![[ครบชุด] T1009615_ถ าพ น องไม เคยเห นค า ย งเร ยกครอบคร วไหม](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_133623.jpg)
Maserati Grancabrio Folgore: ปฏิวัติความหรูด้วยพลังไฟฟ้า ประทุนอ่อน 5 สีใหม่ล่าสุด (2026)
ในวงการรถยนต์หรูระดับโลก ปี 2026 นับเป็นยุคทองของการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มรถสปอร์ตเปิดประทุน (Convertible) ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ค่ายผู้ผลิตสัญชาติอิตาลีอย่าง Maserati (มาเซราติ) หนึ่งในแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมระดับตำนาน ไม่พลาดที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ โดยการเปิดตัว Maserati Grancabrio Folgore รถสปอร์ตเปิดประทุนพลังไฟฟ้าสุดหรูรุ่นแรกของแบรนด์
ทำความรู้จักกับผู้ผลิตระดับตำนาน:
Maserati ก่อตั้งขึ้นในปี 1914 โดยพี่น้อง Maserati 5 คน ซึ่งล้วนมีความหลงใหลในความเร็วและเทคโนโลยีทางวิศวกรรม ด้วยความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาอย่างยาวนานกว่าศตวรรษ แบรนด์ “ตรีศูล” หรือ “สามง่าม” ได้สร้างสรรค์รถยนต์สมรรถนะสูงและรถสปอร์ตระดับโลกมากมาย หนึ่งในไลน์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับคือรถเปิดประทุน ซึ่ง Maserati เริ่มต้นทำรถเปิดประทุนคันแรกที่มีชื่อว่า Maserati 4CS ตั้งแต่ปี 1931 ในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง
ในตลาดปัจจุบัน สายการผลิตรถเปิดประทุนของ Maserati ประกอบด้วยรุ่น 2 ประตู 4 ที่นั่ง ในตระกูล Grancabrio ซึ่งถือเป็นคู่แฝดทางวิศวกรรมของ Maserati Granturismo รถคูเป 2 ประตู 4 ที่นั่ง รุ่นแรกเริ่มการผลิตและวางจำหน่ายในปี 2010 และได้รับการปรับปรุงต่อเนื่องจนถึงปี 2019 จึงถูกปลดออกจากสายการผลิต ก่อนที่จะมีการกลับมาอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยรุ่นแรกที่เปิดตัวสู่ตลาดคือ Maserati Grancabrio Trofeo ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 กุมภาพันธ์ 2024 (ปีมังกรไฟ) ด้วยขนาดตัวถังยาว 4.966 เมตร กว้าง 1.957 เมตร และสูง 1.365 เมตร ติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซิน V6 ขนาด 2,992 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 399 กิโลวัตต์ หรือ 542 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 316 กม./ชม.
การปฏิวัติสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าด้วย Grancabrio Folgore (2026):
สำหรับ Maserati Grancabrio Folgore ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของแบรนด์ ที่มุ่งสู่การเป็นผู้นำในตลาดรถสปอร์ตเปิดประทุนพลังไฟฟ้า (Electric Convertible) รถรุ่นนี้เปิดตัวในช่วงกลางเดือนเมษายน 2024 พร้อมกับการประกาศอย่างกล้าหาญว่านี่คือรถสปอร์ตเปิดประทุนระดับหรูคันแรกในยุโรปที่เป็นระบบไฟฟ้าล้วน (Fully Electric) และเป็นรถเปิดประทุนไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในตลาด ณ ปัจจุบัน
ด้วยประสบการณ์ที่ล้นเหลือจากการลงแข่งขันในเวที Formula E (ฟอร์มูลา อี) ซึ่งเป็นการแข่งขันรถยนต์พลังงานไฟฟ้าชั้นนำของโลก Maserati ได้นำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ได้จากการแข่งขันมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนารถรุ่นใหม่นี้ ตัวถังของ Grancabrio Folgore มีขนาดเท่ากับรุ่นเบนซินทุกมิติ คือ ยาว 4.966 เมตร กว้าง 1.957 เมตร และสูง 1.365 เมตร แต่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนทุกล้อ (All-Wheel Drive) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง 3 ชุด โดยแบ่งเป็นชุดกำลังขับด้านหน้า 1 ชุด และชุดกำลังขับด้านหลัง 2 ชุด มอเตอร์แต่ละชุดมีกำลัง 300 กิโลวัตต์ หรือ 408 แรงม้า ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 1 จังหวะ และชุดแบตเตอรี่ Lithium-Ion (ลิเธียม-ไอออน) ความจุรวม 92.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ความจุใช้งาน 83 กิโลวัตต์ชั่วโมง) ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 560 กิโลวัตต์ หรือ 762 แรงม้า (หรือ 610 กิโลวัตต์/830 แรงม้า ในโหมดบูสต์สูงสุด) ระบบยังมีโหมดการขับให้เลือกใช้ถึง 4 ระดับ ได้แก่ MAX RANGE, GT, SPORT และ CORSA เพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการขับขี่
สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ในร่างเปิดประทุน:
ตามตัวเลขทางเทคนิคที่ผู้ผลิตได้ประกาศอย่างเป็นทางการ Maserati Grancabrio Folgore แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่น่าทึ่ง อัตราเร่งจากหยุดนิ่งไปยัง 100 กม./ชม. (0-100 km/h) สามารถทำได้ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาที และเร่งจาก 0-200 กม./ชม. (0-200 km/h) ใช้เวลาเพียง 9.1 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ที่ 290 กม./ชม. ในด้านการเบรก หากวัดอัตราเร่งจาก 100-0 กม./ชม. จะใช้ระยะทางไม่ถึง 37 เมตร (สั้นกว่าระยะทางสนามฟุตบอลประมาณ 3 เท่า) อัตราสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 22.4 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร และสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 447 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐานการวัด WLTP (Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Procedure) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด
การออกแบบและฟังก์ชันการใช้งาน (2026):
เช่นเดียวกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน รถยนต์พลังงานไฟฟ้า Maserati Grancabrio Folgore ก็มาพร้อมกับหลังคาเปิดประทุนแบบอ่อน (Soft Top) ที่ควบคุมการเปิด-ปิดด้วยปุ่มกด และยังสามารถทำงานได้ในขณะที่รถกำลังวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. กระบวนการเปิดประทุนใช้เวลาเพียง 14 วินาที ในขณะที่การปิดหลังคาจะใช้เวลานานกว่าเล็กน้อยอยู่ที่ 16 วินาที หลังคาผ้าใบนี้เป็นวัสดุผ้าแฟบริคคุณภาพสูงพิเศษ มีให้เลือกถึง 5 สี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านดีไซน์ของลูกค้า ได้แก่ สีดำ (Black) สีน้ำเงินเข้ม (Blue Marine) สีเทาไททัน (Titan Grey) สีครีมเทา (Greige) และสีแดง Granata
| รายละเอียดทางเทคนิค | Maserati Grancabrio Folgore (2026) |
| :— | :— |
| ประเภทรถ | รถสปอร์ตเปิดประทุน 2 ประตู 4 ที่นั่ง (Luxury Convertible) |
| ระบบขับเคลื่อน | พลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) |
| มอเตอร์ไฟฟ้า | 3 ชุด (หน้า 1 ชุด / หลัง 2 ชุด) กำลังรวมสูงสุด 560 กิโลวัตต์/762 แรงม้า |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 2.8 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 290 กม./ชม. |
| ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ (WLTP) | 447 กิโลเมตร |
| ตัวถัง | เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า (Soft Top), 5 สีให้เลือก |
| น้ำหนัก | 2,340 กิโลกรัม (เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการติดตั้งชุดแบตเตอรี่) |
| ราคาเริ่มต้นในอิตาลี | ประมาณ 210,700 ยูโร (ประมาณ 8.00 ล้านบาทไทย) |
ราคาและความคุ้มค่าสำหรับนักลงทุนไทย (2026):
สำหรับนักลงทุนชาวไทยหรือผู้ที่สนใจ Maserati Grancabrio Folgore 2026 ที่ต้องการครอบครองสุดยอดยนตรกรรมเปิดประทุนแห่งอนาคต ต้องพิจารณาเรื่องของราคาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ราคาเริ่มต้นของรุ่นนี้ในตลาดประเทศอิตาลีอยู่ที่ประมาณ 210,700 ยูโร ซึ่งคิดเป็นเงินไทยประมาณ 8.00 ล้านบาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบัน) อย่างไรก็ตาม หากนำเข้าสู่ประเทศไทย อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่น อัตราภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้ราคาสูงกว่าราคาเปิดตัวเล็กน้อย แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์หรูที่มีสมรรถนะสูงและเทคโนโลยีล้ำสมัย การลงทุนในรถ