![[ครบชุด] T1009628_แย งโบน สแม บ าน เพราะเป นน องเม ยบอส](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_133918.jpg)
Maserati Grancabrio Folgore: อนาคตแห่งซูเปอร์คาร์เปิดประทุนพลังงานไฟฟ้า 2026
ในวงการยานยนต์หรูมีการปรับตัวครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก จากที่ครั้งหนึ่งการเปิดตัวรถยนต์ซูเปอร์คาร์เปิดประทุนพลังงานไฟฟ้าเคยเป็นเพียงความฝัน ปัจจุบันได้กลายเป็นความจริงที่สามารถจับต้องได้ บริษัทชั้นนำระดับโลกต่างเร่งพัฒนารถรุ่นใหม่ ๆ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญในตลาดนี้คือ Maserati ผู้ผลิตรถสัญชาติอิตาลี ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการนำเสนอเทคโนโลยีและความหรูหรา
Maserati Grancabrio Folgore คือชื่อของรถซูเปอร์คาร์เปิดประทุนพลังงานไฟฟ้าล้วนที่ถือเป็นนิยามใหม่ของความสปอร์ตและหรูหราสำหรับตลาดปี 2026 ด้วยดีไซน์ที่งดงามตามแบบฉบับอิตาลี ควบคู่ไปกับสมรรถนะที่เหนือชั้นเหนือรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเปิดประทุนทั่วไป บทความนี้จะพาเจาะลึกถึงความยอดเยี่ยมของรถรุ่นนี้ ที่ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ แต่ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่สะท้อนถึงประสบการณ์ยาวนานกว่าศตวรรษของค่าย “ตรีศูล”
ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของ Maserati
Maserati ก่อตั้งขึ้นในปี 1914 โดยพี่น้องตระกูล Maserati ทั้งหกคน ซึ่งแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมยานยนต์ ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่าศตวรรษ ทำให้แบรนด์นี้มีชื่อเสียงด้านการผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงที่ผสมผสานความหรูหราและงานฝีมือแบบอิตาเลียนได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถเปิดประทุนหรือ GranTurismo
การผลิตรถเปิดประทุนของ Maserati เริ่มต้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1931 ด้วยรถรุ่น Maserati 4CS ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของรถเปิดประทุนในสายการผลิตของแบรนด์ ต่อมาในปี 2010 Maserati ได้เปิดตัวรถเปิดประทุน 2 ประตู 4 ที่นั่ง รุ่น Maserati Grancabrio ซึ่งเป็นคู่แฝดทางด้านการออกแบบและวิศวกรรมกับรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง รุ่น Maserati Granturismo รถรุ่นแรกเริ่มจำหน่ายในปี 2007 และครองตลาดมายาวนานจนถึงปี 2019 จึงได้หยุดสายการผลิตลง
หลังจากการหยุดพักไปครึ่งทศวรรษ Maserati ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับรถเปิดประทุนอนุกรมใหม่ โดยการเปิดตัวรถรุ่นที่สองของซีรีส์ Grancabrio เกิดขึ้นในวันพิเศษของปีมังกรไฟ 2024 คือวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2024 งานเปิดตัวครั้งนั้นได้นำเสนอรถเพียงโมเดลเดียวคือ Maserati Grancabrio Trofeo ซึ่งเป็นรถที่ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ V6 ขนาด 2,992 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 399 กิโลวัตต์/542 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.6 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 316 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การปฏิวัติสู่อนาคต: Maserati Grancabrio Folgore 2026
นอกเหนือจากรุ่น Trofeo ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินแล้ว Maserati ยังได้เปิดตัวรถพลังงานไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่คือ Maserati Grancabrio Folgore โดยมีการเปิดตัวเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2024 พร้อมคำประกาศที่สั่นสะเทือนวงการว่า นี่คือรถเปิดประทุนระดับหรูคันแรกในยุโรปที่ใช้พลังงานไฟฟ้าล้วน และเป็นรถเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้าที่วิ่งได้เร็วที่สุดในตลาดโลก ณ ขณะนั้น
เทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ท้องถนน
การพัฒนา Grancabrio Folgore นี้ ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและประสบการณ์ตรงจากการแข่งขัน Formula E (ฟอร์มูลา อี) ซึ่งเป็นเวทีสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสมรรถนะสูง ทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะที่โดดเด่นและเหนือกว่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันมาก
ตัวถังของ Maserati Grancabrio Folgore มีมิติตัวถังเดียวกับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน คือ ยาว 4,966 มิลลิเมตร กว้าง 1,957 มิลลิเมตร และสูง 1,365 มิลลิเมตร แต่มีน้ำหนักรวมที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 2,340 กิโลกรัม เนื่องจากต้องติดตั้งระบบมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่
หัวใจสำคัญของ Maserati Grancabrio Folgore คือระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อ (All-Wheel Drive) ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 3 ชุด ชุดแรกติดตั้งที่ด้านหน้าขนาด 300 กิโลวัตต์/408 แรงม้า และอีก 2 ชุดติดตั้งที่ด้านหลัง ชุดละ 300 กิโลวัตต์/408 แรงม้า มอเตอร์ทั้งหมดทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 1 จังหวะ และแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุรวม 92.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ใช้งานจริง 83 กิโลวัตต์ชั่วโมง) ทำให้สามารถผลิตกำลังรวมสูงสุดได้ถึง 560 กิโลวัตต์/762 แรงม้า (หรือ 610 กิโลวัตต์/830 แรงม้า เมื่อใช้บูสต์สูงสุด)
สมรรถนะที่น่าทึ่ง
ด้วยขุมพลังมหาศาลเหล่านี้ Maserati Grancabrio Folgore จึงมอบสมรรถนะที่เหนือความคาดหมาย สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 2.8 วินาที และอัตราเร่ง 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 9.1 วินาที ในขณะที่ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทคโนโลยีระบบเบรกยังคงประสิทธิภาพสูงเช่นเดียวกับรถเบนซิน โดยใช้ระยะทางไม่ถึง 37 เมตร สำหรับการเบรกจาก 100-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นอกจากนี้ ในด้านการเดินทาง Maserati Grancabrio Folgore ยังรองรับมาตรฐาน WLTP ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ถึงระยะทางที่วิ่งได้ โดยมีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ย 22.4 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร และวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 447 กิโลเมตร เมื่อชาร์จไฟจนเต็ม
ประสิทธิภาพด้านราคาและตลาด
การลงทุนในรถซูเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าเช่น Maserati Grancabrio Folgore สะท้อนถึงรสนิยมและฐานะทางการเงินของผู้ครอบครอง สำหรับผู้ที่มีงบประมาณสำหรับรถซูเปอร์คาร์เปิดประทุนและใส่ใจในเทคโนโลยีล้ำสมัย การลงทุนในรถรุ่นนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจากเป็นผู้นำตลาดด้านความเร็วในกลุ่มรถเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้า
ราคาเริ่มต้นของ Maserati Grancabrio Folgore ในอิตาลีอยู่ที่ประมาณ 210,700 ยูโร (คิดเป็นเงินไทยราว 7.80 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นราคามาตรฐานสำหรับรถยนต์ซูเปอร์คาร์ระดับนี้ การพิจารณา ดอกเบี้ยจำนองรถ หรือ สินเชื่อรถยนต์ สำหรับรถซูเปอร์คาร์ระดับนี้ต้องพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากมีมูลค่าสูงและอาจมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาสินเชื่อรถยนต์ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า ประกันรถยนต์ชั้น 1 ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการสูญเสียทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง
เทคโนโลยีการชาร์จและแบตเตอรี่
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า การชาร์จไฟฟ้าถือเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การใช้งาน Maserati Grancabrio Folgore มาพร้อมกับระบบชาร์จที่รองรับมาตรฐานการชาร์จเร็ว (DC Fast Charging) ซึ่งทำให้สามารถเติมพลังงานให้กับแบตเตอรี่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
การพัฒนาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในรถรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยวางตำแหน่งของแบตเตอรี่ไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดของตัวถังรถ เพื่อให้สมดุลน้ำหนักของรถอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม ทำให้รถยังคงความคล่องตัวและความรู้สึกสปอร์ตในการขับขี่ แม้ว่าจะเป็นรถพลังงานไฟฟ้าก็ตาม
นอกจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่แล้ว ระบบจัดการพลังงาน (Power Management System) ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจากการใช้งาน โดย Maserati ได้พัฒนาระบบที่สามารถตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่และปรับการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับโหมดการขับข