล็อกใหญ่และความเร้าใจแบบดั้งเดิม Maserati ได้นำเครื่องยนต์เบนซิน V6 Nettuno 3.0 ลิตร เทอร์โบ มาใช้ในรุ่น Modena และ Trofeo ซึ่งเป็นบล็อกเดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์คาร์รุ่นเรือธงอย่าง MC20
Maserati GranTurismo Modena:
พละกำลัง: 490 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 600 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 3.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 302 กม./ชม.
โหมดขับขี่: GT, Comfort, Sport
Maserati GranTurismo Trofeo:
พละกำลัง: 550 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 650 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 3.5 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 320 กม./ชม.
โหมดขับขี่: GT, Comfort, Sport, Corsa
การอัปเกรด: เพิ่มแรงม้าและแรงบิดจากรุ่น Modena
แนวคิดการลงทุน: การเลือกรุ่น Modena หรือ Trofeo สะท้อนถึง “ความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่งคั่ง” และต้องการแสดงออกถึงความสำเร็จที่จับต้องได้ผ่านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ระดับ Supercar ซึ่งสามารถจับคู่กับการเลือกซื้อบ้านหรู หรือการลงทุนในคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ได้อย่างลงตัว
ขุมพลังไฟฟ้า 100% (Fully Electric)
สำหรับยุคแห่งความยั่งยืนและเทคโนโลยีขั้นสูง Maserati นำเสนอ Maserati GranTurismo Folgore ซึ่งถือเป็นยนตรกรรมไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นแรกของ Maserati ที่มาพร้อมเทคโนโลยีจากรถแข่งระดับโลกอย่าง Formula E