![[ครบชุด] T1909115_คบบ ณฑ ตไม จร งใจก ไร ผล](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260919_232958.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore Tignanello: รถสปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้า 100% – แรงบันดาลใจจากไวน์ระดับตำนาน
โดย: แชมป์ ออโต้สปินน์ | โพสต์เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2569
ค่ายตรีศูล (Maserati) ได้เผยโฉมยนตรกรรมสุดพิเศษจากโปรแกรม Bespoke ภายใต้โครงการ Maserati Fuoriserie ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าระดับไฮเอนด์สามารถรังสรรค์รถยนต์ตามความต้องการเฉพาะตัวได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยครั้งนี้ Maserati ได้จับมือกับ มาร์เคเซ่ อันติโนริ (Marchesi Antinori) ผู้ผลิตไวน์ชื่อดังระดับโลก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ของไวน์สัญชาติอิตาลีอันเป็นตำนานอย่าง “ติญาเนลโล” (Tignanello)
การร่วมงานระหว่างสองตำนานแห่งอิตาลีนี้ ได้ถือกำเนิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 110 ปีของ Maserati ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการก้าวข้ามขีดจำกัดทางเทคโนโลยีและความเป็นผู้นำในวงการยานยนต์ โดยมุ่งเน้นไปที่ Maserati GranCabrio Folgore รถเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งเป็นสุดยอดนวัตกรรมที่รวมเอาสมรรถนะระดับสูงเข้ากับดีไซน์สุดหรูและจิตวิญญาณแห่งศิลปะแห่งการสร้างสรรค์
รถยนต์รุ่นพิเศษนี้ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับ มาร์เคเซ่ อันติโนริ เพื่อนำไปประมูลในงานการกุศล Arts for All Gala ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ในงาน Festival Napa Valley ซึ่งเป็นเทศกาลงานศิลปะการกุศลชั้นนำของประเทศสหรัฐอเมริกา นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ Maserati ในการผสานโลกแห่งศิลปะ ดนตรี และไวน์เข้ากับการออกแบบยานยนต์ระดับไฮเอนด์อย่างลงตัว
ความผูกพันแห่งสองตำนาน: 110 ปี Maserati และ 50 ปี Tignanello
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่ มาร์เคเซ่ อันติโนริ เป็นตระกูลผู้ผลิตไวน์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี และสืบทอดการบ่มไวน์ต่อกันมาถึง 26 รุ่น จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความหรูหราและศาสตร์แห่งการผลิตไวน์ของประเทศอิตาลี ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น จิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม และการให้ความสำคัญกับคุณค่าของประเพณีที่สืบทอดมาหลายศตวรรษ ทำให้มาร์เคเซ่ อันติโนริ และไวน์ Tignanello เป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้ผลิตไวน์ที่ดีที่สุดของโลก
ตระกูลอันติโนริ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตไวน์ แต่คือผู้ที่สร้างสรรค์ศิลปะแห่งการดื่มด่ำและประสบการณ์ระดับพรีเมียม เช่นเดียวกับที่ Maserati เป็นพระเอกและผู้นำในประวัติศาสตร์แห่งวงการยานยนต์ ที่ขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาที่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัย (Icon of the Era) และถ่ายทอดความรู้สึกและแพสชันที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านนวัตกรรมและสมรรถนะของรถยนต์
Maserati GranCabrio Folgore Tignanello จึงไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์รุ่นพิเศษ แต่เป็นเสมือนบทกวีแห่งมิตรภาพและความเคารพระหว่างสองแบรนด์ชั้นนำของอิตาลี ที่ผสานรวมแก่นแท้ของศาสตร์แห่งไวน์เข้ากับศาสตร์แห่งการขับเคลื่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เบื้องหลังการรังสรรค์: จิตวิญญาณจากไร่องุ่นสู่ยนตรกรรม
แรงบันดาลใจในการรังสรรค์รถยนต์พิเศษรุ่นนี้เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจอันงดงามจาก ไร่องุ่น ซึ่งเปรียบเสมือนรากเหง้าและอาณาจักรส่วนตัวของมาร์เคเซ่ อันติโนริ ไร่องุ่นที่อุดมสมบูรณ์คือปัจจัยสำคัญในการสร้างสรรค์คุณค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ของตน เช่นเดียวกับที่ห้องใต้ดินอันเป็นแดนมหัศจรรย์ที่สรรค์สร้างและหมักบ่มไวน์ชั้นดี ตราฉลาก Tignanello ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา และการที่ผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นที่ยอมรับในระดับโลก เช่นเดียวกับการเป็นแบรนด์ระดับไอคอนของค่ายตรีศูล
ในการรังสรรค์รถยนต์ที่มีบุคลิกพิเศษ โดยการผสมผสานกับคุณค่าของมาร์เคเซ่ อันติโนริ และ Tignanello ทางทีมงานของ Maserati ได้ทำการวิจัยค้นหาความเป็นเอกลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ไวน์ชั้นนำดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกย่องครอบครัวนักบ่มไวน์ชาวฟลอเรนซ์ ด้วยการเลือกสรรสีสัน วัสดุที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม และรายละเอียดสุดประณีต เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการรังสรรค์อันเป็นนิรันดร์ ทำให้ GranCabrio Folgore Tignanello กลายเป็นเสมือนบทกวีที่ร้อยเรียงขึ้น เพื่อสรรเสริญไร่องุ่น Tignanello และความเป็นมา 50 ปี ของไวน์ชั้นนำระดับตำนาน
รูปลักษณ์ภายนอก: สีสันจากดินไวน์และความหรูหราเหนือกาลเวลา
Maserati GranCabrio Folgore Tignanello มีรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเกิดจากการรังสรรค์โดยเฉพาะ เพื่อสะท้อนถึงแรงบันดาลใจจากไร่องุ่นและประเพณีอันยาวนานของมาร์เคเซ่ อันติโนริ
สีของตัวถัง: ตัวถังมาในสีพิเศษ ‘Terra di Tignanello’ หรือสีน้ำตาลเชสต์นัท ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีของดินในไร่องุ่น Tignanello เพิ่มความอบอุ่นและน่าค้นหาด้วยการเพิ่มโทนสีแดงเบอร์กันดีเหลือบทองแดง ซึ่งสื่อถึงโทนสีแดงสดของไวน์ Tignanello เมื่อบ่มอยู่ในถังไม้โอ๊ก ทำให้เนื้อสีเข้มข้น มีเงาเมทัลลิก นับได้ว่าเป็นสีแห่งความเหนือระดับที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติและสภาพแวดล้อมในไร่องุ่น
รายละเอียดภายนอก: ขอบและก้านเบรกถูกออกแบบให้เป็นสีดำด้าน (Matte Black) และดำมัน (Glossy Black) เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ ตราสัญลักษณ์สีทองแดงถูกนำมาใช้อย่างหรูหราบนโลโก้ Maserati สีทองแดงมันเงาที่ฝากระโปรงหน้าและส่วนต่างๆ ของตัวรถ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกประดับบนพื้นผิวสีเมทัลลิก ทำให้รถดูโดดเด่นและสะดุดตา นอกจากนี้ หลังคาแบบซอฟต์ท็อปของ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello ยังถูกออกแบบให้เป็นสีดำเช่นกัน เพื่อเสริมความสง่างามและลุคที่สปอร์ต
การตกแต่งภายใน: ความประณีตที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ Tignanello
ส่วนรายละเอียดที่โรแมนติกและเป็นเอกลักษณ์ที่สุดของ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello คือการตกแต่งภายใน ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของ Tignanello ได้อย่างชัดเจน และเป็นการเฉลิมฉลองประวัติอันยาวนานของผู้ผลิตไวน์ได้เป็นอย่างดี โดยนำเอาขนบธรรมเนียมประเพณี เทคโนโลยีแห่งอนาคต และความประณีตสูงสุดมาผสานรวมกันอย่างลงตัว
เบาะนั่ง: เบาะนั่งทำจากหนังคุณภาพสูงตกแต่งด้วยวัสดุหลายอย่างในโทนสีเงินและสีแดงเบอร์กันดี ที่ถักทอเข้าด้วยกันด้วยวัสดุของบริษัท Vegea ซึ่งเป็นเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นที่พัฒนามาจากวัสดุในไร่องุ่น (เช่น องุ่นที่เหลือจากการหมักไวน์) วัสดุนี้ชวนให้นึกถึงต้นองุ่นที่เรียงรายเป็นแนวบนเนินเขา Tignanello ที่มีหินอัลบาเรส (Alberese) อยู่ตรงกลาง วัสดุนี้มีความพิเศษตรงที่ให้สัมผัสที่คล้ายหนังแท้ แต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และถือได้ว่าเป็นวัสดุประเภทนี้ที่ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในยนตรกรรมของ Maserati
ลวดลายและการตกแต่ง: วัสดุอื่นๆ ล้วนทำจากวัสดุธรรมชาติทั้งสิ้น โดยมีการใช้ไม้สีเข้มที่ผ่านการสลักด้วยเลเซอร์ เพื่อสื่อถึงเทคนิคการใช้ความร้อนในการทำถังไม้โอ๊กสำหรับบ่มไวน์ การตกแต่งที่ประตูได้รับการออกแบบอย่างประณีตให้สะท้อนถึงกระบวนการผลิตไวน์ Tignanello อีกด้วย พนักพิงศีรษะปักด้วยลาย