![[ครบชุด] T0909137_เป นผ หญ ง ต องหาผ ชายรวยๆมาเล ยงด จะได สบาย](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260910_082242.jpg)
เจาะลึกสวรรค์แห่งความเร็ว: การทดลองขับ Maserati Levante, Ghibli และ GranTurismo ในแดนมักกะโรนี (2026)
ในวันที่ 6 มีนาคม 2017 ที่ผ่านมา สายการบิน Emirates ได้นำคณะสื่อมวลชนและกลุ่ม VIP อีกกว่า 25 คน มุ่งสู่ดินแดนแห่งศิลปะ แฟชั่น และความเร็วอย่างประเทศอิตาลี โดยเริ่มต้นการเดินทางอันน่าตื่นเต้นนี้ ด้วยเครื่องบิน Boeing 777-300 เที่ยวบิน EK093 จากดูไบ สู่สนามบินโบโลญญา ซึ่งต่อเนื่องมาจากการเดินทางด้วยเครื่องบิน Airbus A380 เที่ยวบิน EK419 จากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังดูไบ
การเดินทางครั้งนี้เปรียบเสมือนการก้าวเข้าสู่โลกที่ความฝันถูกขับเคลื่อนให้เป็นจริง ผมเองรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่ครั้งหนึ่งในชีวิต จะได้รับเกียรติให้เยือนประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของศาสตร์แห่งความงามอย่างกาแฟชั้นเลิศ ขนมหวานที่ครองใจคนทั้งโลกอย่างไอศกรีมเจลาโต้ และอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับซูเปอร์คาร์ภายใต้ร่มเงาของยักษ์ใหญ่อย่างกลุ่ม Fiat Chrysler Automotive (FCA)
การเริ่มต้นที่โมเดนา: ฐานที่มั่นแห่งแบรนด์ตรีศูล
หลังจากเดินทางถึงเมืองโบโลญญา (Bologna) และโมเดนา (Modena) ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2017 คณะของเราได้รับเชิญจากบริษัท MGC Asia หรือกลุ่ม Millenium ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Maserati จากอิตาลีอย่างเป็นทางการ เพื่อเยี่ยมชมต้นกำเนิดของแบรนด์ตรีศูลแห่งนี้ ซึ่งเป็นโอกาสอันล้ำค่าที่หลายคนอาจไม่เคยได้สัมผัส
สถานที่สำคัญหลายแห่งในกำหนดการนี้ แม้จะเป็นเศรษฐีหรือผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมระดับสูง ก็ยังยากที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมชมได้ง่าย ๆ ซึ่งเราได้รับเกียรติให้เข้าถึงสถานที่ที่เป็นหัวใจหลักของการผลิตและพัฒนาแบรนด์นี้
Viale Ciro Menotti: หัวใจแห่งตำนาน Maserati
ทันทีที่เรามาถึงสนามบินโบโลญญา เราก็ได้มุ่งหน้าไปยังสำนักงานใหญ่และโรงงานผลิตของ Maserati ที่ตั้งอยู่บนถนน Viale Ciro Menotti เลขที่ 322 เมืองโมเดนา
สถานที่แห่งนี้เดิมเป็นโรงงานเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1939 ด้วยกำลังการผลิตที่จำกัดเพียงไม่เกิน 500 คันต่อปี ก่อนที่อาคารสำนักงานและโชว์รูมขนาดใหญ่ความสูง 9 ชั้น พร้อมด้วยอาคารจอดรถสำหรับพนักงานและผู้มาเยือน จะเริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 1997 ซึ่งเป็นปีที่ Ferrari อดีตคู่แข่งคนสำคัญในวงการแข่งรถ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูกิจการของ Maserati และรวมกันเป็นกลุ่ม Ferrari-Maserati
ในวันที่เราไปเยี่ยมชม มีรถยนต์เด่นหลายรุ่นจอดแสดงให้เห็นอย่างอลังการ โดยเฉพาะรถยนต์สปอร์ต SUV รุ่นใหม่อย่าง Maserati Levante S และรถแข่งในตำนานอย่าง Maserati MC12 Corsa ปี 2006 ที่มีจำนวนเพียง 12 (+3) คันในโลกเท่านั้น
MC12 Corsa เป็นสุดยอดรถแข่งที่ได้รับการออกแบบโดย Frank Stephenson หัวหน้าฝ่ายออกแบบคอนเซ็ปต์ของกลุ่ม Ferrari-Maserati เพื่อลงสนามแข่งขันในรุ่น GT ตามกฎของสมาพันธ์ยานยนต์ระหว่างประเทศ (FIA) รถคันนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V12 สูบ มุม 65 องศา DOHC 48 วาล์ว ขนาดความจุ 5,998 ซีซี รหัส M144A กำลังอัด 11.2:1 ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมาจากเครื่องยนต์พื้นฐานของ Ferrari Enzo
เครื่องยนต์นี้ให้กำลังสูงสุดถึง 755 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 710 นิวตันเมตร (72.3 กก.-ม.) ที่ 6,000 รอบ/นาที เปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2006 ด้วยราคาประมาณ 1 ล้านยูโร แต่ล่าสุด มีรายงานจากดีลเลอร์ในสหรัฐอเมริกาว่ามีการตั้งราคารถแข่งคันนี้ (Used Cars) ไว้สูงถึง 3 ล้านยูโร เนื่องจากรถคันนี้ผลิตขึ้นมาเพื่อการแข่งขันและการทดสอบส่วนบุคคลเท่านั้น และไม่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน (homologated) สำหรับการใช้งานบนถนนสาธารณะ
นอกจากนี้ ภายในโรงงานยังมีร้านขายสินค้าที่ระลึก Maserati Collection Shop ที่มีสินค้าครบวงจร ตั้งแต่เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ไปจนถึงโมเดลรถและหนังสือเกี่ยวกับแบรนด์ Maserati อีกด้วย
พิพิธภัณฑ์ Panini: ความหลงใหลที่กลายเป็นตำนาน
จากนั้น คณะทัวร์ได้เดินทางไปยังฟาร์ม Hombre ซึ่งเป็นแหล่งผลิตชีสท้องถิ่นชื่อดัง Parmiggiano Reggiano หลายคนอาจสงสัยว่าเรามาทำอะไรกันในฟาร์มที่มีวัวและโรงบ่มชีสขนาดใหญ่เช่นนี้
คำตอบคือ ที่นี่เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของ Umberto Panini เจ้าของโรงงานทำชีสแห่งนี้ ผู้ที่หลงใหลในรถยนต์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะรถยนต์ Maserati เขาได้สะสมรถยนต์สปอร์ตรุ่นหายากของแบรนด์ตรีศูลไว้มากถึง 22 คัน ซึ่งประกอบไปด้วยรุ่นต่าง ๆ ดังนี้
1934 Maserati 6C 34
1936 Maserati 6CM
1953 Maserati A6GCS 53 “Berlinetta”
1954 Maserati A6G 54 2000 Allemanno
1957 Maserati 250F V12 (รถแข่งคันเกียรติยศของพระองค์เจ้าพีระฯ)
1958 Maserati 3500 GT
1958 Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO
1961 Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO
1961 Maserati TIPO 63 V12 Serenissima
1965 Maserati MISTRAL Coupe
1968 Maserati GHIBLI Coupe
1968 Maserati SIMUN Prototipo
1970 Maserati GHIBLI Spyder
1971 Maserati BORA
1974 Maserati TIPO 124 Italdesign Prototipo
1975 Maserati KHAMSIN
1980 Maserati MERAK SS Turbo Prototipo (สีเหลือง)
1989 Maserati QUATTROPORTE Royale (สีเทา ข้างคัน Merak)
1990 Maserati CHUBASCO Prototipo (สีแดง ชั้น 2)
1991 Maserati BARCHETTA Stradale Maquette
1996 Maserati GHIBLI Open Cup
2002 Maserati 3200 GT Trofeo
นอกจากรถยนต์ Maserati แล้ว ที่นี่ยังมีคอลเล็กชันรถยนต์รุ่นหายากอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น Cadillac Limousine 355 จากวาติกัน, Mercedes Benz 300SL Gullwing, รถยนต์จากแบรนด์ Fiat, Alfa Romeo, Lancia หลายรุ่น รวมถึงรถต้นแบบและมอเตอร์ไซค์โบราณจากหลากหลายยี่ห้อ รวมถึงมอเตอร์ไซค์ Maserati ด้วย
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่รวบรวมรถหายากเท่านั้น แต่ยังเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ช่วยปกป้องรถยนต์เหล่านี้ไม่ให้ต้องถูกนำไปประมูลขาย
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 1993 เมื่อ FIAT เข้าซื้อกิจการ Maserati จากบริษัท DeTomaso ทำให้รถยนต์ทั้งหมดในคอลเล็กชันนี้ถูกส่งไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ของบริษัท รวมถึงงาน Bologna Motor Show ในเดือนธันวาคม 1994
ทว่า ในเดือนกรกฎาคม 1996 DeTomaso กลับยืนยันสิทธิ์ในการขอคืนรถยนต์และเครื่องยนต์ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ของตน Maserati มีงบประมาณจำกัด จึงสามารถซื้อได้เพียงรถยนต์บางส่วนและเครื่องยนต์ 15 รายการเท่านั้น ทำให้รถยนต์ทั้ง 19 คันต้องถูกนำไปประมูลที่ Brook Auction House กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 2 ธันวาคม 1996
ข่าวนี้สร้างความตื่นตัวให้กับเทศบาลเมืองโมเดนาอย่างมาก นาย Walter Veltroni รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในขณะนั้น นายกเทศมนตรีเมืองโมเดนา Giuliano Barbolini และภาคเอกชนหลายราย ต่างร่วมมือกันหาทางออก เพื่อรักษาทรัพย์สมบัติทางวัฒนธรรมของเมืองนี้เอาไว้
Umber