![[ครบชุด] T2209129_Ep1 ส ขส นต ว นเก ด](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260922_140619.jpg)
Maserati GranCabrio ใหม่: ยนตรกรรมเปิดประทุนสมรรถนะสูง เตรียมพร้อมปฏิวัติประสบการณ์ขับขี่สไตล์อิตาเลียนในปี 2026
กรุงเทพฯ – ประเทศไทย – 2026 – Maserati ประเทศไทย ยืนยันการมาถึงของ Maserati GranCabrio รุ่นใหม่ล่าสุดสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำตำแหน่งแบรนด์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรูจากอิตาลีผู้เป็นตำนาน โดยการเปิดตัวครั้งนี้เป็นการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย ด้วยสองตัวเลือกขุมพลังที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบทั้งสมรรถนะที่เร้าใจของเครื่องยนต์สันดาปและเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ที่ล้ำสมัย
ความหรูหราที่พร้อมให้สัมผัส: ตัวเลือกรุ่นหลัก และราคาอย่างเป็นทางการ
Maserati GranCabrio ใหม่ ไม่ได้มาพร้อมเพียงแค่ชื่อเสียงอันเก่าแก่ในด้านงานออกแบบที่งดงามและเส้นสายที่หรูหราเหนือกาลเวลา แต่ยังมาพร้อมกับวิศวกรรมยานยนต์ที่ผสานศาสตร์แห่งสมรรถนะเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ยนตรกรรมเปิดประทุนหลังคาผ้าใบชั้นเลิศนี้ จะถูกนำเข้าจากตลาดต่างประเทศ และเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 14.9 ล้านบาท สำหรับรุ่นพลังงานไฟฟ้า (EV) และ 18.9 ล้านบาท สำหรับรุ่นเครื่องยนต์สันดาป
รายละเอียดราคาอย่างเป็นทางการ:
| รุ่นรถยนต์ | ราคาจำหน่าย (บาท) | การรับประกัน (ตัวแทนจำหน่ายประเทศไทย) |
| :— | :— | :— |
| Maserati GranCabrio TROFEO | 18,900,000 | รับประกันตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง |
| Maserati GranCabrio FOLGORE | 14,900,000 | รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม. |
ในแง่ของบริการหลังการขายและการรับประกัน Maserati GranCabrio TROFEO รุ่นเครื่องยนต์สันดาป จะได้รับการรับประกันตัวรถยนต์มาตรฐาน 3 ปี โดยไม่จำกัดระยะทางการใช้งาน นับเป็นความคุ้มค่าที่แบรนด์มอบให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะสูง ในขณะที่ Maserati GranCabrio FOLGORE รุ่นไฟฟ้า จะมาพร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่าถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจของแบรนด์ในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง
การออกแบบที่สะท้อนความพิเศษ: รูปลักษณ์ที่โดดเด่นและงานฝีมือขั้นสูง
ในมุมมองของความงามทางวิศวกรรม Maserati GranCabrio ใหม่ ได้รับการออกแบบให้ยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตระกูล GranTurismo เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่เส้นสายที่สง่างามตลอดแนวตัวถัง ไปจนถึงสัดส่วนการวางองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบ กระจังหน้ารูปร่างยาวที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ถูกออกแบบให้มีระบบแอคทีฟ (Active Grille) ที่สามารถเปิด-ปิดได้อัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ และความสวยงามตามหลักการออกแบบที่ล้ำสมัย
สำหรับล้ออัลลอย ทั้งในรุ่น TROFEO และ FOLGORE แม้จะมีความโดดเด่นทางด้านการออกแบบที่แตกต่างกัน แต่ยังคงขนาดมาตรฐานไว้ที่ล้อคู่หน้าขนาด 20 นิ้ว ที่มาพร้อมยางขนาด 265/30 ZR20 และล้อคู่หลังขนาด 21 นิ้ว ที่ใช้ยางขนาด 295/30 ZR21 ระบบเบรกจาก Brembo ซึ่งมีให้เลือกถึง 7 สี เป็นการเน้นย้ำถึงสมรรถนะและความแม่นยำในการหยุดรถ โดยชุดเบรกด้านหน้ามาพร้อมคาลิปเปอร์ 6 พ็อต และคาลิปเปอร์ 4 พ็อตสำหรับด้านหลัง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับสมรรถนะการหยุดรถเทียบเท่ากับสมรรถนะการขับขี่
ในส่วนท้ายของรถ Maserati GranCabrio TROFEO มาพร้อมท่อไอเสียคู่แบบแยกซ้าย-ขวา ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปสมรรถนะสูง เสริมด้วยดิฟฟิวเซอร์สีดำขนาดใหญ่ ในขณะที่ Maserati GranCabrio FOLGORE จะเน้นความล้ำสมัยด้วยการออกแบบที่สะอาดตาด้วยดิฟฟิวเซอร์สีดำเงาเพียงอย่างเดียว
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของรถรุ่นนี้คือ หลังคาผ้าใบแบบอ่อน (Soft Top) ที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงและมีให้เลือกถึง 5 สีสัน การเปิดและปิดหลังคาสามารถทำได้ด้วยระบบไฟฟ้าจากแผงควบคุมภายในห้องโดยสาร โดยใช้เวลาในการพับเก็บหรือเปิดใช้งานเพียง 14 วินาที และที่สำคัญ ยังสามารถใช้งานหลังคาขณะรถวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งให้ความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงสุดตามหลักการการออกแบบรถยนต์สปอร์ตระดับพรีเมียม
ห้องโดยสารแห่งอนาคต: การผสมผสานความหรูหราและเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสาร Maserati GranCabrio ใหม่ รองรับผู้โดยสาร 4 ที่นั่ง พร้อมด้วยตัวเลือกเสริมพิเศษ ได้แก่ แผ่นบังลม (Wind Deflector) ที่ออกแบบมาเพื่อลดการปั่นป่วนของลมในห้องโดยสารขณะเปิดหลังคา ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานเมื่อเดินทางเพียง 2 คน แผ่นบังลมนี้สามารถพับเก็บได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้งานและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดประทุนอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะ Maserati Intelligent Assistant (MIA) ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ประกอบด้วยจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ซึ่งทำหน้าที่หลักในการควบคุมระบบต่างๆ ของรถ เสริมด้วยจอสัมผัสควบคุมระบบปรับอากาศขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.2 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมีนาฬิกาดิจิทัล และ Head-Up Display (HUD) เป็นตัวเลือกเสริม ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นยานยนต์ระดับพรีเมียมที่คำนึงถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของผู้ขับขี่
สำหรับระบบเสียงภายในห้องโดยสาร Maserati GranCabrio ติดตั้งระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจาก Sonus Faber ซึ่งมีกำลังขับสูงสุดถึง 1,195 วัตต์ และจำนวนลำโพงระหว่าง 16-19 ตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับการเลือกออปชั่นติดตั้ง ระบบเสียงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ทางดนตรีที่คมชัดและเต็มอิ่ม ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบคุณภาพเสียงขั้นสูงสุดในขณะขับขี่สปอร์ตคาร์หรู
ขุมพลังแห่งความเร็ว: TRFEO vs FOLGORE
ความน่าสนใจของ Maserati GranCabrio รุ่นใหม่นี้ อยู่ที่ความแตกต่างของขุมพลังระหว่างสองรุ่นหลัก ซึ่งเป็นตัวแทนของสองแนวคิดในการขับขี่ที่แตกต่างกัน
Maserati GranCabrio TROFEO: ขุมพลังแห่งสันดาปอันเป็นตำนาน
Maserati GranCabrio TROFEO ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่รหัส ‘Nettuno’ ขนาด 3.0 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับการยกย่องในด้านสมรรถนะและความเร้าใจ ด้วยกำลังสูงสุด 550 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดถึง 650 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งและอัตราเร่ง โดยสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 3.6 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 316 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์รุ่นนี้ไม่เพียงแต่ให้สมรรถนะที่เหนือชั้น แต่ยังคงมอบคุณเสียงที่เร้าใจซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ของ Maserati ที่หาไม่ได้ในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
Maserati GranCabrio FOLGORE: อนาคตแห่งขุมพลังไฟฟ้า
สำหรับ Maserati GranCabrio FOLGORE เป็นการนำเทคโนโลยีจากสนามแข่งรถฟอร์มูลา อี (Formula E) มาสู่รถยนต์สปอร์ตบนท้องถนนอย่างแท้จริง รุ่นนี้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยแยกเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าที่ล้อหน้า 1 ตัว และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ล้อหลังฝั่งละ 1 ตัว ทำให้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) แบบเต็มรูปแบบ ขุมพลังรวมสูงสุดสามารถทำได้ถึง 761 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิดอันมหาศาลที่ 1,350 น