![[ครบชุด] T1809118_ตอนจบ เพ อนข อ จ](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_135145.jpg)
Maserati เปิดตัว GranCabrio Folgore: การผสมผสานความหรูหราแบบอิตาลีกับขุมพลังไฟฟ้า 100% ในปี 2026
ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิวัติระบบส่งกำลังอย่างเต็มรูปแบบ แบรนด์รถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงสัญชาติอิตาลีอย่าง Maserati ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป ในช่วงต้นปี 2026 นี้เอง Maserati ได้จัดงานเฉลิมฉลองครั้งสำคัญภายใต้ชื่อ “Folgore Day” ณ ประเทศอิตาลี เพื่อประกาศความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว 100% (BEV) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
งาน “Folgore Day” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้น แต่มันคือการประกาศเจตนารมณ์ของ Maserati ในการยืนหยัดเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในตลาดรถซูเปอร์คาร์และรถสปอร์ตหรูระดับพรีเมียม ซึ่งในวันงานนี้ รถยนต์ไฮไลต์ที่เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาสื่อมวลชนและกลุ่มผู้ชื่นชอบยานยนต์มากที่สุด ก็คือ Maserati GranCabrio Folgore – รถสปอร์ตเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้า (BEV) ขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่ผสานความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับนวัตกรรมขุมพลังไฟฟ้าล่าสุดได้อย่างไร้ที่ติ
ก้าวสำคัญสู่ศตวรรษใหม่: ความมุ่งมั่นของ Maserati ในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้า
การเปิดตัว GranCabrio Folgore ในงาน “Folgore Day” สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการดำเนินงานของ Maserati ที่ชัดเจนและหนักแน่นมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 เมื่อแบรนด์ได้เริ่มประกาศอย่างเป็นทางการถึงแผนการขยายไลน์อัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกและเทรนด์ความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าครบทุกเซกเมนต์ภายในปี 2028
GranCabrio Folgore ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมของแบรนด์ ซึ่งเริ่มต้นจากการเปิดตัว GranTurismo Folgore รถสปอร์ตคูเป้พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยม ตามมาด้วยรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) อย่าง Grecale Folgore และรถยนต์ซาลูนหรูอย่าง Quattroporte เวอร์ชันพลังงานไฟฟ้า ที่กำลังจะตามมาในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งของ Maserati
นอกเหนือจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว งาน “Folgore Day” ยังเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจของ Maserati แบรนด์ผู้ผลิตยานยนต์หรูระดับตำนานที่ถือกำเนิดขึ้นในเมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี โดยมีโลโก้ “ตรีศูล” (Trident) อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์เป็นตัวแทนของการผสานรวมศิลปะแห่งการออกแบบอันประณีตเข้ากับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยได้อย่างลงตัว
ยกระดับประสบการณ์ขับขี่: ประสิทธิภาพและพละกำลังเหนือระดับ
สำหรับผู้ชื่นชอบรถยนต์สปอร์ตที่มองหารถพลังงานไฟฟ้าที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและเหนือชั้น Maserati GranCabrio Folgore ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการติดตั้งขุมพลังแบบ Tri-motor (มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว) แบบเดียวกับที่ใช้ในรุ่น GranTurismo Folgore ซึ่งทำให้อัตราเร่งตอบสนองได้อย่างทันใจ
รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจของ Maserati GranCabrio Folgore ได้แก่:
ขนาดแบตเตอรี่: 92.5 kWh (ใช้งานได้จริง 83 kWh)
ระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จ (WLTP): 451 กิโลเมตร
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ด้วยมอเตอร์ 3 ตัว
พละกำลังสูงสุด: 761 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 1,350 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 290 กม./ชม.
สถาปัตยกรรมแบตเตอรี่: 800V
แม้ว่าทาง Stellantis (บริษัทแม่ของ Maserati) เคยให้สัญญาว่าจะให้กำลังสูงสุดที่มากถึง 1,200 แรงม้า แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดทางด้านเทคนิคด้านการปล่อยกำลังสูงสุดในขณะนั้น ทำให้ Maserati เลือกใช้กำลังที่สามารถทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด ซึ่งก็ยังคงให้สมรรถนะที่เหนือกว่ารถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาประดับไฮเอนด์ส่วนใหญ่ในตลาด
ด้วยน้ำหนักของตัวรถที่เพิ่มขึ้นประมาณ 80 กิโลกรัม จากการติดตั้งโครงสร้างหลังคาผ้าแบบเปิดประทุน (Soft-top) แต่ด้วยเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง ทำให้ GranCabrio Folgore ยังคงสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม. การติดตั้งสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่แบบ 800V ทำให้รองรับการชาร์จกระแสตรงความเร็วสูง (DC Fast Charging) ได้สูงสุดถึง 270kW ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 20-80% ได้ภายในเวลาอันรวดเร็วเพียง 18 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ เทคโนโลยีชาร์จด่วนยังสามารถเติมระยะทางวิ่งได้ถึง 100 กิโลเมตร จากการชาร์จเพียง 5 นาที ซึ่งถือเป็นความสะดวกสบายอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไกลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ
อนาคตแห่งเสียงดนตรีในรถยนต์: นวัตกรรม Folgore Sound System
สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในตระกูลรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Folgore คือการนำเสนอระบบกำเนิดเสียงจำลอง (Artificial Sound Generator) ที่มีความสามารถในการจำลองเสียงอันทรงพลังและเร้าใจไม่แพ้เครื่องยนต์สันดาปของรถสปอร์ตแบบดั้งเดิม ระบบเสียงนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีของ Abarth และได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเสียงที่เปล่งออกมาทั้งจากภายในและภายนอกห้องโดยสารจะมีระดับความดังและมิติเสียงที่สมจริงและเร้าใจไม่แพ้กัน ทำให้ประสบการณ์การขับขี่ GranCabrio Folgore ยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกพิเศษและความเชื่อมโยงกับรถยนต์อย่างที่ผู้ขับขี่รถสปอร์ตแบบดั้งเดิมคาดหวัง
การออกแบบภายในและห้องโดยสาร: ความลงตัวระหว่างความสปอร์ตและความหรูหรา
สำหรับผู้ที่เคยสัมผัส Maserati GranCabrio แบบดั้งเดิม จะพบว่าการออกแบบภายในของ GranCabrio Folgore แทบจะไม่แตกต่างกันมากนัก ยังคงเอกลักษณ์การจัดวางแบบ 4 ที่นั่ง (2+2) พร้อมกับฟีเจอร์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัยครบครัน โดยประกอบไปด้วย:
จอแสดงผลระบบ Infotainment: ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว
ฟังก์ชันอุ่นคอ (Neck Warmer): เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อมอบความสบายในขณะขับขี่แบบเปิดประทุนในช่วงอากาศเย็น
ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม: Sonus faber
Maserati ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราและเป็นส่วนตัวสูงสุด โดยเน้นที่การเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างหนังแท้คุณภาพเยี่ยมและวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางแบรนด์ได้นำเสนอทางเลือกในการตกแต่งภายในที่ยั่งยืน โดยใช้วัสดุ Econyl ซึ่งเป็นวัสดุ “ไนลอนที่ผลิตจากการรีไซเคิลขยะพลาสติกในทะเล เช่น อวนจับปลา และพรมรีไซเคิล” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของแบรนด์ต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับความหรูหรา
“It Turns You On”: การเปิดตัวแคมเปญการตลาดแห่งอนาคต
นอกเหนือจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน Folgore Day แล้ว Maserati ยังได้เปิดตัวแคมเปญการตลาดใหม่ภายใต้ชื่อ “It Turns You On” แคมเปญนี้มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนถึงความหลงใหลในยานยนต์ และการปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในแบบฉบับของ Maserati ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากวิดีโอแคมเปญความยาว 90