![[ครบชุด] T1809455_หน งส น สาม ท ด ค อ...สาม ใหม](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260921_103346.jpg)
Maserati GranCabrio ใหม่: เปิดประสบการณ์สปอร์ตเปิดประทุนที่เหนือระดับแห่งอนาคต
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – 25 กุมภาพันธ์ 2569 – แบรนด์ยานยนต์หรูสัญชาติอิตาลีอย่าง Maserati ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในตลาดยานยนต์ไทยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว ‘GranCabrio’ โฉมใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นนิยามใหม่ของยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุนระดับตำนาน ที่ผสานจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมเข้ากับความสง่างามเหนือกาลเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Drive Like the Best Is Yet To Come’ มาเซราติ ประเทศไทย ได้นำเสนอสองทางเลือกสุดพิเศษ ตอบโจทย์ความต้องการของนักขับยุคใหม่ที่แสวงหาทั้งความพรีเมียม สมรรถนะอันทรงพลัง และการขับเคลื่อนแห่งอนาคต กับสองขุมพลังอันโดดเด่น ได้แก่ รุ่น ‘Trofeo’ ที่มาพร้อมขุมพลังเบนซินสุดเร้าใจ และรุ่น ‘Folgore’ ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า 100%
หัวใจของพลัง: สองทางเลือกเหนือระดับแห่งสมรรถนะ
มาเซราติ กรันคาบริโอ ใหม่ ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับทุกประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าขีดจำกัดเดิม โดยหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนยนตรกรรมชั้นเลิศนี้ มาพร้อมทางเลือกอันเป็นเอกลักษณ์สองแบบ
Maserati GranCabrio Trofeo: พลังแห่งจิตวิญญาณ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกลิ่นอายของเครื่องยนต์สันดาปอันเป็นเอกลักษณ์ของค่าย Maserati จะต้องหลงรักกับรุ่น ‘Trofeo’ ที่ติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน ‘Nettuno’ (เน็ททูโน) แบบ วี6 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาดความจุ 3.0 ลิตร อันล้ำสมัย เครื่องยนต์ Nettuno ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะดีที่สุดในระดับเดียวกัน ด้วยพละกำลังที่สูงสุดถึง 550 แรงม้า (CV) มอบอัตราเร่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมเสียงคำรามอันดุดันอันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ตรีศูล ที่จะปลุกความสปอร์ตในตัวคุณให้ตื่นขึ้นทุกครั้งที่ได้สัมผัส
การออกแบบภายใต้ฝากระโปรงของรุ่น Trofeo แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Maserati ในการผสมผสานความลงตัวระหว่างนวัตกรรมการออกแบบและการนำเสนอสมรรถนะระดับสูงได้อย่างน่าทึ่ง การตอบสนองของคันเร่งที่ฉับไว เสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจ และความรู้สึกในการควบคุมที่เฉียบคม คือสิ่งที่ทำให้ GranCabrio Trofeo เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักขับที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตที่แท้จริง
Maserati GranCabrio Folgore: พลังแห่งอนาคต
ในขณะที่เทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด มาเซราติ ได้ก้าวล้ำนำหน้าด้วยการเปิดตัวรุ่น ‘Folgore’ (โฟลกอเร) ยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุนขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีโดยตรงจากสนามแข่งชั้นนำระดับโลกอย่าง Formula E
GranCabrio Folgore ขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้า 800 โวลต์ มอบขุมพลังที่น่าทึ่งถึง 761 แรงม้า (CV) พร้อมแรงบิดมหาศาลที่ 1,350 นิวตันเมตร (Nm) โดยมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบ 3 มอเตอร์ไฟฟ้า (มอเตอร์เดี่ยวที่ด้านหน้า 1 ตัว และมอเตอร์คู่ที่ด้านหลัง 2 ตัว) ซึ่งไม่เพียงแต่ให้พละกำลังอันมหาศาล แต่ยังมอบความสมดุลในการกระจายน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม
นวัตกรรมด้านโครงสร้างของ Folgore ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญ โดยใช้เทคโนโลยีการวางตำแหน่งแบตเตอรี่แบบ ‘T’ shape ที่ผสานรวมเข้ากับโครงสร้างของตัวถังรถ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างโดยรวมของรถ พร้อมทั้งรักษาสมดุลในการขับขี่ให้อยู่ในระดับสูงสุด ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง
ดีไซน์เหนือกาลเวลา: ความสง่างามแห่งอิตาลี
มาเซราติ กรันคาบริโอ ใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงยนตรกรรมที่มอบสมรรถนะอันน่าทึ่ง แต่ยังเป็นผลงานชิ้นเอกด้านการออกแบบที่สะท้อนความงามสง่าและหรูหราในแบบฉบับอิตาเลียนแท้ๆ ทุกรายละเอียดได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความสะดวกสบาย ความคล่องตัว และสไตล์ที่ไม่มีใครเทียบ
หลังคาผ้าใบ: สัมผัสธรรมชาติอย่างอิสระ
หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของ GranCabrio คือหลังคาผ้าใบคุณภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกลหลังคาผ้าใบนี้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสวยงามและความเป็นอรรถประโยชน์
การเปิด-ปิดที่ง่ายดาย: ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการเปิด-ปิดหลังคาได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่มที่แผงคอนโซล พร้อมระบบอัตโนมัติที่ใช้เวลาเพียง 14 วินาที ในการพับเก็บลงในพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายอย่างเรียบร้อย
ความคล่องตัว: ผู้ขับขี่สามารถเปิดใช้งานหลังคาได้ในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อสัมผัสกับสายลมและธรรมชาติได้อย่างเต็มที่โดยไม่กระทบต่อการควบคุมรถ
ความโดดเด่นเฉพาะตัว: แม้จะมีการออกแบบให้เน้นความสะดวกสบาย แต่ GranCabrio ก็ยังคงเอกลักษณ์ความสปอร์ตและความสง่างาม ทำให้รถดูโดดเด่นไม่เหมือนใครในทุกมุมมอง
ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ: ความสบายและความหรูหราที่ผสานกัน
มาเซราติ มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับและน่าจดจำให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกท่าน การออกแบบภายในของ GranCabrio ได้รับการให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยผสมผสานความหรูหราเข้ากับความสะดวกสบายในการใช้งานอย่างลงตัว
ห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารสี่คน
ห้องโดยสารถูกออกแบบมาให้มีความกว้างขวางเพียงพอสำหรับผู้โดยสารได้ถึง 4 คน ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวไปกับคนรักหรือครอบครัวเป็นประสบการณ์ที่พิเศษและน่าประทับใจ ด้วยบรรยากาศที่เปิดกว้างเมื่อเปิดหลังคา ผู้ขับขี่สามารถดื่มด่ำกับทัศนียภาพและลมธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ในสไตล์อิตาเลียนอันหรูหรา
สำหรับผู้ที่เดินทางพร้อมผู้โดยสาร มาเซราติ ได้นำเสนอทางเลือกเสริมพิเศษอย่าง ‘แผ่นบังลม’ (wind deflector) ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยช่วยลดแรงปะทะของลมที่ไหลเวียนเข้ามาในห้องโดยสาร ทำให้การขับขี่ทางไกลเป็นไปอย่างราบรื่นและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังคงความสวยงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถไว้
ระบบอินโฟเทนเมนต์และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย
นอกเหนือจากการออกแบบที่สวยงามแล้ว มาเซราติยังให้ความสำคัญกับเรื่องเทคโนโลยีที่เป็นจุดเด่นและแตกต่าง โดยมีการผสานรวมระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ทันสมัยและบริการช่วยเหลือผู้ขับขี่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังคงความรู้สึกของการเชื่อมต่อกับรถและการควบคุมอย่างเต็มเปี่ยม
ข้อควรพิจารณา: เมื่อตัดสินใจลงทุนในยนตรกรรมหรู
การเลือกรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตเปิดประทุนระดับลักชัวรี่อย่าง Maserati GranCabrio ถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญ และนักขับควรพิจารณาปัจจัยหลายด้านเพื่อให้แน่ใจว่าการตัดสินใจนั้นคุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการสูงสุด
ราคาและการเข้าถึง: ความพิเศษที่มาพร้อมกับความคุ้มค่า
สำหรับ GranCabrio ใหม่ มาเซราติ ประเทศไทย ได้กำหนดราคาเริ่มต้นที่ดึงดูดใจสำหรับยนตรกรรมระดับนี้
Maserati GranCabrio Trofeo: ราคาเริ่มต้น 18,900,000 บาท
Maserati GranCabrio Folgore: ราคาเริ่มต้น 14,900,000 บาท
หมายเหตุ: ราคานี้รวมการรับประกันคุณภาพสินค้า (Warranty) เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยไม่จำกัดระยะทางการใช้งาน
สำหรับรุ่น Folgore (รถยนต์ไฟฟ้า): มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ (Battery Warranty) เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
ควรซื้อ รอ หรือ