![[ครบชุด] T1009659_คนร กท ย มท กอย าง แม แต ความไว ใจ](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_134605.jpg)
เมื่อเกียรติยศพบกับอนาคต: Maserati เปิดศักราชใหม่ยุคไฟฟ้าเต็มตัว 2026
เผยความมุ่งมั่น 110 ปี สู่โลก BEV สุดแรง พร้อมชี้เป้าโอกาสลงทุนที่พลาดไม่ได้สำหรับนักสะสมและนักลงทุนตัวจริง
การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคแห่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้ากำลังเขย่าทุกวงการ โดยเฉพาะตลาดรถซูเปอร์คาร์และลักชัวรีที่ครั้งหนึ่งเคยยึดมั่นในเครื่องยนต์สันดาปภายใน วันนี้ Maserati แบรนด์รถยนต์สัญชาติอิตาลีผู้ยิ่งใหญ่ พร้อมใจประกาศศักดาแห่งอนาคตด้วยการจัดงาน “Folgore Day” ณ เมืองแห่งแฟชั่นอย่างมิลาน เพื่อฉลองวาระครบรอบ 110 ปี แห่งการก่อตั้ง พร้อมเปิดตัวไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าสมบูรณ์แบบอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 เมษายน 2026 งานนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่เป็นการส่งสัญญาณให้โลกยานยนต์ต้องจับตาว่า “ปลาโลมาแห่งโมเดนา” กำลังก้าวสู่สมรภูมิการแข่งขันด้วยขุมพลังที่แรงที่สุดแห่งทศวรรษ
เบื้องหลังความเคลื่อนไหว: จากความหรูหรา สู่พลังแห่งไฟฟ้า (BEV)
ตลอดระยะเวลา 110 ปี Maserati ได้สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ผสมผสานความสง่างามแบบอิตาลีเข้ากับสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด วันนี้ถึงเวลาที่ Maserati จะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม เพื่อตอบสนองกระแสการเปลี่ยนแปลงของตลาดและกฎหมายสิ่งแวดล้อมทั่วโลก การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ภายใต้แบรนด์ Folgore (ภาษาอิตาลีแปลว่า สายฟ้า) สะท้อนถึงความกล้าหาญและความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำแห่งอนาคต
งาน “Folgore Day” ครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวสุดยอดเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำคำสัญญาของ Maserati ที่จะ “เปิดโลกแห่งอารมณ์” ของผู้ขับขี่ให้เร้าใจยิ่งกว่าเดิม แม้จะเปลี่ยนจากน้ำมันมาเป็นไฟฟ้า แต่จิตวิญญาณของ “ปลาโลมา” แห่งการไล่ล่าความเร็ว และความพรีเมียมที่ไม่มีใครเทียบได้ ยังคงอยู่ครบถ้วน
GranCabrio Folgore: ปลายทางแห่งความสปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้า
ในท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจจากรุ่นพี่อย่าง GranTurismo Folgore และ Grecale Folgore SUV สิ่งที่กลายเป็นดาวเด่นของค่ำคืนแห่งความพิเศษนี้ หนีไม่พ้น Maserati GranCabrio Folgore รถสปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้าสายพันธุ์แรง ที่มาพร้อมดีไซน์สุดคลาสสิกและสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์
ข้อมูลจำเพาะและนวัตกรรมเบื้องหลัง: หัวใจที่แข็งแกร่งกว่าที่คุณคิด
หลายคนอาจสงสัยว่า เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเปิดประทุน จะมีสมรรถนะและความเร็วเพียงพอที่จะสู้กับรุ่นพี่อย่าง GranTurismo หรือไม่? คำตอบคือ “แน่นอน” โดย Maserati ได้บรรจุเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบ Tri-Motor ที่เป็นหัวใจหลักของตระกูล Folgore เข้าไว้ใน GranCabrio นี้อย่างเต็มเปี่ยม
ข้อมูลทางเทคนิคที่น่าจับตา:
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| :— | :— |
| ขนาดแบตเตอรี่ (จริง) | 83 kWh |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด | 451 กม./ชาร์จ (WLTP) |
| ระบบขับเคลื่อน | AWD (4 ล้อ) |
| พละกำลังสูงสุด | 761 แรงม้า |
| แรงบิดสูงสุด | 1,350 นิวตันเมตร |
| อัตราเร่ง (0-100 กม./ชม.) | 2.8 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 290 กม./ชม. |
| แบตเตอรี่สถาปัตยกรรม | 800V |
| ชาร์จ DC สูงสุด | 270kW |
| อัตราการชาร์จ 20-80% | 18 นาที |
สมรรถนะ: ตัวเลขที่ไม่อาจปฏิเสธ
ด้วย มอเตอร์ 3 ตัว (Tri-Motor) แบบเดียวกับ GranTurismo Folgore ตัวเลขพละกำลังสูงสุดอาจดูน้อยกว่าตัวเลขทางการที่เคยประกาศไว้ถึง 1,200 แรงม้า แต่ไม่ต้องกังวล เพราะกำลังรวมของ 761 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 1,350 นิวตันเมตร นั้น เพียงพอที่จะผลักดันรถเปิดประทุนสุดหรูคันนี้ให้ทะยานจากหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.8 วินาที เท่านั้น และหากกดคันเร่งจนสุด ก็สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 290 กม./ชม.
แบตเตอรี่และระบบชาร์จ: ความเร็วเหนือคู่แข่ง
สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ Maserati GranCabrio Folgore มีสมรรถนะระดับนี้ มาจากสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่แรงดันสูง 800V ที่ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ความจุ 83 kWh (แบบ T-Bone) ทำให้รถสามารถรองรับการชาร์จ DC ด้วยอัตราสูงสุดถึง 270kW ซึ่งหมายความว่าหากคุณหยุดชาร์จเพียง 5 นาที ก็สามารถวิ่งต่อไปได้อีกกว่า 100 กม. และหากต้องการชาร์จจาก 20% ไปจนถึง 80% ก็ใช้เวลาเพียง 18 นาที เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นความเร็วที่คู่แข่งต้องอิจฉา
ระบบเสียง: การเปลี่ยนผ่านสู่มิติใหม่แห่งอารมณ์
ในโลกของรถยนต์ไฟฟ้า การขาดเสียงคำรามของเครื่องยนต์อาจทำให้ประสบการณ์ขับขี่ลดทอนความตื่นเต้นไป แต่ Maserati ไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้น! ทีมวิศวกรได้พัฒนาระบบเสียงจำลอง (Sound Synthesis) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า Folgore ขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยอ้างอิงจากหลักการเดียวกับแบรนด์น้องใหม่อย่าง Abarth 500 ซึ่งเสียงที่ออกมานั้นไม่ได้เพียงแค่ “ดัง” แต่ยัง “เร้าอารมณ์ ดุดัน และเหมือนจริง” ทั้งจากภายนอกและภายในห้องโดยสาร ราวกับว่าคุณกำลังขับขี่รถสปอร์ตเครื่องยนต์ V12 สุดคลาสสิก เพียงแต่เปลี่ยนจากความรู้สึกของกลไกมาเป็นความรู้สึกของพลังงานไฟฟ้า
ภายในและเทคโนโลยี: ความหรูหราที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ
นอกเหนือจากสมรรถนะด้านความเร็วแล้ว Maserati GranCabrio Folgore ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ด้านการออกแบบและความหรูหราตามแบบฉบับอิตาลี โดยยังคงมีห้องโดยสารแบบ 4 ที่นั่งเช่นเดียวกับรุ่นมาตรฐาน พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
หน้าจอระบบอินโฟเทนเมนต์: ระบบหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ที่ช่วยให้ควบคุมระบบต่าง ๆ ได้ง่ายดาย
ระบบความอุ่น: มาพร้อมระบบเครื่องอุ่นคอ (Neck Warmer) ที่เป็นมาตรฐาน เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับรถเปิดประทุนในช่วงอากาศเย็น
ระบบเครื่องเสียง: ระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก Sonus Faber ที่มอบประสบการณ์ความบันเทิงในระดับเดียวกับออเคสตรา
ความยั่งยืน: หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของตระกูล Folgore คือทางเลือกในการตกแต่งภายในที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยมีวัสดุทางเลือกอย่าง Econyl ซึ่งผลิตจากอวนจับปลาและพรมรีไซเคิล กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความยั่งยืนได้อย่างลงตัว
Folgore Day: การเฉลิมฉลองที่เชื่อมโยงอดีตและอนาคต (110 ปีแห่งเกียรติยศ)
งาน “Folgore Day” ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการเฉลิมฉลองการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ที่ถือกำเนิดในเมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี เมื่อ 110 ปีก่อน โดย Modena บริษัทภายใต้เครือ Stellantis ได้เริ่มเดินหน้าโครงการปฏิวัติวงการยานยนต์อย่างจริงจังในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา Maserati ได้ตั้งเป้าหมายอันทะเยอทะยานที่จะเปิดตัวไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ครบทุกรุ่นภายในปี 2028 และในขณะนี้ เราได้เห็นความคืบหน้าที่น่าพอใจอย่างยิ่ง
เราได้เห็นการเปิดตัว Maserati GranTurismo Folgore รถสปอร์ตเรือธงพลัง