![[ครบชุด] T1109309_โดนเพ อนด ถ ก (3)](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_143143.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore 2026: พลิกโฉมสปอร์ตไฟฟ้าหรูหรา สู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรม
ในช่วงปี 2026 วงการยานยนต์ไฟฟ้าสุดหรูในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อค่ายรถยนต์สมรรถนะสูงสัญชาติอิตาลีอย่าง Maserati ได้เปิดตัว Maserati GranCabrio Folgore 2026 อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 110 ปีของแบรนด์ และประกาศศักดาการเข้าสู่ยุคแห่งรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการจัดงาน “Folgore Day” ที่ประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นหมุดหมายใหม่ของแบรนด์ในการนำเทคโนโลยีและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของตนเองมาประยุกต์ใช้กับขุมพลังไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ตลาดและผู้บริโภคยุคใหม่
นับตั้งแต่ Maserati ก่อตั้งขึ้นที่เมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี ภายใต้กลุ่มบริษัท Stellantis แบรนด์ “Trident” หรือโลโก้ตรีศูล ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้นำด้านยนตรกรรมสมรรถนะสูงที่ผสานความหรูหราเข้ากับความสง่างามสไตล์อิตาเลียนได้อย่างลงตัว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Maserati ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า (Electrification) โดยประกาศเป้าหมายที่จะทยอยปล่อยไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ออกสู่ตลาดโลกให้ครบถ้วนภายในช่วงปี 2028 และ Maserati GranCabrio Folgore 2026 ถือเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นดังกล่าว
Folgore Day: งานฉลองครบรอบ 110 ปี และการก้าวสู่ยุคใหม่ของ Maserati
วันที่ 15 เมษายน 2024 นับเป็นวันสำคัญที่ Maserati จัดงาน “Folgore Day” เพื่อแสดงความมุ่งมั่นอย่างแข็งแกร่งในการเข้าสู่ยุคแห่งรถยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมเปิดตัว GranCabrio Folgore รถสปอร์ตเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าตระกูล Folgore รุ่นอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้แคมเปญ “It Turns You On” ออกมาจัดแสดงด้วย ซึ่งประกอบไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง GranTurismo Folgore และรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมอย่าง Grecale Folgore SUV การเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ของ Maserati และเป็นการส่งสัญญาณถึงผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าสุดหรูที่ผสมผสานคุณภาพ สไตล์ และประสิทธิภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อิตาเลียนเข้าไว้ด้วยกัน
สำหรับผู้ที่สนใจในตลาดประเทศไทย อาจต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการนำเข้าและราคาของรถยนต์ตระกูล Folgore ที่กำลังจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งตลาดรถ EV ทั่วไป และรถ EV พรีเมียมระดับไฮเอนด์
เจาะลึก Maserati GranCabrio Folgore 2026: สปอร์ตเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้าสุดเร้าใจ
Maserati GranCabrio Folgore 2026 ถือเป็นรถยนต์สปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้าเปิดประทุนคันแรกของแบรนด์ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยใช้เทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (Tri-motor) ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับที่ใช้ในรุ่น GranTurismo Folgore ขุมพลังมอเตอร์ทั้ง 3 ตัวนี้สามารถสร้างกำลังสูงสุดได้ถึง 761 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 1,350 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังจะถูกถ่ายทอดไปยังล้อทั้งสี่ล้อ (AWD) ทำให้รถสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม.
ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคของ Maserati GranCabrio Folgore 2026
ขนาดแบตเตอรี่: 92.5 kWh (ใช้งานได้จริงประมาณ 83 kWh)
ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จ: 451 กม./ชาร์จ (WLTP)
จำนวนมอเตอร์: 3 ตัว (Tri-motor)
ระบบขับเคลื่อน: AWD (ขับเคลื่อนสี่ล้อ)
พละกำลังสูงสุด: 761 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 1,350 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 290 กม./ชม.
สถาปัตยกรรมแบตเตอรี่: 800V
รองรับการชาร์จ AC สูงสุด: 22kW
รองรับการชาร์จ DC สูงสุด: 270kW
ระยะเวลาชาร์จ 20-80%: ประมาณ 18 นาที
ถึงแม้ว่าทางผู้ผลิตจะมีการคาดการณ์ว่ารถรุ่นนี้จะสามารถทำกำลังได้มากถึง 1,200 แรงม้า แต่ด้วยข้อจำกัดด้านความสามารถในการปล่อยกำลังสูงสุด (Peak Power Output) ทำให้ตัวเลขสุดท้ายอยู่ที่ 761 แรงม้า ซึ่งก็ยังถือว่าสูงอย่างมากสำหรับรถสปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้า
ระบบมอเตอร์และโครงสร้างรถ: นวัตกรรมที่ให้ทั้งสมรรถนะและความคุ้มค่า
Maserati GranCabrio Folgore 2026 มาพร้อมระบบส่งกำลังไฟฟ้าแบบ 3 มอเตอร์ ซึ่งหมายถึงการใช้มอเตอร์ 3 ตัวมาประกอบกันเพื่อสร้างแรงบิดและอัตราเร่งที่ดุดันอย่างเหลือเชื่อ อย่างไรก็ตาม การติดตั้งมอเตอร์ถึง 3 ตัวสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กประเภทนี้ อาจทำให้มีน้ำหนักตัวรถเพิ่มขึ้นประมาณ 80 กิโลกรัม ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาหากเปรียบเทียบกับรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ใกล้เคียงกัน
ในส่วนของแบตเตอรี่ ตัวรถใช้สถาปัตยกรรม 800V ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้รองรับการชาร์จกระแสตรง (DC) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยสามารถรองรับกำลังชาร์จได้สูงสุดถึง 270 kW แบตเตอรี่มีความจุ 92.5 kWh โดยมีขนาดใช้งานจริงประมาณ 83 kWh ซึ่งให้ระยะทางวิ่งสูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ที่ 451 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
สิ่งที่เป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าตระกูล Folgore คือ ระบบสร้างเสียงจำลอง (Artificial Sound System) ซึ่งพัฒนาขึ้นคล้ายกับระบบของ Abarth 500 โดยมีการออกแบบเสียงให้มีความดุดันและเร้าใจ ทั้งจากภายในห้องโดยสารและภายนอกตัวรถ เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับประสบการณ์ใกล้เคียงกับการขับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปสมรรถนะสูง
การออกแบบภายในและความหรูหรา: สไตล์อิตาเลียนที่หรูหราและยั่งยืน
สำหรับภายในของ Maserati GranCabrio Folgore 2026 ยังคงได้รับการออกแบบในรูปแบบ 4 ที่นั่ง เช่นเดียวกับรถรุ่นมาตรฐาน มาพร้อมกับอุปกรณ์และคุณสมบัติต่างๆ ที่ครบครันภายใต้แบรนด์ Maserati อาทิ หน้าจอระบบอินโฟเทนเมนต์ขนาด 12.3 นิ้ว ฟังก์ชันอุ่นคอสำหรับผู้โดยสาร และระบบเสียงคุณภาพสูงจากแบรนด์ Sonus faber
Maserati ได้เน้นย้ำเรื่องความยั่งยืนในการออกแบบ โดยมีการนำเสนอตัวเลือกการตกแต่งภายในที่ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ วัสดุ Econyl ซึ่งผลิตจากอวนจับปลาและพรมรีไซเคิล ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกได้ว่ากำลังขับรถยนต์ที่มีจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม โดยที่ไม่ละทิ้งความหรูหราและคุณภาพการผลิตที่ประณีตตามแบบฉบับของ Maserati
แคมเปญ “It Turns You On” และวิสัยทัศน์ในอนาคต
นอกเหนือจากการฉลองครบรอบ 110 ปีของแบรนด์แล้ว งาน “Folgore Day” ยังมีการเปิดตัวแคมเปญไฟฟ้าที่ใช้ชื่อว่า “It Turns You On” ซึ่งเป็นแคมเปญที่สื่อถึงความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า และสร้างความรู้สึกตื่นเต้นให้กับผู้ที่สนใจในยนตรกรรมไฟฟ้า โดยผู้ใช้งานสามารถชมภาพยนตร์แคมเปญความยาว 90 วินาที เพื่อทำความเข้าใจคอนเซ็ปต์ได้ดียิ่งขึ้น
Maserati GranCabrio Folgore 2026 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่สำหรับ Maserati และถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้บริโภคระดับหรู