![[ครบชุด] T2109128 (จบ)ส นสอดทองเก](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260922_084025.jpg)
Maserati GranCabrio 2026: นิยามใหม่แห่งรถสปอร์ตเปิดประทุนระดับโลก
เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในไทย ยกระดับการขับเคลื่อนสู่ยุคใหม่แห่งความแรงและความยั่งยืน
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 — มาเซราติ ประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัว ‘กรันคาบริโอ’ (GranCabrio) โฉมใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย นับเป็นการตอกย้ำตำแหน่งผู้นำแห่งยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุนระดับไอคอนที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักขับยุคใหม่ การปรากฏตัวครั้งสำคัญของ Maserati GranCabrio 2026 ในบ้านเรานี้ ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าผู้หลงใหลในสมรรถนะและความหรูหรา ด้วยการนำเสนอสองทางเลือกแห่งขุมกำลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตและดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ตรีศูล
Maserati GranCabrio: การผสมผสานที่ลงตัวของความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยี
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถสปอร์ตเปิดประทุน สักคัน หรืออาจเป็น รถยนต์ไฟฟ้าหรู ที่มาพร้อมรูปลักษณ์อันสง่างาม ‘กรันคาบริโอ’ โฉมใหม่นี้ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ก้าวไปอีกขั้น ผลิตขึ้นในประเทศอิตาลีทุกขั้นตอน ภายใต้คอนเซปต์ ‘Drive Like the Best Is Yet To Come’ ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสรรค์สุดพิเศษสำหรับนักขับที่ต้องการความสบายและสไตล์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาของมาเซราติในการหลอมรวมศาสตร์แห่งวิศวกรรมเข้ากับงานศิลปะได้อย่างไร้ที่ติ
การมาถึงของ มาเซราติ กรันคาบริโอ 2026 ในตลาดประเทศไทย ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับลูกค้ากลุ่มพรีเมียมที่ต้องการจับจอง รถสปอร์ตเปิดประทุนหรู เพื่อเป็นเจ้าของยนตรกรรมที่ผสมผสานความสง่างามของรถเปิดประทุนเข้ากับสมรรถนะอันเร้าใจ และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคต ไม่ว่าคุณจะเลือก ‘โทรเฟโอ’ (Trofeo) ที่มาพร้อมขุมกำลังสันดาป ‘เน็ททูโน’ (Nettuno) อันทรงพลัง หรือ ‘โฟลกอเร’ (Folgore) ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% ก็ล้วนแล้วแต่สร้างความประทับใจได้ไม่แพ้กัน
GranCabrio Trofeo: พลังเสียงคำรามแห่งจิตวิญญาณสปอร์ต
สำหรับผู้ที่ยังคงชื่นชอบเสน่ห์ของเครื่องยนต์สันดาปประสิทธิภาพสูง ‘กรันคาบริโอ โทรเฟโอ’ คือคำตอบที่ลงตัว ยนตรกรรมคันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์อันโด่งดังอย่าง ‘เน็ททูโน’ (Nettuno) ที่เป็นหัวใจหลักของรถสปอร์ตแห่งยุคใหม่ของมาเซราติ เครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบทวินเทอร์โบ ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุดถึง 550 แรงม้า (CV) นับเป็นขุมกำลังที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่มาเซราติเคยผลิตมา สะท้อนให้เห็นถึงสมรรถนะอันเหนือระดับตามแบบฉบับของค่ายตรีศูล
คุณอาจสงสัยว่า ‘ควรซื้อ’ หรือ ‘ควรรอ’ ดี? หากคุณเป็นแฟนตัวยงของเสียงเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์และหลงใหลในสัมผัสของการขับเคลื่อนแบบดั้งเดิม ‘โทรเฟโอ’ มอบประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน คุณจะได้สัมผัสกับการตอบสนองที่ฉับไว และคาแร็กเตอร์ของรถที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ในขณะที่ตลาดรถสปอร์ตหรูยังคงมีการแข่งขันที่น่าจับตามอง ‘มาเซราติ กรันคาบริโอ’ ถือเป็นการลงทุนในความสุขและความประทับใจที่แท้จริง
GranCabrio Folgore: ขับเคลื่อนสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านด้วยพลังแห่งไฟฟ้า
อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตามองและถือเป็นการฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ คือ ‘กรันคาบริโอ โฟลกอเร’ (GranCabrio Folgore) ยนตรกรรมเปิดประทุนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้วยการนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากสนามแข่ง ‘ฟอร์มูลา อี’ (Formula E) มาสู่ท้องถนน มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 800 โวลต์ มอบกำลังขับเคลื่อนสูงสุดถึง 761 แรงม้า (CV) แรงบิดมหาศาลถึง 1,350 นิวตันเมตร จากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว
ราคาเริ่มต้น 14,900,000 บาท ราคารวม warranty 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับ Maserati GranCabrio Folgore ถือเป็นราคาน่าสนใจสำหรับ รถสปอร์ตเปิดประทุน EV ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย การเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าไม่ได้หมายถึงการลดทอนสมรรถนะลงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม มาเซราติได้ใช้เทคโนโลยีการติดตั้งแบตเตอรี่ในรูปแบบตัว ‘T’ ที่ส่งผลให้ตำแหน่งการขับขี่สามารถทำได้ดีเยี่ยม และดีไซน์ยังคงความเป็นรถสปอร์ตพันธุ์แท้ อีกทั้งยังเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างตัวถังได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นการเปิดประตูสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดโดยแท้จริง
ประสบการณ์การขับขี่อันสมบูรณ์แบบ: ความสบายที่เหนือระดับ
ไม่ว่าจะเลือกทางเลือกใด มาเซราติ กรันคาบริโอ 2026 ก็มอบความสะดวกสบายสูงสุดในการใช้งานทุกรูปแบบ ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive (AWD) ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการเกาะถนนทุกสภาพผิว นอกจากนี้หลังคาเปิดประทุนยังพร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการสัมผัสกับอากาศและธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ หลังคาแบบซอฟต์ท็อปนี้ผลิตจากผ้าใบคุณภาพสูง มีให้เลือกถึง 5 สี ผู้ขับสามารถควบคุมการเปิด-ปิดได้ง่ายดายเพียงกดปุ่มบนแผงหน้าปัด ใช้เวลาเพียง 14 วินาทีในการพับเก็บในพื้นที่ท้ายรถแบบอัตโนมัติ แม้ในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ยังคงใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขณะเดียวกันก็ยังคงความสวยงามและมีบุคลิกที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
ดีไซน์และรายละเอียดที่สร้างความแตกต่าง
ในส่วนของห้องโดยสาร ‘กรันคาบริโอ’ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารได้ถึง 4 คน เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวพร้อมเปิดหลังคารับลมและดื่มด่ำกับสุนทรียภาพสไตล์อิตาเลียนที่เป็นเอกลักษณ์ หนึ่งในตัวเลือกพิเศษที่น่าสนใจคือ แผ่นบังลมที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความรื่นรมย์ในการขับขี่สำหรับผู้โดยสาร ช่วยลดกระแสลมปะทะในห้องโดยสาร สามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน ทำให้ ‘มาเซราติ กรันคาบริโอ’ เป็นมากกว่าแค่รถสปอร์ต แต่คือยนตรกรรมที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับการใช้งานได้อย่างลงตัว
Maserati GranCabrio Folgore Tignanello: ผลงานศิลปะชิ้นเดียวในโลก
นอกเหนือจากการเปิดตัวรุ่นมาตรฐานแล้ว มาเซราติ ยังได้สร้างสรรค์ผลงานพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองเหตุการณ์สำคัญในวงการไวน์อีกด้วย โดยมีการเปิดตัว Maserati GranCabrio Folgore Tignanello รถสปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นเพียงคันเดียวในโลก เพื่อเป็นเกียรติแก่ Tignanello ซึ่งเป็นสุดยอดไวน์จากแคว้นทัสคานีของอิตาลี
ผลงานชิ้นเอกนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมาเซราติและตระกูล Marchesi Antinori ผู้ผลิตไวน์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี รถคันพิเศษนี้ผลิตและสร้างขึ้นภายใต้โครงการ Bespoke ของมาเซราติ ฟูออริเซรี (Maserati Fuoriserie) มีสีตัวถังพิเศษที่ชื่อว่า Terra di Tignanello ซึ่งเป็นสีน้ำตาลเข้มเหมือนเปลือกของผลเกาลัด ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของผืนดินในไร่องุ่น เพิ่มความอบอุ่นด้วยเฉดสีเบอร์กันดีที่เหลือบทองแดง สะท้อนสีของถังบ่มไวน์ Tignanello ที่เป็นเอกลักษณ์
ล้ออัลลอยของรุ่นนี้มาในเฉดสีดำด้านสลับดำเงา พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีดำเงา และตราสัญลักษณ์สีทองแดง ส่วนหลังคาแบบซอฟต์ท็อปเป็นสีดำเช่นกัน สร้างความหรูหราและโดดเด่นอย่างมีระดับ
การตก