![[ครบชุด] T1509161 เม อบร ษ ทเต มไปด](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260917_105802.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore 2026: หรูหราด้วยไฟฟ้า ขับขี่เร้าใจสไตล์อิตาเลียน
โลกแห่งยานยนต์หรูสำหรับผู้ที่มีรสนิยมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มรถเปิดประทุนสมรรถนะสูง (Performance Convertibles) ที่ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการด้านเอกลักษณ์และสุนทรียภาพในการขับขี่ แต่ยังต้องมาพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาด วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสุดยอดรถเปิดหลังคาไฟฟ้าล้วนคันใหม่จากค่าย “ตรีศูล” หรือ Maserati ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการยานยนต์มานานกว่าศตวรรษ
ประวัติศาสตร์แห่งนวัตกรรม: จากตรีศูลสู่ยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต
Maserati ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1914 ณ เมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี ด้วยเจตนารมณ์ที่จะสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ผสานความงดงามของดีไซน์แบบอิตาเลียนเข้ากับขีดความสามารถทางสมรรถนะขั้นสูงสุด ประสบการณ์อันยาวนานของค่ายตรีศูลนี้ไม่เพียงจำกัดอยู่แค่ในสายการผลิตรถสปอร์ตหรือซูเปอร์คาร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรถเปิดประทุนที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดหรูด้วย
ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1931 Maserati ได้เปิดตัวรถเปิดประทุนรุ่นแรกในสายการผลิตอย่างเป็นทางการในนาม Maserati 4CS นับเป็นการวางรากฐานให้กับความสำเร็จของรถยนต์เปิดหลังคาในอนาคต สำหรับตลาดในปัจจุบัน Maserati มีรถเปิดประทุนเพียงอนุกรมเดียวคือ Maserati GranCabrio ซึ่งเป็นรถสปอร์ตแบบ 2 ประตู 4 ที่นั่ง และถือเป็นคู่แฝดกับรถคูเป้อย่าง Maserati GranTurismo รถรุ่นแรกเริ่มวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2010 และอยู่ในตลาดอย่างต่อเนื่องจนถึงปี ค.ศ. 2019 ก่อนจะมีการปลดประจำการพร้อมกันกับรถคูเปที่เริ่มเปิดตัวในช่วงปี ค.ศ. 2007
อย่างไรก็ตาม ครึ่งทศวรรษหลังจากนั้น Maserati ก็ตัดสินใจนำรถยนต์เปิดประทุนในอนุกรมนี้กลับมาสู่ตลาดอีกครั้งหนึ่ง และสำหรับปีมังกรไฟ 2024 ทางค่ายก็ได้เปิดตัวรถรุ่นที่สองอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ โดยเริ่มต้นจากการเปิดตัวรุ่น Maserati GranCabrio Trofeo ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นความแรงและสมรรถนะสูงสุด ด้วยขนาดตัวถังที่ยาว 4.966 เมตร กว้าง 1.957 เมตร และสูง 1.365 เมตร มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน V6 แบบทวินเทอร์โบ ขนาดความจุ 2,992 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 399 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 542 แรงม้า ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ สามารถอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดถึง 316 กม./ชม.
การพลิกโฉมสู่โลกแห่งพลังงานไฟฟ้า: Maserati GranCabrio Folgore 2026
ในปี 2025 ผู้ผลิตรถสปอร์ตระดับพรีเมียมจากอิตาลีได้ประกาศแผนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้า โดยเริ่มจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในรุ่นที่ใช้เทคโนโลยี Folgore ซึ่งเป็นคำศัพท์ภาษาอิตาลีที่หมายถึง “สายฟ้าแลบ” โดยรถรุ่นใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจมากที่สุดในเวลานี้คือ Maserati GranCabrio Folgore 2026
Maserati GranCabrio Folgore ถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยีปัจจุบัน เพราะนี่คือรถเปิดประทุนระดับหรูคันแรกในยุโรปที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนๆ และยังเป็นรถเปิดประทุนไฟฟ้าล้วนที่เร็วที่สุดในตลาดขณะนี้อีกด้วย ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากการที่ค่าย Maserati ได้นำประสบการณ์อันล้ำค่าจากการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้า Formula E มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด
สมรรถนะที่เหนือชั้นด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
ในด้านของขนาดตัวถัง Maserati GranCabrio Folgore มีขนาดที่เท่าเทียมกันกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน คือ ยาว 4.966 เมตร กว้าง 1.957 เมตร และสูง 1.365 เมตร แต่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากระบบแบตเตอรี่ส่งผลให้รถรุ่นนี้มีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2,340 กิโลกรัม
การขับเคลื่อนเป็นแบบทุกล้อ (All-Wheel Drive) โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ชุดทำงานร่วมกัน มอเตอร์ชุดแรกติดตั้งอยู่ที่เพลาหน้าขนาด 300 กิโลวัตต์ (ประมาณ 408 แรงม้า) และมอเตอร์อีก 2 ชุดติดตั้งอยู่ด้านหลัง ซึ่งให้กำลังรวมสูงสุดถึง 560 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 762 แรงม้า (และสามารถบูสต์กำลังสูงสุดได้ถึง 610 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 830 แรงม้า) โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 4 รูปแบบ ซึ่งครอบคลุมความต้องการของนักขับตั้งแต่การขับขี่เพื่อการเดินทางที่ประหยัดพลังงาน ไปจนถึงการขับขี่ในสนามแข่ง ได้แก่ MAX RANGE (ประหยัดสูงสุด), GT (แกรนด์ทัวริ่ง), SPORT (สปอร์ต) และ CORSA (แข่งในสนาม) ซึ่งในโหมดนี้ระบบจะปล่อยศักยภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าออกมาเต็มที่ที่สุด
สำหรับตัวเลขสมรรถนะที่น่าประทับใจตามที่ผู้ผลิตได้ประกาศไว้นั้น ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่สามารถทำได้ภายใน 2.8 วินาที และอัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ในระยะเวลาเพียง 9.1 วินาที รวมถึงความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้ถึง 290 กม./ชม. การหยุดรถจากความเร็ว 100 กม./ชม. ใช้ระยะทางเพียงไม่ถึง 37 เมตร นอกจากนี้ยังมีการคำนวณอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 22.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. ซึ่งหมายความว่ารถสามารถวิ่งได้ไกลถึง 447 กม. เมื่อชาร์จไฟเต็ม ตามมาตรฐานการวัด WLTP (Worldwide Harmonised Light Vehicle Test Procedure) ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในระดับสากล และส่งผลโดยตรงต่อราคาขายในตลาดการนำเข้ารถยนต์และการพิจารณาอัตราค่าบำรุงรักษาในอนาคต
ดีไซน์ที่สง่างามและเทคโนโลยีหลังคาที่ก้าวล้ำ
เช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในสายการผลิตปัจจุบัน Maserati GranCabrio Folgore ติดตั้งระบบเปิด-ปิดประทุนหลังคาแบบอ่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งนักขับสามารถกดปุ่มเพื่อสั่งงานได้ แม้ขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. การเปิดประทุนใช้เวลาเพียง 14 วินาที ในขณะที่การปิดประทุนใช้เวลานานกว่าเล็กน้อยคือ 16 วินาที
ประทุนหลังคาผลิตจากวัสดุผ้าแฟบริคชั้นเยี่ยม และมาพร้อมกับทางเลือกของสีที่หลากหลายถึง 5 เฉดสี ได้แก่ สีดำ (Nero), สีน้ำเงินอมเขียว (Blue Marine), สีเทา (Titan Grey), สีเทาอมครีม (Greige) และสีแดงเลือดหมู (Granata) สีสันเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงรสนิยมและสไตล์ที่โดดเด่นของผู้ครอบครองรถคันนี้
ตารางเปรียบเทียบข้อมูลสำคัญ: Maserati GranCabrio Trofeo vs. Maserati GranCabrio Folgore
เพื่อให้นักขับและผู้ที่สนใจเห็นภาพรวมความแตกต่างของสมรรถนะและเทคโนโลยีอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญของรถยนต์สองรุ่นนี้มาเปรียบเทียบกันดังตารางนี้
| คุณสมบัติ | Maserati GranCabrio Trofeo (2024) | Maserati GranCabrio Folgore (2026) |
| :— | :— | :— |
| ประเภทเครื่องยนต์ | เบนซิน V6 ทวินเทอร์โบ | ไฟฟ้าล้วน (BEV) |
| มิติตัวถัง (ยาวxกว้างxสูง) | 4.966 x 1.957 x 1.365 เมตร | 4.966 x 1.957 x 1.365 เมตร |
| น้ำหนัก | ประมาณ 1,795 กิโลกรัม | ประมาณ 2,340 กิโลกรัม |
| ระบบขับเคลื่อน | ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) | ขับเคลื่อนสี่ล้อ (A