![[ครบชุด] T1009647_ไข ต ม 1 ฟอง ทำไมต องจ ายเพ ม 20 บาท](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_134329.jpg)
เส้นทางสู่โลกอีวี: เปิดประสบการณ์ขับขี่ Maserati GranCabrio Folgore – เมื่อขุมพลังไฟฟ้าผสานความหรูหราเหนือกาลเวลา
ภาพ: Maserati GranCabrio Folgore สีแดงโดดเด่นบนถนนเลียบทะเลในช่วงเย็น
ปี 2026 – ในโลกยานยนต์ที่กำลังพลิกโฉมหน้าสู่ยุคไฟฟ้าเต็มรูปแบบแบรนด์รถยนต์หรูสัญชาติอิตาลีอย่าง Maserati ได้ตอกย้ำจุดยืนแห่งความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (BEV) ด้วยการจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับรถสปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด “Maserati GranCabrio Folgore” ในงาน “Folgore Day” อันยิ่งใหญ่ ณ ประเทศอิตาลี งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ครบ 110 ปีเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศศักดาแห่งการก้าวเข้าสู่ศตวรรษใหม่ของรถยนต์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว
Folgore Day: การรวมพลังแห่งนวัตกรรมและประวัติศาสตร์
การเฉลิมฉลอง “Folgore Day” ครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองริมินี ประเทศอิตาลี โดยมีบรรดาสื่อมวลชน แฟนพันธุ์แท้ของ Maserati รวมถึงกลุ่มลูกค้าคนสำคัญจากทั่วโลกเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวยนตรกรรมที่สะท้อนถึงแก่นแท้แห่งนวัตกรรม ผสานกับสุนทรียศาสตร์แบบอิตาเลียนได้อย่างลงตัว
“รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘การลด’ หรือ ‘การแทนที่’ อีกต่อไป แต่มันคือ ‘การยกระดับ’” มร. ดาวิเด กราสโซ (Davide Grasso) ซีอีโอของ Maserati กล่าวกับฝูงชนในงาน “เรากำลังสร้างประสบการณ์การขับขี่ใหม่ที่ผสมผสานเสียงคำรามของเครื่องยนต์ ความเร้าใจในการควบคุม และความเงียบสงบของพลังงานไฟฟ้าเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว”
การตัดสินใจจัดงาน Folgore Day ขึ้นครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันเฉียบคมของ Maserati ในการนำพาแบรนด์ไปสู่อนาคตของวงการยานยนต์ไฟฟ้า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ “Trident” ได้ประกาศคำมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ BEV อย่างเต็มรูปแบบ และวางแผนที่จะปล่อยไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจรภายในปี 2028 ซึ่งความมุ่งมั่นนี้ได้เริ่มปรากฏเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง
เราได้เห็นการเปิดตัวรถสปอร์ตเรือธงไฟฟ้าอย่าง GranTurismo Folgore ตามมาด้วยรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ SUV อย่าง Grecale Folgore และล่าสุดคือรถสปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้าอย่าง GranCabrio Folgore ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าคันอื่น ๆ ในไลน์อัพที่จะใช้ชื่อ Folgore ก็จะมี GranCabrio รถเปิดประทุนที่ก่อนหน้าเราเคยได้เห็นรถต้นแบบพรางตัว เช่นเดียวกันกับ Quattroporte เวอร์ชันไฟฟ้า
Maserati GranCabrio Folgore: สปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้าที่ไร้ความประนีประนอม
Maserati GranCabrio Folgore คือการผสานการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตเปิดประทุนเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต ทำให้เกิดยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่า “รถยนต์ไฟฟ้าธรรมดา” ด้วยขุมกำลังอันมหาศาล ดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา และประสบการณ์การขับขี่ที่มอบความเร้าใจแทบไม่ต่างจากรถซูเปอร์คาร์น้ำมัน
สเปคที่น่าทึ่ง
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| :— | :— |
| ขนาดแบตเตอรี่ | 92.5 kWh (ใช้ได้จริง 83 kWh) |
| ระยะทางสูงสุด | 451 กม./ชาร์จ (WLTP) |
| มอเตอร์ | 3 ตัว (Tri-motor) |
| ระบบขับเคลื่อน | AWD |
| กำลังสูงสุด | 761 แรงม้า |
| แรงบิดสูงสุด | 1,350 นิวตันเมตร |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 2.8 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 290 กม./ชม. |
| แบตเตอรี่สถาปัตยกรรม | 800V |
| ชาร์จ AC สูงสุด | 22 kW |
| ชาร์จ DC สูงสุด | 270 kW |
| ชาร์จ 20-80% | 18 นาที |
Maserati GranCabrio Folgore มาพร้อมมอเตอร์ 3 ตัว (Tri-motor) แบบเดียวกับ GranTurismo Folgore ซึ่งให้กำลังสูงสุดถึง 761 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,350 นิวตันเมตรที่ส่งตรงไปยังล้อทั้งสี่ แม้ว่าน้ำหนักอาจจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากหลังคาผ้าที่เพิ่มเข้ามา แต่ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 83 kWh แบบ T-Bone ทำให้สามารถวิ่งได้ไกลถึง 451 กม./ชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTP
แม้ว่าทาง Stellantis (บริษัทแม่ของ Maserati) เคยให้คำสัญญาว่าจะให้กำลังม้าสูงถึง 1,200 ตัว แต่ด้วยข้อจำกัดด้านความสามารถในการปล่อยกำลังสูงสุดของมอเตอร์ ทำให้รถรุ่นนี้มีพละกำลังอยู่ที่ 761 แรงม้า ซึ่งก็เพียงพอที่จะทำให้ GranCabrio Folgore สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 290 กม./ชม.
นอกจากพละกำลังอันมหาศาลแล้ว ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) และระบบชาร์จความเร็วสูง 270kW ก็ทำให้รถคันนี้มีความโดดเด่นอย่างมาก โดยสามารถชาร์จเพียง 5 นาที ก็วิ่งได้ถึง 100 กม. และเคลมว่าสามารถชาร์จจาก 20-80% ได้ภายใน 18 นาทีเท่านั้น
สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น
สิ่งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตระกูล Folgore คือแหล่งกำเนิดเสียงจำลอง (Acoustic Experience) ที่ทาง Maserati พัฒนาขึ้น ซึ่งคล้ายคลึงกับระบบของ Abarth 500 โดย Maserati ได้นำเสนอว่าเสียงทั้งภายในและภายนอกจะมีลักษณะที่ดุดันและเร้าใจ ทำให้แม้จะเป็นรถไฟฟ้า แต่ก็ยังคงมอบความรู้สึกตื่นเต้นในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่
ภายใน GranCabrio Folgore ยังคงมาพร้อมเลย์เอาต์สำหรับ 4 ที่นั่งเหมือนกับรุ่นมาตรฐาน และอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ทันสมัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจอระบบบันเทิงขนาด 12.3 นิ้ว ระบบอุ่นคอที่มาเป็นมาตรฐาน และระบบเสียง Sonus faber ที่ให้คุณภาพเสียงระดับ Hi-End
Maserati กล่าวว่าการตกแต่งภายในของ Folgore สามารถปรับแต่งได้อย่างหลากหลายด้วยสีและวัสดุต่างๆ เจ้าของสามารถเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น Econyl ซึ่งเป็นวัสดุ “ไนลอนที่ผลิตจากอวนจับปลาและพรมรีไซเคิล” ได้อีกด้วย
What This Means for You: นี่คือสิ่งที่คุณควรพิจารณาในฐานะผู้ซื้อรถสปอร์ตพลังไฟฟ้า
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถสปอร์ตเปิดประทุนหรู การตัดสินใจเลือกระหว่างเครื่องยนต์สันดาป (ICE) กับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (BEV) เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในปี 2026 บทวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมว่าควรเลือกทางเลือกไหน และควรเตรียมตัวอย่างไร
การพิจารณาต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO)
สำหรับรถยนต์สปอร์ตหรู พลังงานไฟฟ้ายังคงมีต้นทุนเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์สันดาป แต่ในระยะยาว หากคุณใช้รถเป็นประจำ การคำนวณต้นทุนรวม (Total Cost of Ownership) จะทำให้คุณเห็นความคุ้มค่าที่ซ่อนอยู่
ต้นทุนการเงิน: อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าอาจแตกต่างจากรถน้ำมันเล็กน้อย หากคุณกำลังมองหาสินเชื่อที่ดีที่สุด แนะนำให้เปรียบเทียบข้อเสนอจากธนาคารต่างๆ หรือเช็ค อัตราดอกเบี้ยรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด ได้จากผู้ให้บริการสินเชื่อชั้นนำ
ค่าพลังงาน: หากคุณมีบ้านที่ติดตั้งเครื่องชาร์จ การเติมไฟมักจะถูกกว่าการเติมน้ำมันมาก แต่อัตราค่าไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่อาจมีการผันผวน ควรติดตาม ราคาไฟฟ้าต่อหน่วยล่าสุด เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายได้แม่นยำ
ค่าบำรุงรักษา: มอเตอร์ไฟฟ้าต้องการการดูแลรักษาน้อยกว่าเครื่องยนต์น้ำมัน ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้มาก
ประสิทธิภาพและข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า
Maserati GranCabrio Folgore ให้กำลังสูงถึง 761 แรงม้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาได้ในรถ