![[ครบชุด] T0909113_ชายทำงานหน กมาหลายป 9](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260910_081925.jpg)
เปิดประสบการณ์เหนือระดับ: ทดลองขับ Maserati Levante, Ghibli และ GranTurismo ณ สนามแข่ง Autodromo ประเทศอิตาลี
การเดินทางครั้งพิเศษนี้ เริ่มต้นขึ้นที่สนามบิน Bologna ประเทศอิตาลี โดยมีเครื่องบิน Boeing 777-300 ของสายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK093 เป็นผู้พาคณะสื่อมวลชนและแขกวีไอพีจากประเทศไทยมาเยือนถึงถิ่น
เมื่อเดินทางถึงอิตาลี สิ่งแรกที่หลายคนจดจำได้คือบรรยากาศของ “บ้านเกิดรถยนต์สปอร์ต” ดินแดนแห่งกาแฟรสเลิศ ไอศกรีมเจลาโต และอุตสาหกรรมยานยนต์ชั้นนำภายใต้ร่มใหญ่ของกลุ่ม Fiat Chrysler Automotive (FCA) บทความนี้จะพาคุณดำดิ่งสู่ประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ แหล่งกำเนิดของแบรนด์ตรีศูล ซึ่งเป็นโอกาสที่แม้แต่การซื้อตั๋วเครื่องบินมาเอง ก็ยากจะเข้าถึงเช่นกัน
การมาเยือนต้นกำเนิดแบรนด์ตรีศูล
วันที่ 6 มีนาคม 2017 เป็นวันเปิดประสบการณ์ที่น่าจดจำ เมื่อเราเดินทางมาถึงเมือง Bologna และ Modena พร้อมคณะสื่อมวลชนไทยรวม 13 ชีวิต และแขกวีไอพีอีก 25 คน ภายใต้คำเชิญของบริษัท MGC Asia (กลุ่ม Millenium) ซึ่งได้คว้าสิทธิ์ผู้แทนจำหน่าย Maserati ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ การมาเยือนครั้งนี้จึงมีเป้าหมายสำคัญเพื่อทำความรู้จักกับแบรนด์ระดับพรีเมียมนี้ให้ลึกซึ้งถึงระดับรากเหง้า
ในกำหนดการสุดพิเศษนี้ มีสถานที่สำคัญหลายแห่งที่เราจะได้รับโอกาสเข้าเยี่ยมชม ซึ่งบางแห่งเปิดให้เฉพาะแขกคนพิเศษที่ได้รับคำเชิญเท่านั้น
สำนักงานใหญ่และโรงงาน Maserati (Viale Ciro Menotti, Modena)
เริ่มต้นทริปด้วยการเยี่ยมชมสถานที่ตั้งอันเป็นหัวใจของแบรนด์ ณ Viale Ciro Menotti, 322, 41100 เมือง Modena
พื้นที่แห่งนี้มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1939 เดิมเป็นโรงงานขนาดเล็กที่ผลิตรถยนต์ได้ไม่เกิน 500 คันต่อปี จนกระทั่งในปี 1997 ได้มีการสร้างอาคารทรงสูง 9 ชั้น ประกอบด้วยสำนักงาน โชว์รูมขนาดใหญ่ และอาคารจอดรถสำหรับพนักงานและแขกผู้มาเยือน เพื่อรองรับการขยายตัวและยุคสมัยใหม่ อาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงที่ Ferrari อดีตคู่แข่งอันยาวนาน ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Ferrari-Maserati Group
วันที่เข้าเยี่ยมชม เราได้พบกับ Maserati Gran Cabrio สีน้ำเงินเข้มอันเป็นสีประจำแบรนด์ จอดอยู่บนแท่นวงแหวนยักษ์ นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Maserati Levante S และที่สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก คือ Maserati MC12 Corsa รุ่นปี 2006 ซึ่งผลิตออกมาเพียง 12 คัน (รวมรถทดสอบและรถสำหรับงานโปรโมตอีก 3 คัน) และถือเป็นหนึ่งในรถแข่งที่หายากที่สุดในโลก
MC12 Corsa ถูกออกแบบโดย Frank Stephenson หัวหน้าฝ่ายคอนเซ็ปต์ดีไซน์ของ Ferrari-Maserati Group เพื่อใช้ในการแข่งขันตามกฎของสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) ในรุ่น GT ตัวรถใช้เครื่องยนต์ V12 สูบ ทำมุม 65 องศา DOHC 48 วาล์ว ความจุ 5,998 ซีซี รหัส M144A เป็นเครื่องยนต์ที่มีกำลังอัด 11.2:1 และระบบอ่างน้ำมันแบบ Dry Sump ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อเนื่องจากเครื่องยนต์พื้นฐานใน Ferrari Enzo
“แรงม้าสูงสุดถึง 755 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 710 นิวตันเมตร (72.3 กก.-ม.) ที่ 6,000 รอบต่อนาที ซึ่งถือเป็นสมรรถนะที่สูงมากสำหรับยุคนั้น”
รถคันนี้เปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2006 โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,000,000 ยูโร แต่ปัจจุบัน รถที่ปรากฏในการทดสอบและจัดแสดงในสนามแข่ง ได้ถูกตั้งราคาซื้อขาย (Used Cars) ในตลาดสหรัฐอเมริกาไว้สูงถึง 3,000,000 ยูโร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพราะรถคันนี้ถูกสร้างมาเพื่อใช้ในสนามแข่งเป็นการส่วนตัว และไม่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานสำหรับการวิ่งบนถนนสาธารณะ
นอกจากยานยนต์แล้ว ภายในสถานที่ยังมีการจัดแสดงเครื่องยนต์รุ่นสำคัญต่างๆ โครงสร้างเฟรมของรถแข่งในอดีต และมีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก Maserati Collection Shop ซึ่งมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์จุกจิก ไปจนถึงหนังสือขนาดใหญ่เกี่ยวกับแบรนด์ Maserati
พิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัว Umberto Panini (ฟาร์ม Hombre)
จากนั้น คณะผู้ร่วมทริปได้เดินทางไปยังฟาร์ม Hombre ผู้ผลิตชีสท้องถิ่นชื่อ Parmigiano Reggiano บรรยากาศของไร่ที่มีโรงเลี้ยงวัวและโรงบ่มชีสก่อให้เกิดกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
เหตุผลที่ต้องมาเยือนสถานที่แห่งนี้ก็เพราะ ที่นี่คือที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของ Umberto Panini เจ้าของโรงงานชีส ซึ่งมีความหลงใหลในรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ Maserati เป็นอย่างมาก เขาได้รวบรวมรถสปอร์ตรุ่นเก่าแก่ของ Maserati ไว้ถึง 22 คัน ซึ่งได้แก่:
1934 Maserati 6C 34
1936 Maserati 6CM
1953 Maserati A6GCS 53 “Berlinetta”
1954 Maserati A6G 54 2000 Allemanno
1957 Maserati 250F V12 รุ่นที่ได้รับชัยชนะในสนามแข่งระดับโลกโดย พระองค์เจ้าพีระฯ
1958 Maserati 3500 GT
1958 Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO
1961 Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO
1961 Maserati TIPO 63 V12 Serenissima
1965 Maserati MISTRAL Coupe
1968 Maserati GHIBLI Coupe
1968 Maserati SIMUN Prototipo
1970 Maserati GHIBLI Spyder
1971 Maserati BORA
1974 Maserati TIPO 124 Italdesign Prototipo
1975 Maserati KHAMSIN
1980 Maserati MERAK SS Turbo Prototipo (สีเหลือง)
1989 Maserati QUATTROPORTE Royale (รถซีดานสีเทาข้าง Merak)
1990 Maserati CHUBASCO Prototipo (รถสีแดงบนชั้น 2)
1991 Maserati BARCHETTA Stradale Maquette
1996 Maserati GHIBLI Open Cup
2002 Maserati 3200 GT Trofeo
“คอลเลกชันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การสะสมรถยนต์รุ่นหายาก แต่ยังรวมถึงรถยนต์จากแบรนด์อื่นๆ เช่น Cadillac Limousine 355 ของวาติกัน, Mercedes Benz 300SL Gullwing, รถ Fiat, Alfa Romeo, Lancia หลายรุ่น รวมถึงรถต้นแบบ และจักรยานยนต์โบราณอีกหลายยี่ห้อ รวมถึงจักรยานยนต์ของ Maserati เอง”
คอลเลกชันอันทรงคุณค่าเหล่านี้ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี โดย Umberto Panini ได้เข้ามาช่วยรักษาไว้จากการถูกนำไปประมูลขาย
เรื่องราวการกอบกู้คอลเลกชันนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ FIAT เข้าซื้อกิจการ Maserati จากบริษัท De Tomaso ในปี 1993 รถยนต์และเครื่องยนต์ในคอลเลกชันจึงถูกส่งไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ของบริษัทและงาน Bologna Motor Show ในเดือนธันวาคม 1994
แต่ในเดือนกรกฎาคม 1996 De Tomaso อ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของและต้องการรถยนต์และเครื่องยนต์เหล่านั้นคืน Maserati มีงบประมาณจำกัดเพียงพอที่จะซื้อรถยนต์บางส่วนและเครื่องยนต์อีก 15 รายการเท่านั้น ทำให้รถยนต์ 19 คันที่เหลือต้องถูกนำไปประมูลที่ Brook Auction House ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 2 ธันวาคม 1996
ข่าวนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับเทศบาลเมือง Modena หลายฝ่ายจึงร่วมมือกันหาทางออก เพื่อไม่ให้สมบัติล้ำค่าของเมืองต้องออกจากประเทศ Umberto Panini ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการสิ่งพิมพ์ ได้เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์นี้ เขาตัดสินใจซื้อรถยนต์ทั้งหมดก่อนการประมูลจะเกิดขึ้นไม่นาน และท้ายที่สุดครอบครัว Pan