🔻 รับชมวิดีโอด้านล่าง 🔻
ความท้าทายของโลกยานยนต์: เมื่อความหรูต้องก้าวสู่ความยั่งยืน
ตลอดประวัติศาสตร์กว่า 110 ปีของ Maserati ตั้งแต่ปี 1914 บริษัทนี้ได้สร้างมาตรฐานด้านสมรรถนะและความสง่างามมาโดยตลอด สำหรับความสำเร็จด้านรถเปิดประทุนนั้น ย้อนกลับไปถึงรุ่นแรกอย่าง MASERATI 4CS ซึ่งเริ่มผลิตครั้งแรกในปี 1931 และต่อมาก็ได้พัฒนารถในอนุกรม Grancabrio ซึ่งเป็นคู่แฝดของรถคูเป้ชื่อดังอย่าง Grancabrio และ Granturismo สำหรับรถ Grancabrio รุ่นแรกเริ่มจำหน่ายในปี 2010 และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องก่อนจะสิ้นสุดสายการผลิตไปในอีก 9 ปีต่อมา อย่างไรก็ตาม ค่ายตรีศูล (Maserati) ยังไม่หยุดนิ่งที่จะก้าวไปข้างหน้า เพื่อตอบสนองต่อเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก และเพื่อยืนหยัดในฐานะผู้นำแห่งยุคแห่งรถพลังงานไฟฟ้า Maserati จึงได้บรรจุรถเปิดประทุนรุ่นใหม่นี้เข้าสู่สายการผลิตอีกครั้ง และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2024 ในฐานะสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นยุคใหม่Grancabrio Trofeo: การคืนชีพสู่สายการผลิต
เมื่อต้นปี 2024 ที่ผ่านมา โลกยานยนต์ได้ต้อนรับการกลับมาของ Maserati Grancabrio อีกครั้งในรุ่นที่ 2 โดยรุ่นแรกที่เปิดตัวคือ MASERATI GRANCABRIO TROFEO ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ต่อการผสมผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับสไตล์ที่หรูหรา รถรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด เพื่อให้ตอบโจทย์ตลาดรถสปอร์ตเปิดประทุนในระดับบนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Maserati Grancabrio Folgore: พลังไฟฟ้าที่ไร้ขีดจำกัด
นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่ต้องจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ของค่ายตรีศูล เมื่อ Maserati ได้ประกาศเปิดตัว Grancabrio Folgore ในกลางเดือนเมษายน 2024 โดยถือเป็นรถเปิดประทุนระดับหรูคันแรกในยุโรปที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน และยังครองตำแหน่งรถเปิดประทุนไฟฟ้าที่วิ่งได้เร็วที่สุดในโลกในเวลานั้นอีกด้วยต้นกำเนิดของพลัง: เทคโนโลยีจากสนามแข่ง
สิ่งที่ทำให้ Grancabrio Folgore แตกต่างจากคู่แข่ง คือ การที่ Maserati ได้นำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจากการแข่งขันในสนาม FORMULA E มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนารถรุ่นนี้โดยตรง เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้รถมีสมรรถนะที่โดดเด่น แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งปรัชญาของการขับขี่แบบสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้เทคโนโลยีที่อยู่ภายใต้ฝากระโปรง
Grancabrio Folgore มีขนาดตัวถังที่เท่าเทียมกับ Grancabrio Trofeo คือ ยาว 4,966 มิลลิเมตร กว้าง 1,957 มิลลิเมตร และสูง 1,365 มิลลิเมตร แต่สิ่งที่อยู่ภายใต้ความสง่างามนั้นคือ มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ซึ่งติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดเพื่อการขับเคลื่อนแบบครบวงจร (All-Wheel Drive) โดยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 300 กิโลวัตต์ จำนวน 3 ตัวนี้ทำงานร่วมกันผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 1 จังหวะ หัวใจสำคัญของรถคันนี้คือ แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน (Lithium-Ion Battery) ที่ให้ความจุรวม 92.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) หรือ 83 กิโลวัตต์-ชั่วโมงสำหรับการใช้งานจริง แบตเตอรี่ได้รับการติดตั้งให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำสุด เพื่อรักษาการยึดเกาะถนนที่ดีที่สุด ในสภาวะแรงบิดสูงสุด รถจะสามารถให้กำลังรวมได้ถึง 762 แรงม้า (แรงม้าสูงสุด 560 กิโลวัตต์) และสามารถบูสต์กำลังได้สูงสุดถึง 830 แรงม้า (610 กิโลวัตต์) ซึ่งถือเป็นสมรรถนะที่น่าทึ่งสำหรับรถเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้า
สมรรถนะที่เหนือกว่า: อัตราเร่งที่ทำให้คุณต้องหยุดหายใจ
เมื่อมองที่ตัวเลขทางเทคนิคของ Grancabrio Folgore จะพบว่าสมรรถนะของรถคันนี้ไม่เป็นรองรถสปอร์ตที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในแม้แต่น้อย อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทำได้เพียง 2.8 วินาที และอัตราเร่ง 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ใน 9.1 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งแม้ว่าจะน้อยกว่ารุ่นเบนซินเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่น่าประทับใจมากสำหรับรถเปิดประทุน นอกจากเรื่องอัตราเร่งแล้ว เรื่องระยะเบรกก็สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับความเร็ว 100-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถคันนี้ใช้ระยะทางเพียงไม่ถึง 37 เมตร ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพของระบบเบรกที่แม่นยำและมั่นคง ในแง่ของประสิทธิภาพด้านพลังงาน Maserati รายงานว่ารถรุ่นนี้มีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย 22.4 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร และสามารถวิ่งได้ไกลถึง 447 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็ม (มาตรฐาน WLTP) ซึ่งถือเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการเดินทางระยะกลางและระยะไกลประทุนหลังคา: ความงามเหนือกาลเวลาที่กลับมาอีกครั้ง
เช่นเดียวกับรถเบนซินรุ่นพี่ Grancabrio Folgore ได้รับการติดตั้ง ประทุนหลังคาผ้า (Soft Top) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเปิด-ปิดประทุนสามารถทำได้เพียงการกดปุ่ม ซึ่งรถจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การเปิดประทุนจะใช้เวลาประมาณ 14 วินาที ส่วนการปิดจะใช้เวลามากกว่าเล็กน้อยที่ 16 วินาทีนวัตกรรมแห่งการออกแบบ: โครงสร้างวัสดุใหม่

