![[ครบชุด] T2109154 ภาพลวงตา ถ าฉ](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260922_084438.jpg)
Maserati GranCabrio ใหม่ 2026: สปอร์ตเปิดประทุนสองขั้วอำนาจ ราคาเริ่มต้น 18.9 ล้านบาท
ข่าวล่าสุดจากวงการรถหรู Maserati ประเทศไทย เปิดตัว “GranCabrio” ครั้งแรกในไทยอย่างเป็นทางการ เติมเต็มไลน์รถสปอร์ตเปิดประทุนเต็มรูปแบบ ด้วยตัวเลือกรุ่นแรงสุดขีดกับเครื่องยนต์ Nettuno และรุ่นพลังงานไฟฟ้า 100% กับเทคโนโลยี Formula E ในงาน Motor Show 2026
ปี 2026 นับเป็นปีแห่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของค่ายรถสปอร์ตหรูสัญชาติอิตาลีอย่าง Maserati ในประเทศไทย เมื่อมีการเปิดตัว Maserati GranCabrio รถสปอร์ตเปิดประทุนแห่งอนาคต ที่มาพร้อมสองทางเลือกแห่งสมรรถนะและความหรูหรา ได้แก่ รุ่น GranCabrio TROFEO เครื่องยนต์ V6 Twin-Turbo แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง และรุ่น GranCabrio FOLGORE ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ที่สะท้อนวิสัยทัศน์การเปลี่ยนผ่านของ Maserati สู่ยุคแห่งพลังงานสะอาด พร้อมราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 18.9 ล้านบาท
งานเปิดตัวจัดขึ้นภายในงาน Motor Show 2026 ครั้งที่ 47 ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยโฉมเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ล่าสุดสู่สายตาผู้ชมชาวไทย มอบโอกาสให้แฟนๆ Maserati และผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมระดับไฮเอนด์ ได้สัมผัสตัวจริง สัมผัสประสบการณ์แห่งยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุนที่ผสานความหรูหราสมกับแบรนด์อิตาเลียน เข้ากับขุมพลังที่เหนือกว่า และเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด
สองขั้วความแรง: ICE vs EV ภายใต้ดีไซน์เดียวกัน
หัวใจสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้คือ “ตัวเลือก” ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แตกต่างกันของกลุ่มลูกค้าชั้นนำ แต่ไม่ว่าจะเลือกรุ่นใด ผู้ครอบครองจะได้รับประสบการณ์ขับขี่รถสปอร์ตเปิดประทุนที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความหรูหราและสมรรถนะระดับโลกตามเอกลักษณ์ของ Maserati
Maserati GranCabrio TROFEO: ราชาแห่งความแรงด้วยเครื่องยนต์ Nettuno
สำหรับผู้ที่โหยหาความเร้าใจจากขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม Maserati GranCabrio TROFEO ถือเป็นตัวเลือกที่พลาดไม่ได้ มาพร้อมหัวใจหลักคือเครื่องยนต์ Nettuno รหัสอ้างอิงจากเครื่องยนต์ V6 ในรุ่น MC20 ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เบนซินที่ทรงพลังที่สุดในโลก โดยให้กำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดมหาศาลที่ 650 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ดังกล่าวถูกจับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) มอบอัตราเร่งที่น่าทึ่ง สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 316 กม./ชม. ตัวเลขที่สะท้อนถึงขุมพลังที่แท้จริง และรับประกันความตื่นเต้นทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง
ในด้านการออกแบบภายนอก Maserati GranCabrio TROFEO โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของดีไซน์รถสปอร์ตเปิดประทุนหลังคาผ้า ที่ผสมผสานความสง่างาม ความปราดเปรียว และเส้นสายที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ฝากระโปรงหน้าที่มีความยาวเป็นพิเศษ เส้นสายลำตัวรถที่พุ่งไปข้างหน้า สร้างความรู้สึกถึงความเร็วแม้ในขณะหยุดนิ่ง และการจัดวางตำแหน่งผู้ขับที่อยู่กึ่งกลางระหว่างล้อทั้งสี่ เสริมความสมดุลและความมั่นใจขณะขับขี่
กระจังหน้าขนาดใหญ่ รูปทรงเพรียวยาว มาพร้อมระบบ Active Grille Shutter เปิด-ปิดอัตโนมัติ เพื่อการระบายความร้อนและหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีที่สุด ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ หน้า 20 นิ้ว หลัง 21 นิ้ว มาพร้อมยางหน้า 265/30 ZR20 และหลัง 295/30 ZR21 คาลิปเปอร์เบรกจาก Brembo ที่มีให้เลือกถึง 7 สี โดยด้านหน้าเป็นแบบ 6 พ็อต และด้านหลังเป็นแบบ 4 พ็อต เสริมประสิทธิภาพการหยุดที่เหนือกว่า
ขณะที่ด้านท้ายของรถ รุ่น TROFEO มาพร้อมท่อไอเสียคู่แบบแยกซ้าย-ขวา และดิฟฟิวเซอร์สีดำขนาดใหญ่ ซึ่งไม่เพียงเพิ่มความดุดัน แต่ยังช่วยเพิ่มแรงกดที่ความเร็วสูง ส่วนรุ่น FOLGORE จะเน้นความคลีนด้วยดิฟฟิวเซอร์สีดำเงา
Maserati GranCabrio FOLGORE: พลังไฟฟ้าแห่งอนาคต
สำหรับผู้ที่มองหาเทคโนโลยีล้ำสมัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม Maserati GranCabrio FOLGORE คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ รถสปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้า 100% ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากประสบการณ์และเทคโนโลยีจากสนามแข่ง Formula E โดยตรง
Maserati GranCabrio FOLGORE ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แยกเป็นมอเตอร์ 1 ตัวที่ล้อหน้า และ 2 ตัวที่ล้อหลัง (การกระจายแรงบิดแบบอิสระทั้งสี่ล้อ) ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 761 แรงม้า และแรงบิดอันมหาศาลถึง 1,350 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่งที่แรงสะใจ สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาที (เร็วที่สุดในกลุ่ม) และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม.
การใช้พลังงานไฟฟ้าของรุ่น FOLGORE มาพร้อมเทคโนโลยี Battery-on-Belt ระบบแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบ 800V ที่ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวรถในรูปทรงตัว T เพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดีเยี่ยมและเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถัง โดยมีขนาดความจุ 92.5 kWh ให้ระยะทางการวิ่งสูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ที่ 445 กม.
รองรับการชาร์จไฟได้ทั้งแบบ AC (22 kW) และ DC Fast Charging (สูงสุด 270 kW) ด้วยพอร์ต Type 2 / CCS Combo โดยสามารถชาร์จไฟจาก 20% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที หรือชาร์จเพียง 5 นาที จะให้ระยะทางวิ่งเพิ่มขึ้นถึง 100 กม. ตามมาตรฐาน WLTP นับเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่
ในด้านการออกแบบ ภายนอกของรุ่น FOLGORE แม้จะมาจากแพลตฟอร์มและดีไซน์พื้นฐานเดียวกันกับรุ่น TROFEO แต่ก็มีความแตกต่างที่มองเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะที่ด้านท้ายที่ไม่มีท่อไอเสีย และเน้นความเรียบง่ายของดิฟฟิวเซอร์สีดำเงา เพื่อเสริมภาพลักษณ์รถสปอร์ตแห่งโลกอนาคต
เทคโนโลยีหลังคาผ้า: ความหรูหราในทุกสภาพอากาศ
สิ่งที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของ Maserati GranCabrio ทั้งสองรุ่นคือ “หลังคาผ้า” ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นด้วยวัสดุผ้าใบคุณภาพสูงที่ผ่านการทดสอบมาอย่างเข้มงวด เพื่อความทนทานและความสวยงามที่เหนือกว่าหลังคาผ้าแบบทั่วไป
หลังคาของ Maserati GranCabrio ใช้กลไกการเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมด โดยควบคุมผ่านปุ่มกดบนแผงหน้าปัด การพับเก็บจะใช้เวลาเพียง 14 วินาที และที่สำคัญคือสามารถพับเก็บหรือกางออกได้ในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งาน ไม่ว่าจะกำลังขับรถชมวิวหรือกำลังเปิดประทุนรับลมยามเย็น
ภายในห้องโดยสาร: หรูหรา ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์
ภายในห้องโดยสารของ Maserati GranCabrio ได้รับการออกแบบให้เป็นห้องโดยสารสำหรับ 4 ที่นั่ง มอบความหรูหราและสัมผัสแห่งความเป็นอิตาเลียนอย่างเต็มเปี่ยม มีการติดตั้ง แผ่นบังลม (Wind Blocker) ที่เป็นตัวเลือกพิเศษสำหรับกรณีใช้งานแบบ 2 ที่นั่ง ซึ่งสามารถพับเก็บได้ ช่วยลดกระแสลมแปรปรวนภายในห้องโดยสาร มอบความสบายสูงสุดในการขับขี่แบบเปิดประทุน
หัวใจหลักของระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อคือ Maserati Intelligent Assistant (MIA) ระบบ Multimedia อัจฉริยะ ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว และหน้าจอระบบสัมผัสควบคุมระบบปรับอากาศขนาด 8.8 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.2 นิ้ว พร้อม