![[ครบชุด] T2209104_ใจเขาใจเรา ล กค](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260922_140047.jpg)
Maserati GranCabrio ใหม่ 2026: เปิดสนามประลองคู่น้ำดีแห่งปี ระหว่าง “แรงเก๋า” และ “แรงล้ำ”
ในโลกของรถยนต์สมรรถนะสูงระดับลักชัวรี ปี 2026 ถือเป็นปีแห่งการพลิกโฉมครั้งสำคัญ เมื่อแบรนด์เก่าแก่แห่งอิตาลีอย่าง Maserati ได้นำเสนอ Maserati GranCabrio รถสปอร์ตเปิดประทุนหลังคาผ้าใบสุดสง่างาม กลับมาโลดแล่นบนท้องถนนไทยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มาพร้อมกับความแตกต่างที่ทำให้ตลาดรถยนต์สปอร์ตต้องจับตามองเป็นพิเศษ โดยมีให้เลือกถึง 2 ขุมพลังแรงที่แตกต่างกันสุดขั้ว
Maserati GranCabrio TROFEO (โทรเฟโอ): รถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาประดับพรีเมียม ที่ยังคงยึดมั่นในเสน่ห์ของเสียงคำรามอันดุดัน พร้อมขุมพลังระดับ 550 แรงม้า ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ สไตล์ผู้ดีดุดัน
Maserati GranCabrio FOLGORE (โฟลกอเร): รถสปอร์ตไฟฟ้า 100% ที่ผสานความล้ำสมัยของเทคโนโลยีแห่งอนาคต เข้ากับจิตวิญญาณของ Maserati เพื่อมอบการขับขี่ที่เงียบแต่ทรงพลัง ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ที่ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 761 แรงม้า
ราคาเปิดตัวของทั้งสองรุ่นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ โดยราคาของ Maserati GranCabrio TROFEO เริ่มต้นที่ 18.9 ล้านบาท ขณะที่ Maserati GranCabrio FOLGORE ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 14.9 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่แข่งขันได้ในกลุ่มรถสปอร์ตเปิดประทุนพรีเมียม
ข้อเสนอพิเศษและการรับประกัน:
ในส่วนของการรับประกัน Maserati GranCabrio TROFEO จะมาพร้อมกับการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ขณะที่ในรุ่น FOLGORE ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า จะได้รับการรับประกัน แบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ถือเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคควรคำนึงถึง โดยเฉพาะผู้ที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งต้องการความมั่นใจในการรับประกันแบตเตอรี่ที่ต้องใช้งานในระยะยาว
สุนทรียะแห่งการออกแบบ: เส้นสายที่เหนือกาลเวลา
ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวกสายน้ำมันหรือสาวกสายไฟฟ้า สิ่งที่ต้องยอมรับคือ Maserati คือแบรนด์ที่เข้าใจศิลปะแห่งการออกแบบอย่างแท้จริง Maserati GranCabrio ทั้งสองรุ่นนี้ ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวแต่แฝงไว้ด้วยความสง่างามตามแบบฉบับอิตาเลียน
ดีไซน์ภายนอก: เส้นสายที่เรียบง่ายแต่ชัดเจน ฝากระโปรงหน้าทรงยาว ให้ความรู้สึกถึงสมรรถนะที่ซ่อนอยู่ ตำแหน่งผู้ขับที่อยู่กึ่งกลางระหว่างล้อทั้งสี่ ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 20 นิ้ว ที่คู่หน้า และขนาด 21 นิ้ว ที่คู่หลัง พร้อมยางสมรรถนะสูงจาก Brembo ที่มีให้เลือกถึง 7 สี โดยคู่หน้าเป็นแบบ 6 พ็อต และคู่หลังเป็นแบบ 4 พ็อต
เทคโนโลยีเบรก: ระบบเบรกจาก Brembo ถูกนำมาใช้ในรถรุ่นนี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
ท้ายรถที่แตกต่าง: ส่วนท้ายรถของรุ่น TROFEO จะมาพร้อมท่อไอเสียคู่แบบแยกซ้ายขวา และดิฟฟิวเซอร์สีดำขนาดใหญ่ ขณะที่รุ่น FOLGORE จะมีเพียงดิฟฟิวเซอร์สีดำเงาเท่านั้น เพื่อความเป็นเอกลักษณ์และความล้ำสมัย
หัวใจหลักของความหรูหรา – หลังคาผ้าใบ: สิ่งที่ทำให้ GranCabrio แตกต่างอย่างแท้จริงคือหลังคาผ้าใบคุณภาพสูงที่มีให้เลือกถึง 5 สี เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าจากแผงหน้าปัด ใช้เวลาพับเก็บเพียง 14 วินาที สามารถเปิดใช้งานขณะรถวิ่งได้ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ควรคำนึงถึง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่
ภายในที่หรูหราและทันสมัย: การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและความสุนทรีย์
ห้องโดยสารของ Maserati GranCabrio ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสาร 4 ที่นั่ง มอบความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกพิเศษคือ แผ่นบังลมที่ช่วยลดกระแสลมแปรปรวนในห้องโดยสารเมื่อมีผู้โดยสาร 2 คน ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจของผู้ผลิต
ระบบอินโฟเทนเมนท์และเทคโนโลยีภายใน
ห้องโดยสารมาพร้อมกับระบบ Multimedia Maserati Intelligent Assistant (MIA) ที่รวมเอาเทคโนโลยีและหน้าจอสัมผัสเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว:
หน้าจออินโฟเทนเมนท์: ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ให้การควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
หน้าจอควบคุมระบบปรับอากาศ: ขนาด 8.8 นิ้ว ให้การปรับสภาพอากาศในห้องโดยสารที่แม่นยำและรวดเร็ว
หน้าจอมาตรวัดดิจิทัล: ขนาด 12.2 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ที่จำเป็นครบถ้วน
ระบบนาฬิกาดิจิทัลและ HUD: (เป็นออปชั่น) ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการแสดงข้อมูลสำคัญขณะขับขี่
ระบบเสียงที่เหนือระดับ
เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่สุดหรู Maserati GranCabrio ได้รับการติดตั้งชุดเครื่องเสียงพรีเมียมจาก Sonus Faber ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำระดับโลก ให้กำลังขับสูงสุดถึง 1,195 วัตต์ ด้วยจำนวนลำโพงที่สูงถึง 16–19 ตำแหน่ง ซึ่งจะมอบประสบการณ์เสียงที่ใสและสมจริง ไม่ว่าจะเป็นเพลงคลาสสิก หรือเพลงแดนซ์สุดมันส์
ขุมพลังที่แตกต่าง: น้ำมัน VS ไฟฟ้า – การตัดสินใจครั้งสำคัญ
นี่คือจุดที่ทำให้ Maserati GranCabrio ปี 2026 แตกต่างอย่างชัดเจน โดยผู้ซื้อสามารถเลือกระหว่างขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปที่คุ้นเคย และขุมพลังไฟฟ้าที่ทันสมัย
Maserati GranCabrio TROFEO: พลังเครื่องยนต์สันดาประดับตำนาน
รุ่น TROFEO ยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาปที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก Maserati GranTurismo เครื่องยนต์เบนซิน V6 ทวินเทอร์โบ ขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 3.6 วินาที และความเร็วสูงสุด 316 กม./ชม.
Maserati GranCabrio FOLGORE: พลังแห่งอนาคต
สำหรับรุ่น FOLGORE ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีจากสนามแข่งฟอร์มูลา อี (Formula E) มาสู่ท้องถนน ได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แยกเป็นมอเตอร์ที่คู่ล้อหน้า 1 ตัว และที่คู่ล้อหลังอีก 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD มอบกำลังรวมสูงสุดถึง 761 แรงม้า และแรงบิดอันมหาศาลที่ 1,350 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 290 กม./ชม.
เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบชาร์จสำหรับรุ่นไฟฟ้า (FOLGORE)
สำหรับผู้ที่เลือก Maserati GranCabrio FOLGORE จะได้รับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ล้ำสมัย:
เทคโนโลยี 800V: เพื่อการชาร์จที่รวดเร็วและประสิทธิภาพสูงสุด
ความจุแบตเตอรี่: 92.5 kWh (ติดตั้งบนโครงสร้างแบบตัว T)
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 445 กม. (มาตรฐาน WLTP)
หัวชาร์จ: รองรับทั้ง Type 2 และ CCS Combo
การชาร์จแบบ AC: รองรับกำลังไฟสูงสุด 22 kW
การชาร์จแบบ DC Fast Charging: รองรับกำลังไฟสูงสุด 270 kW
ประสิทธิภาพในการชาร์จ (Charging Performance):
การชาร์จ 20–80%: ใช้เวลาเพียง 18 นาที
การชาร์จ 5 นาที: ให้ระยะทางวิ่งได้ 100 กม