![[ครบชุด] T1009642_รปภ.คนน ทำไมถ งเข ยนแบบบ านได](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_134225.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore 2026: สุดยอดรถเปิดประทุนขุมพลังไฟฟ้าที่สร้างปรากฏการณ์ในวงการหรู
ในฐานะของผู้ที่อยู่ในแวดวงยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มากมาย แต่การมาถึงของ Maserati GranCabrio Folgore นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนขึ้นด้วยนวัตกรรมล้ำหน้าของอุตสาหกรรมรถยนต์แห่งศตวรรษที่ 21 ค่าย “ตรีศูล” หรือ “สามง่าม” ไม่ได้เพียงแค่เปิดตัวรถสปอร์ตเปิดประทุนพลังไฟฟ้า แต่เป็นการประกาศศักดาว่า รถพลังไฟฟ้าสามารถให้ประสบการณ์ที่เหนือกว่ารถน้ำมันในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านสมรรถนะ ความรู้สึกในการขับขี่ หรือแม้กระทั่งความยั่งยืนในการเดินทางแห่งอนาคต
MASERATI ซึ่งมีรากฐานอันยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษนับตั้งแต่ปี 1914 เป็นผู้ผลิตรถยนต์หรูระดับพรีเมียมที่มีสายเลือดแห่งการแข่งขันฝังลึกอยู่ในทุกอณู พวกเขามีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์รถเปิดประทุนมาตั้งแต่ปี 1931 โดยรถรุ่นแรกคือ Maserati 4CS และสำหรับตระกูล GranCabrio นั้น ก็ได้เริ่มทำตลาดครั้งแรกในปี 2010 เคียงคู่กับ Maserati GranTurismo รถคูเป้สองประตูสี่ที่นั่ง ซึ่งการผลิตและจำหน่ายสิ้นสุดลงในปี 2019 ปล่อยให้ “ช่องว่าง” ขนาดมหึมานี้อยู่ในตลาดนานถึงครึ่งทศวรรษ
การหวนคืนของความสง่างาม: ความแตกต่างระหว่าง GranCabrio และ GranTurismo
หลายคนอาจสงสัยว่าความแตกต่างระหว่างรถสองรุ่นนี้อยู่ตรงไหน? จริงๆ แล้ว ทั้ง Maserati GranTurismo และ Maserati GranCabrio ถือเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดที่ถูกออกแบบและพัฒนามาพร้อมกันโดยมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันเล็กน้อย
Maserati GranTurismo: มุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์การขับขี่แบบรถคูเป้สุดหรู เป็นรถที่มีโครงสร้างแข็งแรง ให้ความรู้สึกสปอร์ตเต็มเปี่ยม และเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร้าใจสูงสุดพร้อมด้วยความสง่างามแบบอิตาลีแท้ๆ
Maserati GranCabrio: เป็นเวอร์ชันเปิดประทุนที่มาพร้อมกับความหรูหราและอิสระในการขับขี่ การเปลี่ยนมาใช้หลังคาผ้า (Soft Top) แทนหลังคาเหล็ก ทำให้รถมีน้ำหนักลดลง (อย่างน้อยก็ในเชิงสัมผัส) และเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับขี่และบรรยากาศภายนอก ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้ GranCabrio Folgore โดดเด่นขึ้นมา
จุดเปลี่ยนสำคัญ: จากน้ำมันสู่ไฟฟ้าเต็มตัว
หลังจากที่แฟนๆ รอคอยมานานถึง 5 ปี ในช่วงปีมังกรไฟ (ปี 2024) Maserati ก็ได้เปิดตัวรถรุ่นที่ 2 ของตระกูล GranCabrio ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่สง่างาม และสมรรถนะที่ไม่ธรรมดา โดยเริ่มจากการเปิดตัวรุ่น Maserati GranCabrio Trofeo ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบ 2,992 ซีซี ให้กำลังถึง 542 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 316 กม./ชม. ซึ่งถือว่าน่าประทับใจมากสำหรับรถเปิดประทุนสปอร์ต
แต่แล้ว สิ่งที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ววงการยานยนต์หรูระดับโลกก็เกิดขึ้น เมื่อ Maserati ได้เปิดตัว Maserati GranCabrio Folgore ในช่วงกลางปี 2024 การประกาศว่านี่คือรถเปิดประทุนระดับหรูแบบแรกของยุโรปที่เป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ (Fully Electric Convertible) และยังเป็นรถที่ “วิ่งได้เร็วที่สุด” ในขณะนี้ ไม่ใช่แค่โฆษณาชวนเชื่อ แต่คือความจริงที่พิสูจน์ได้
ขุมพลังแห่งสายฟ้า: เทคโนโลยีจาก Formula E สู่ถนนจริง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Maserati GranCabrio Folgore แตกต่างและน่าตื่นตาตื่นใจ คือ เทคโนโลยีที่มาจากสนามแข่งระดับโลกอย่าง FORMULA E ค่าย “ตรีศูล” ไม่ได้เพียงแค่หยิบมอเตอร์ไฟฟ้ามาใส่ แต่ได้นำประสบการณ์ล้นเหลือจากการแข่งขันทัวร์ริ่งไฟฟ้ารายการนี้มาพัฒนาจนกลายเป็นรถยนต์สปอร์ตพลังไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ
การออกแบบและตัวถัง:
ขนาดเท่าเทียม: ตัวถังของ GranCabrio Folgore มีขนาดเท่ากับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน คือ ยาว 4.966 เมตร กว้าง 1.957 เมตร และสูง 1.365 เมตร
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ: ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (All-Wheel Drive) ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 300 กิโลวัตต์ / 408 แรงม้า จำนวน 3 ชุด โดยมีมอเตอร์ 1 ตัวอยู่ด้านหน้า และอีก 2 ตัวอยู่ด้านหลัง ซึ่งทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 1 จังหวะ
ระบบส่งกำลังอัจฉริยะ: การที่ค่าย “ตรีศูล” เลือกใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ชุด ทำให้สามารถกระจายแรงบิดไปยังล้อได้อย่างละเอียดและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งออกจากโค้ง การเกาะถนนในทางตรง หรือการควบคุมความเสถียรขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
แบทเตอรี LITHIUM-ION (ลิเธียม-ไอออน): ใช้แบทเตอรีขนาดความจุรวม 92.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ใช้งานได้จริง 83 กิโลวัตต์ชั่วโมง) แบทเตอรีเหล่านี้ถูกออกแบบให้แบนราบและวางตำแหน่งต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของรถ ทำให้การเข้าโค้งทำได้ดีเยี่ยมและลดอาการโยนตัวของตัวถัง
กำลังรวมสูงสุด: รถคันนี้ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 560 กิโลวัตต์ / 762 แรงม้า (หรือ 610 กิโลวัตต์ / 830 แรงม้า หากเปิดระบบบูสต์สูงสุด) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อสำหรับรถเปิดประทุนพลังไฟฟ้า
ตัวเลขที่ไม่ใช่แค่สถิติ: ความรู้สึกที่แท้จริง
ในโลกของรถซูเปอร์คาร์และรถสปอร์ต ตัวเลขมักจะถูกใช้เพื่ออวดอ้าง แต่สำหรับ Maserati GranCabrio Folgore มันไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่คือประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจริง
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที: เมื่อเท้าแตะคันเร่ง แรงบิดมหาศาลจะถูกส่งไปยังล้อทันที โดยไม่มีการสะดุดเหมือนรถเครื่องยนต์สันดาป ทำให้รู้สึกถึงแรงกดที่แผ่นหลังทันทีที่เหยียบมิด และทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ใน 9.1 วินาที: นี่คือตัวเลขที่พิสูจน์ว่า รถไฟฟ้าคันนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเร็วต้น แต่มันยังคงรักษาความเร็วในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการขับขี่บนสนามแข่งหรือการเดินทางไกล
ความเร็วสูงสุด 290 กม./ชม.: แม้ความเร็วสูงสุดจะไม่สูงเท่ารถน้ำมันบางคัน แต่ต้องเข้าใจว่ารถเปิดประทุนมีข้อจำกัดทางอากาศพลศาสตร์มากกว่า เมื่อเปิดหลังคาและต้องการรักษาความเสถียรให้ดีที่สุด การจำกัดความเร็วสูงสุดจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับ Maserati GranCabrio Folgore ความเร็วที่ทำได้ก็มากเกินพอสำหรับผู้ขับขี่ทั่วไปอย่างแน่นอน
ระยะทางวิ่ง: สามารถวิ่งได้ไกลถึง 447 กม. เมื่อชาร์จไฟเต็ม (มาตรฐาน WLTP) ซึ่งถือว่าทำได้ดีมากสำหรับรถสปอร์ตพลังไฟฟ้า และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบาย
ระบบขับขี่ที่ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์
Maserati GranCabrio Folgore ถูกออกแบบมาให้เป็นรถที่ใช้งานได้หลากหลาย จึงมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 4 แบบ ดังนี้
MAX RANGE: โหมดสำหรับการขับขี่แบบประหยัดสูงสุด โดยจะจำกัดกำลังของมอเตอร์และลดการใช้พลังงานลง เพื่อให้สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไกลแต่ไม่อยากแวะชาร์จบ่อย
GT (Gran Turismo): โหมดสำหรับการขับขี่แบบเดินทางท่องเที่ยวทั่วไป เน้นความนุ่มนวล สมดุล และความสบายในการขับขี่ระยะยาว
SPORT: โหมดสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต ที่เน้นความเร้าใจในการขับขี่มากขึ้น ระบบช่วงล่างและพวงมาลัยจะมีความคมชัดขึ้น และการตอบสนองของคันเร่งจะไวขึ้น
4.