![[ครบชุด] T0909116_เพ อนเก ามาสม ครงานแต ให เป นแม บ าน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260910_081950.jpg)
รีวิวทดลองขับ Maserati Levante, Ghibli และ GranTurismo: ประสบการณ์เหนือระดับที่อิตาลี
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ที่มีประสบการณ์กว่าสิบปี การได้สัมผัสรถยนต์ในถิ่นกำเนิดของแบรนด์เป็นประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ และการได้เยือนสนามทดสอบ Autodromo Modena ในอิตาลี เมื่อปี 2017 เพื่อทดลองขับขบวนรถสปอร์ตแห่งยุคจาก Maserati ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการทำงานในวงการนี้
การเดินทางสู่ศูนย์กลางแห่งสมรรถนะ
การเดินทางเริ่มต้นด้วยสายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK093 จากดูไบไปยังเมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี หลังจากที่เราเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ด้วยเครื่องบิน Airbus A380 เที่ยวบิน EK419 จากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำไม่แพ้กัน ผมมาถึงอิตาลีอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้มาเยือนประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟชั้นเลิศ เจลาโต้รสชาติเข้มข้น และที่สำคัญคือ อุตสาหกรรมรถยนต์สปอร์ตที่โดดเด่น ภายใต้กลุ่ม Fiat Chrysler Automotive (FCA)
ผมมาถึงเมืองโบโลญญาและโมเดนาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2017 พร้อมกับคณะสื่อมวลชนอีก 13 คน และกลุ่ม VIP อีก 25 คน ตามคำเชิญของบริษัท MGC Asia หรือกลุ่ม Millenium ซึ่งเพิ่งได้รับสิทธิ์ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Maserati อย่างเป็นทางการ เพื่อให้คนไทยได้รู้จักแบรนด์ตรีศูลมากขึ้น MGC Asia จึงได้จัดทริปสุดพิเศษนี้ พาพวกเรามาสัมผัสรากเหง้าของแบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมียมนี้ถึงถิ่นกำเนิด
นี่เป็นโอกาสครั้งแรกที่ผมจะได้เข้าถึงเบื้องลึกของแบรนด์ Maserati ซึ่งสถานที่บางแห่งในกำหนดการทริปนี้ ต่อให้เดินทางมาเองถึงอิตาลี ก็ยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ง่าย ๆ การได้มาครั้งนี้จึงเป็นประสบการณ์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณค่าทางการเรียนรู้
เยี่ยมชมศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมและประวัติศาสตร์
ทันทีที่เดินทางมาถึงสนามบินโบโลญญา เราเริ่มต้นทริปด้วยการเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่และโรงงานของ Maserati ที่ Viale Ciro Menotti, 322, 41100 เมือง Modena เริ่มแรก พื้นที่นี้เป็นโรงงานเก่าแก่ดั้งเดิมตั้งแต่ปี 1939 ที่มีกำลังการผลิตเพียงไม่เกิน 500 คันต่อปี ส่วนอาคารทรงสูง 9 ชั้น พร้อมสำนักงานและโชว์รูมขนาดใหญ่ รวมถึงอาคารจอดรถสำหรับพนักงานและผู้มาเยือนนั้น เปิดใช้งานในปี 1997 ซึ่งเป็นปีที่ Ferrari อดีตคู่แข่งสำคัญ เข้ามาช่วยฟื้นฟูกิจการ Maserati จนรวมกันเป็น Ferrari-Maserati Group
ในวันที่เราไปเยี่ยมชมนั้น Maserati Gran Cabrio จอดตระหง่านอยู่บนแท่นวงแหวนยักษ์ สีน้ำเงินเข้มซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์ตรีศูล นอกจากนี้ยังมี SUV รุ่นใหม่ล่าสุด Maserati Levante S และรถแข่งรุ่นดังอย่าง Maserati MC12 Corsa ปี 2006 ซึ่งผลิตเพียง 12 คัน (+3 คันสำหรับทดสอบและโปรโมท) จัดแสดงอยู่ด้วย MC12 Corsa เป็นเวอร์ชันสำหรับลงแข่งในสนามภายใต้กฎของสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) ในรุ่น GT ออกแบบโดย Frank Stephenson หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ferrari-Maserati Group ใช้เครื่องยนต์ V12 สูบ ทำมุม 65 องศา DOHC 48 วาล์ว ขนาด 5,998 ซีซี รหัส M144A กำลังอัด 11.2:1 อ่างน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump ที่พัฒนาต่อเนื่องจากเครื่องยนต์พื้นฐานรุ่น Tipo F140 ที่ใช้ใน Ferrari Enzo
กำลังสูงสุดของรถคันนี้อยู่ที่ 755 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 710 นิวตัน-เมตร (72.3 กก.-ม.) ที่ 6,000 รอบต่อนาที เปิดตัวจำหน่ายครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2006 ในราคา 1,000,000 ยูโร แต่ล่าสุดมีดีลเลอร์ในสหรัฐอเมริกาตั้งราคาขายรถแข่งคันนี้ (Used Cars) สูงถึง 3,000,000 ยูโร !!! เพราะรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในสนามแข่งเป็นการส่วนตัวหรือจัดแสดงในงานของ Maserati เท่านั้น และไม่ได้ผ่านการอนุญาต (homologated) สำหรับการขับขี่บนถนนหรือการแข่งขันรายการใดๆ
การลงทุนที่ต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
Maserati MC12 Corsa ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในตลาดรถยนต์คลาสสิก สำหรับผู้ที่มองหาการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก รถซูเปอร์สปอร์ตหายากเช่นนี้ มักให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในหุ้นหรือพันธบัตรทั่วไป โดยราคาซื้อขายมือสองในตลาดสหรัฐฯ ได้พุ่งสูงขึ้นถึง 3 ล้านยูโร บ่งบอกถึงความต้องการที่สูงมากในหมู่นักสะสมและนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มความมั่งคั่งผ่านยานยนต์ระดับตำนาน
นอกจากนี้ ในพิพิธภัณฑ์ยังมีการจัดแสดงเครื่องยนต์รุ่นสำคัญๆ โครงสร้างเฟรมรถแข่งในอดีต และยังมีร้านขายของที่ระลึก Maserati Collection Shop ที่จำหน่ายตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์จุกจิก รถโมเดล ไปจนถึงหนังสือเกี่ยวกับแบรนด์ Maserati ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
พิพิธภัณฑ์ส่วนตัวที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์
จากนั้น เราจึงออกเดินทางไปยังฟาร์ม Hombre ผู้ผลิตชีสชื่อดัง Parmigiano Reggiano เหตุผลที่เรามาที่นี่อาจฟังดูแปลก เพราะนี่เป็นฟาร์มที่มีโรงเลี้ยงวัวและโรงบ่มชีสขนาดเล็ก แต่ที่นี่เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของ Umberto Panini เจ้าของโรงงานชีสแห่งนี้ ซึ่งรักและหลงใหลในรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Maserati ถึงขนาดสะสมรถสปอร์ตรุ่นเก่าของแบรนด์นี้ถึง 22 คัน! ดังรายการต่อไปนี้:
1934 Maserati 6C 34
1936 Maserati 6CM
1953 Maserati A6GCS 53 “Berlinetta”
1954 Maserati A6G 54 2000 Allemanno
1957 Maserati 250F V12 รุ่นที่พระองค์เจ้าพีระฯ ใช้คว้าชัยชนะในสนามแข่งระดับโลก
1958 Maserati 3500 GT
1958 Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO
1961 Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO
1961 Maserati TIPO 63 V12 Serenissima
1965 Maserati MISTRAL Coupe
1968 Maserati GHIBLI Coupe
1968 Maserati SIMUN Prototipo
1970 Maserati GHIBLI Spyder
1971 Maserati BORA
1974 Maserati TIPO 124 Italdesign Prototipo
1975 Maserati KHAMSIN
1980 Maserati MERAK SS Turbo Prototipo (คันสีเหลือง)
1989 Maserati QUATTROPORTE Royale (Sedan สีเทา จอดข้าง Merak)
1990 Maserati CHUBASCO Prototipo (คันสีแดงจอดบนชั้น 2)
1991 Maserati BARCHETTA Stradale Maquette
1996 Maserati GHIBLI Open Cup
2002 Maserati 3200 GT Trofeo
ไม่เพียงเท่านั้น ที่นี่ยังมีรถยนต์รุ่นหายากในอดีตทั้ง Cadillac Limousine 355 จากสำนักวาติกัน Mercedes Benz 300SL Gullwing และรถยนต์ Fiat, Alfa Romeo, Lancia หลากหลายรุ่น รวมถึงรถต้นแบบและจักรยานยนต์โบราณหลากหลายยี่ห้อ รวมทั้งจักรยานยนต์ Maserati อีกด้วย! พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เพียงแค่สะสมรถยนต์รุ่นหายากเหล่านี้ไว้ แต่ยังช่วยรักษาบรรดารถยนต์เหล่านี้จากการถูกนำไปประมูลขายมาแล้วด้วย
เรื่องราวเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 1993 เมื่อ FIAT ได้ซื้อกิจการ Maserati จากบริษัท De Tomaso ดังนั้นรถยนต์ในคอลเลกชันเหล่านี้ทั้งหมดจึงถูกส่งไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ของบริษัท รวมถึงงาน Bologna Motor Show ในเดือนธันวาคม 19