![[ครบชุด] T2209168_อากาศร อนจนทำให](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260922_141427.jpg)
ราคาเปิดตัว Maserati GranCabrio Folgore 2026: ขุมพลังไฟฟ้าสุดสปอร์ต กับนวัตกรรมแห่งความหรูหรา
หลังจากที่ MGC-ASIA ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ Maserati อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้เปิดตัว Masearti GranTurismo Folgore ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ล่าสุด ถึงคิวของเวอร์ชั่นเปิดประทุนอย่าง Maserati GranCabrio Folgore 2026 ที่เปิดตัวตามมา โดยมีจุดเด่นอยู่ที่หลังคาผ้าใบเปิดประทุนเอาใจคนชอบสูดอากาศภายนอก รวมถึงขุมพลังไฟฟ้า 3 มอเตอร์ บนสถาปัตยกรรม 800V อันเลื่องชื่อด้านความแรง กระทั่งถูกขนานนามว่าเป็น “รถเปิดประทุนขุมพลังไฟฟ้าที่แรงที่สุดในโลก” และเป็น “รถเปิดประทุนขุมพลังไฟฟ้ารุ่นแรกในกลุ่ม Luxury”
Maserati มีความภูมิใจที่จะนำเสนอ GranCabrio Folglore ในฐานะสุดยอดรถเปิดประทุนที่มาพร้อมพละกำลังมหาศาลจากมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ในด้านพื้นฐานงานวิศวกรรมมีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ร่วมกันกับฝาแฝดตัวถัง Coupe อย่าง GranTurismo Folgore ยกเว้นหลังคาผ้าใบเปิดประทุนที่สามารถเปิดได้ภายในเวลา 14 วินาที และปิดได้ภายในเวลา 16 วินาที ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง
🚀 ราคาทางการ Maserati GranCabrio Folgore 2026
ราคาอย่างเป็นทางการสำหรับ Maserati GranCabrio Folgore สำหรับตลาดประเทศไทย ประจำปี 2026 มีรายละเอียดดังนี้
Maserati GranCabrio Trofeo 2026: เริ่มต้นที่ 18,900,000 บาท
Maserati GranCabrio Folgore 2026: เริ่มต้นที่ 14,900,000 บาท
GranCabrio Trofeo ติดตั้งเครื่องยนต์สันดาป Nettuno แบบเบนซิน V6 ความจุ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 550 แรงม้า (CV) ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Maserati เคยผลิตมา
ขณะที่ GranCabrio Folgore ใช้เทคโนโลยีจากสนามแข่ง Formula E อาทิ แบตเตอรี่ 800 โวลต์ ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (หน้า 1 ตัว หลัง 2 ตัว) กำลังสูงสุด 761 แรงม้า (CV) แรงบิดสูงสุด 1,350 นิวตัน-เมตร พร้อมเทคโนโลยีติดตั้งแบตเตอรี่กับโครงสร้างตัวรถลักษณะคล้ายตัว T ส่งผลให้ตำแหน่งการขับสามารถทำได้ดี
หลังคาเปิดประทุนของ Maserati GranCabrio เป็นแบบ Soft-top ผลิตจากผ้าใบคุณภาพสูง สามารถเลือกได้ 5 สี ควบคุมผ่านปุ่มบริเวณแผงหน้าปัด สามารถเปิดและปิดด้วยไฟฟ้าในเวลา 14 วินาที ที่ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 50 กม./ชม. และใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยเมื่อพับเก็บบริเวณท้ายรถ
ห้องโดยสารรองรับได้ 4 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวดึ่มด่ำความสุนทรีย์สไตล์อิตาเลียน สามารถติดตั้งแผ่นบังลมเพื่อลดกระแสลมปั่นป่วนภายในห้องโดยสารเมื่อนั่ง 2 คน ช่วยเพิ่มความรื่นรมย์ในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ Maserati GranCabrio 2026 มาพร้อมวารันตีนาน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง รุ่น Folgore มาพร้อมวารันตีแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.
ราคาอย่างเป็นทางการ Maserati GranCabrio Folgore EV 2026: ก้าวกระโดดสู่ความหรูหราแห่งอนาคต
ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การใช้พลังงานสะอาดในทุกภาคส่วน รวมถึงตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงระดับลักซ์ชัวรี การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Maserati GranCabrio Folgore 2026 โดย MGC-ASIA ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ Maserati ในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานสูง (High-Performance Electric Vehicle – HPEV) นับเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความสง่างามเหนือกาลเวลาตามแบบฉบับอิตาเลียน กับเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดแห่งยุค
Maserati GranCabrio Folgore ไม่ใช่แค่รถเปิดประทุนทั่วไป แต่คือการปฏิวัติวงการรถสปอร์ตหรูที่มาพร้อมหลังคาผ้าใบเปิดประทุน ให้ประสบการณ์ขับขี่ที่ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยไม่ทิ้งหัวใจหลักของแบรนด์อย่างสมรรถนะอันทรงพลังและอัตราเร่งที่เหนือชั้น การเปิดตัวเวอร์ชันเปิดประทุนนี้ต่อจาก GranTurismo Folgore ที่เปิดตัวไปก่อนหน้า เป็นการเติมเต็มสายผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้า 100% ของ Maserati เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการที่สุดของความหรูหราพร้อมกับความยั่งยืน
ภาพรวมและความเป็นมา
Maserati GranCabrio เป็นรุ่นเปิดประทุนของ GranTurismo ซึ่งเป็นรถยนต์ Grand Tourer (GT) สมรรถนะสูงที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในปี 2026 Maserati ได้นำเสนอเวอร์ชันไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (EV) สำหรับทั้งสองตัวถัง โดยใช้สถาปัตยกรรม 800 โวลต์ (800V Architecture) อันเป็นเทคโนโลยีระดับเรือธงที่สามารถสร้างความเร็วชาร์จได้สูงอย่างเหลือเชื่อ และให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ไม่เป็นสองรองใครในตลาด Supercar ไฟฟ้า
ด้วยแนวคิด “Drive Like the Best Is Yet To Come” (ขับขี่ดั่งไม่มีสิ่งที่ดีที่สุดรออยู่เบื้องหน้า) Maserati GranCabrio Folgore 2026 ถูกผลิตในประเทศอิตาลีทุกขั้นตอน โดยผสานปรัชญาการออกแบบที่ลื่นไหล เส้นสายที่สง่างาม และการใช้วัสดุคุณภาพสูงเข้ากับความล้ำสมัยทางเทคโนโลยี เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับทั้งบนท้องถนนและลู่แข่ง
การออกแบบและวิศวกรรมล้ำสมัย
Maserati GranCabrio Folgore ได้รับการออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตา โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากหลังคาแข็งมาเป็นหลังคาผ้าใบ (Soft-Top) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักตัวรถ แต่ยังมอบความรู้สึกสปอร์ตหรูแบบคลาสสิกที่หาได้ยากในรถยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ หลังคาผ้าใบนี้สามารถเปิดและปิดด้วยระบบไฟฟ้าภายในเวลาเพียง 14 วินาที และ 16 วินาที ตามลำดับ ที่ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 50 กม./ชม. ทำให้การเปลี่ยนโหมดจากการขับแบบปิดทึบสู่การสัมผัสลมธรรมชาติเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดาย
การเลือกใช้ผ้าใบคุณภาพสูงที่มีให้เลือกถึง 5 สี เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งรถได้ตามความต้องการ โดยเมื่อพับเก็บหลังคาแล้ว บริเวณด้านหลังจะยังคงความเรียบเนียนและกระทัดรัด ซึ่งเป็นความชาญฉลาดในการออกแบบเพื่อรักษาหลักอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ
ห้องโดยสารได้รับการตกแต่งอย่างประณีตในสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ โดยเน้นความหรูหราและความสะดวกสบาย รองรับผู้โดยสารได้ 4 ที่นั่งอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้การเดินทางไกลกับคนรักเป็นไปอย่างมีระดับ สามารถติดตั้งแผ่นบังลมเพื่อลดกระแสลมปั่นป่วนภายในห้องโดยสารเมื่อนั่ง 2 คน ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ในการขับขี่ได้อย่างแท้จริง
เทคโนโลยีการขับขี่และความแรง
หัวใจสำคัญของ Maserati GranCabrio Folgore 2026 อยู่ที่ระบบส่งกำลังไฟฟ้าล้วน 100% ที่พัฒนาต่อยอดจากสนามแข่ง Formula E ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของ Maserati ในการนำเทคโนโลยีระดับโลกมาประยุกต์ใช้ในรถยนต์สปอร์ตผลิตจำนวนมาก
ชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า:
จำนวนมอเตอร์: 3 ตัว (1 ตัววางอยู่ด้านหน้า และ 2 ตัววางอยู่ด้านหลัง)
กำลังสูงสุด (Power Output): 761 แรงม้า (HP)
กำลังสูงสุดเมื่อใช้โหมด MaxBoost: 830 แรงม้า (HP)
แรงบิดสูงสุด (Maximum Torque): 1,350 นิวตัน-เมตร (Nm)
ความโดดเด่นของ GranCabrio Folgore อยู่ที่สถาปัตยกรรมแบตเตอรี่แบบ T-Shape (T-Battery Architecture) ซึ่งช่วยให้การกระจายน้ำหนักทำได้อย่างสมดุล ส่งผลให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและมีเสถียรภาพในการเข้าโค้งที่ยอดเยี่ยม เทคโนโลยีนี้ทำให้ GranCabrio Folgore 2026 เป็นหนึ่งในรถเปิดประทุนที่ควบคุมได้แม่นยำที่สุดในตลาด
ชุดแบตเตอรี่และระบบชาร์