![[ครบชุด] T1009622_เจ าของโรงแรมแกล งเป น รปภ. ลองใจสาว](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_133758.jpg)
Maserati Grancabrio Folgore: รถเปิดประทุนไฟฟ้าล้วนสุดหรูแห่งยุค 2026
ในบรรดารถสปอร์ตสุดหรูที่เปิดตัวมาใหม่ในตลาดโลกประจำปี 2026 นี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในรุ่นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ Maserati Grancabrio Folgore ซึ่งเป็นยนตรกรรมเปิดประทุนพลังไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่สร้างความฮือฮาไปทั่ววงการยานยนต์ไฟฟ้าหรูทั่วโลก ด้วยสมรรถนะอันน่าทึ่งและการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดจิตวิญญาณความเป็นซูเปอร์คาร์จากตระกูลตรีศูลอันโด่งดังของ Maserati
Maserati เป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติอิตาลีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 112 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1914 โดยตระกูล Maserati ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์หรูที่มีชื่อเสียงมายาวนานและมีส่วนในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์อย่างต่อเนื่อง ความเชี่ยวชาญในด้านรถสปอร์ตสมรรถนะสูงนี้สะท้อนให้เห็นจากการผลิตรถสปอร์ตเปิดประทุนคันแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัทตั้งแต่ปี 1931 ซึ่งก็คือรุ่น Maserati 4CS ในปัจจุบัน สายการผลิตรถสปอร์ตเปิดประทุนภายใต้ตราสัญลักษณ์ “ตรีศูล” มีเพียงหนึ่งตระกูลเท่านั้น นั่นคือ Maserati Grancabrio เป็นรถยนต์แบบ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาควบคู่ไปกับรุ่นคูเป 2 ประตู 4 ที่นั่ง ในชื่อ Maserati GranTurismo เดิมทีรถรุ่นนี้เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี 2010 และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงปี 2019 จึงได้ยุติสายการผลิตไป พร้อม ๆ กับการสิ้นสุดยุคของรุ่น GranTurismo รุ่นดั้งเดิมที่เริ่มการผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ปี 2007
ครึ่งทศวรรษถัดมา นับจากช่วงปี 2019 บริษัท Maserati ก็ได้นำรถสปอร์ตเปิดประทุนกลับคืนสู่สายการผลิตอีกครั้ง และได้เปิดตัวรุ่นที่สองของตระกูลนี้ให้โลกได้ยลโฉมในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2024 หรือที่รู้จักกันดีว่าเป็น “วันปีมะโรง” (ปีแห่งมังกรไฟ) การเปิดตัวครั้งแรกนี้มีรถให้เลือกเพียงรุ่นเดียวนั่นก็คือ Maserati Grancabrio Trofeo ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้ขุมกำลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ V6 ขนาด 2.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 399 กิโลวัตต์ (542 แรงม้า) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 316 กม./ชม. นับเป็นการกลับมาที่ยิ่งใหญ่ของชื่อรุ่นที่คลาสสิกนี้
สำหรับรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในเดือนเมษายน 2024 และเป็นหัวใจหลักของเนื้อหานี้ นั่นก็คือ Maserati Grancabrio Folgore ซึ่งเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนระดับหรูรุ่นแรกของยุโรปที่ใช้ขุมพลังจากไฟฟ้าล้วน (BEV) และถือเป็นรถเปิดประทุนพลังไฟฟ้าที่ทำความเร็วสูงสุดได้มากที่สุดในขณะนี้
การออกแบบที่ผสานความหรูหราและความล้ำสมัย
Maserati Grancabrio Folgore ขับเคลื่อนด้วยการใช้เทคโนโลยีอันก้าวล้ำและประสบการณ์ที่สั่งสมจากการลงสนามแข่งรถพลังงานไฟฟ้าฟอร์มูลา อี (Formula E) ที่ทางค่ายได้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ตัวถังได้รับการออกแบบให้มีมิติที่ยาว 4.966 เมตร กว้าง 1.957 เมตร และสูง 1.365 เมตร ซึ่งเป็นขนาดเดียวกับรถรุ่นเครื่องยนต์เบนซินที่วางจำหน่ายก่อนหน้า ระบบขับเคลื่อนของรถรุ่นนี้เป็นแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 3 ชุด โดยมีกำลังขับเคลื่อน 300 กิโลวัตต์ (408 แรงม้า) สำหรับชุดแรกติดตั้งอยู่ด้านหน้า และอีก 2 ชุดติดตั้งอยู่ด้านหลัง ทำงานร่วมกันผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 1 จังหวะ และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีความจุรวมอยู่ที่ 92.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ความจุใช้งานจริง 83 กิโลวัตต์ชั่วโมง) ให้กำลังรวมสูงสุดอยู่ที่ 560 กิโลวัตต์ (762 แรงม้า) และสามารถทำกำลังสูงสุดชั่วขณะ (Boost) ได้ถึง 610 กิโลวัตต์ (830 แรงม้า) โดยมีโหมดการขับเคลื่อนให้เลือกถึง 4 โหมด คือ MAX RANGE, GT, SPORT, และ CORSA ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การขับขี่เพื่อความประหยัดพลังงาน ไปจนถึงการขับขี่แบบสปอร์ตที่ต้องการสมรรถนะสูงสุด
สมรรถนะและความแรงระดับซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า
ตามข้อมูลผู้ผลิต Maserati Grancabrio Folgore มีอัตราเร่งที่น่าทึ่ง จาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.8 วินาที และสามารถเร่งความเร็วจาก 0-200 กม./ชม. ได้ใน 9.1 วินาที พร้อมด้วยความเร็วสูงสุดที่ถูกจำกัดไว้ที่ 290 กม./ชม. นอกจากนี้ ระบบเบรกยังสามารถหยุดรถจาก 100-0 กม./ชม. ได้ในระยะทางไม่ถึง 37 เมตร มีอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ 22.4 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร และสามารถขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 447 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP
ความประณีตของการออกแบบประทุนแบบอ่อน
เช่นเดียวกับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน รถพลังไฟฟ้า Grancabrio Folgore นี้มาพร้อมกับหลังคาผ้าใบแบบนุ่ม (Soft Top) ซึ่งสามารถเปิด-ปิดได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว และที่สำคัญคือสามารถเปิด-ปิดได้ขณะที่รถยังวิ่งอยู่ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. โดยใช้เวลาในการเปิดหลังคาประมาณ 14 วินาที ในขณะที่การปิดหลังคาจะใช้เวลาอยู่ที่ 16 วินาที ตัวหลังคาทำจากผ้าคุณภาพเยี่ยม และมีตัวเลือกสีให้เลือกถึง 5 สี คือ สีดำ, สีฟ้า BLUE MARINE, สีเทา TITAN GREY, สีครีมเทา GREIGE และสีแดง GRANATA นับเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับความคลาสสิกได้อย่างลงตัว
Maserati Grancabrio Folgore: ข้อมูลทางเทคนิค
| คุณสมบัติ | ข้อมูล |
| :— | :— |
| ประเภทรถ | สปอร์ตเปิดประทุน 2 ประตู 4 ที่นั่ง |
| ระบบขับเคลื่อน | พลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) ขับสี่ล้อ |
| มิติตัวถัง | ยาว 4.966 ม. x กว้าง 1.957 ม. x สูง 1.365 ม. |
| น้ำหนักตัวรถ | 2,340 กก. |
| ระบบขับเคลื่อน | มอเตอร์ไฟฟ้า 300 กิโลวัตต์ 3 ตัว |
| กำลังรวมสูงสุด | 560 กิโลวัตต์ (762 แรงม้า) |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 2.8 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 290 กม./ชม. |
| ราคาในประเทศอิตาลี | เริ่มต้นที่ 210,700 ยูโร (ประมาณ 7.80 ล้านบาทไทย) |
การวิเคราะห์ตลาดและโอกาสการลงทุนในปี 2026
ในช่วงปี 2026 ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรูในไทยเริ่มมีความคึกคักมากขึ้น แม้ว่ารถซูเปอร์คาร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ อย่าง Maserati Grancabrio Folgore จะยังไม่มีการประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่เราสามารถวิเคราะห์แนวโน้มและโอกาสสำหรับกลุ่มผู้ซื้อระดับบนที่สนใจในรถยนต์สปอร์ตเปิดประทุนพลังไฟฟ้าได้ ดังนี้
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย: กลุ่มเป้าหมายหลักของรถยนต์รุ่นนี้คือผู้ที่มีกำลังซื้อสูงมาก มีความหลงใหลในรถยนต์ซูเปอร์คาร์ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ต้องการรถยนต์ที่มีสมรรถนะระดับสูง และพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์พลังงานไฟฟ้า กลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้มักจะให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและชื่อเสียงโด่งดัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่ง Maserati เป็นหนึ่งในนั้น
การพิจารณาด้านงบประมาณ: เมื่อเทียบกับราคาในยุโรปที่เริ่มต้นประมาณ 7