![[ครบชุด] T2209500_ใครค อค หม นต วจร งของผม_Part 1](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260923_104434.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore 2026: มิติใหม่แห่งความหรูหราและสมรรถนะเปิดประทุนแห่งอนาคต
หลังจากที่แบรนด์มาเซราติ (Maserati) ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในตลาดรถหรูด้วยการเปิดตัว GranTurismo Folgore รุ่นขุมพลังไฟฟ้าล้วนไปเมื่อปีก่อน ล่าสุดนี้ MGC-ASIA ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Maserati อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้นำเสนอรถเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้าสัญชาติอิตาลีสุดหรูอย่าง Maserati GranCabrio Folgore 2026 ออกสู่สายตาของคนไทยอย่างเป็นทางการแล้ว
GranCabrio Folgore ไม่ได้เป็นเพียงการต่อยอดจากรุ่นตัวถัง Coupe เท่านั้น แต่มันคือการยกระดับประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดประทุนให้ก้าวไปสู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการผสานความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของ Maserati เข้ากับขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวบนสถาปัตยกรรม 800V อันล้ำสมัย จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “รถเปิดประทุนขุมพลังไฟฟ้าที่แรงที่สุดในโลก” และเป็น “รถเปิดประทุนขุมพลังไฟฟ้ารุ่นแรกในกลุ่มยานยนต์ระดับลักชัวรี”
ความหรูหราสง่างามสไตล์อิตาเลียน
Maserati GranCabrio Folgore ถือเป็นผลงานชิ้นเอกทางด้านการออกแบบที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด ความเป็นรถเปิดประทุนนี้ถูกนำเสนอผ่านดีไซน์ที่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายความคลาสสิกผสมผสานกับความสปอร์ตเฉียบคม เส้นสายที่ไหลลื่นบนตัวถังเน้นย้ำถึงอัตลักษณ์อันโดดเด่นของมาเซราติ โดยมีองค์ประกอบที่ทำให้รถเปิดประทุนคันนี้แตกต่างอย่างชัดเจน นั่นคือ “หลังคาผ้าใบเปิดประทุน” ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี
หลังคาผ้าใบของ GranCabrio Folgore ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้สามารถทนทานต่อการใช้งานหนักและสภาพอากาศที่หลากหลายในประเทศไทย ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการเปิดและปิดหลังคาได้ผ่านระบบไฟฟ้า โดยใช้เวลาในการเปิดเพียง 14 วินาที และปิดอีก 16 วินาที ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่รวดเร็วมากสำหรับรถประเภทนี้ นอกจากนี้ หลังคาผ้าใบยังถูกออกแบบมาให้สามารถพับเก็บได้อย่างชาญฉลาด ใช้พื้นที่จัดเก็บน้อยที่สุดบริเวณท้ายรถ ซึ่งช่วยเสริมให้ตัวรถมีรูปลักษณ์ที่เพรียวบางและสวยงามมากยิ่งขึ้น
นอกจากหลังคาผ้าใบแล้ว ยังมีแผ่นบังลม (Wind Deflector) ที่สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ ช่วยลดแรงปะทะของกระแสลมบริเวณห้องโดยสารยามที่นั่งแบบ 2 คน ซึ่งเป็นการมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้กังวลยิ่งขึ้น
การยกระดับเทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร
เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Maserati GranCabrio Folgore ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับการต้อนรับด้วยการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัย โทนสีภายในห้องโดยสารได้รับการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างสีน้ำเงินเข้มที่ให้ความรู้สึกเคร่งขรึมและหรูหรา กับสีขาวที่ให้ความรู้สึกสะอาดสะอ้านและทันสมัย
มาเซราติไม่เคยละเลยเรื่องเทคโนโลยีและความบันเทิง ในด้านของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารนั้น ได้รับการติดตั้งมาอย่างครบครันที่สุด โดยมีหน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 2 จอ หน้าจอหลักมีขนาด 12.3 นิ้ว ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน้าจอแสดงข้อมูลหลักและระบบสาระบันเทิง ขณะที่อีกหน้าจอมีขนาด 8.8 นิ้ว ทำหน้าที่ควบคุมระบบปรับอากาศ การทำงานของทั้งสองหน้าจอถูกออกแบบมาให้มีความลื่นไหลและตอบสนองการสัมผัสได้ดีเทียบเท่ากับการกดปุ่มแบบปกติ ซึ่งเป็นการผสมผสานความสะดวกสบายแบบดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยของหน้าจอสัมผัสได้อย่างลงตัว
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่สร้างความประทับใจภายในห้องโดยสารก็คือระบบเครื่องเสียง ที่มาพร้อมชุดเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจาก Sonus Faber (โซนัส ฟาเบอร์) ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเสียงอันเป็นเลิศ ชุดเครื่องเสียงนี้ให้กำลังขับสูงสุดถึง 1,195 วัตต์ พร้อมลำโพงจำนวน 16 ตำแหน่ง ซึ่งสามารถสร้างมิติเสียงที่คมชัดและสมจริง สามารถถ่ายทอดทุกรายละเอียดของบทเพลงได้อย่างยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ผู้ที่รักเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจ นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอมาตรวัดขนาด 12.2 นิ้ว ที่ทำหน้าที่แสดงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นอัตราความเร็ว ระดับพลังงาน หรือข้อมูลอื่นๆ ของตัวรถ ทำงานร่วมกับระบบแสดงผล Head-up Display (HUD) ที่ฉายข้อมูลสำคัญขึ้นไปบนกระจกด้านหน้ารถ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน ซึ่งเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี
ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว พละกำลังมหาศาลที่น่าทึ่ง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Maserati GranCabrio Folgore แตกต่างจากรถเปิดประทุนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ก็คือขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ถูกติดตั้งมาอย่างเหนือชั้น แม้จะเป็นรถเปิดประทุน แต่มาเซราติก็ได้นำเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าจากรถแข่ง Formula E มาประยุกต์ใช้กับ GranCabrio Folgore นี้
GranCabrio Folgore ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 3 ตัว โดยติดตั้งมอเตอร์ 1 ตัวไว้ที่ด้านหน้า และอีก 2 ตัวไว้ที่ด้านหลัง ผสานการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ทั้งสามตัว ทำให้รถเปิดประทุนคันนี้สามารถสร้างกำลังรวมได้สูงถึง 760 แรงม้า (HP) แต่เมื่อผู้ขับขี่ต้องการพละกำลังสูงสุดในการเร่งแซงหรือต้องการประสบการณ์การขับขี่แบบเต็มพิกัด ผู้ขับขี่สามารถเปิดใช้งานโหมด MaxBoost ซึ่งเป็นโหมดเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด ที่จะทำให้พละกำลังของรถพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับ 830 แรงม้า (HP) พร้อมแรงบิดสูงสุดมหาศาลถึง 1,350 นิวตัน-เมตร ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้รถคันนี้ออกตัวอย่างกระชากใจและตอบสนองได้อย่างทันท่วงที
ในด้านของแหล่งพลังงาน ขุมพลังไฟฟ้าของรถคันนี้ได้รับการติดตั้งด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 800 โวลต์ ที่ถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูงและสามารถรองรับการชาร์จที่รวดเร็ว โดยมีความจุรวมของแบตเตอรี่อยู่ที่ 92.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) แต่สามารถใช้งานได้จริงถึง 83 kWh ความจุขนาดใหญ่นี้ทำให้รถสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ได้สูงสุดถึง 22 กิโลวัตต์ และที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือความสามารถในการรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) สูงสุดที่ 270 กิโลวัตต์ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการจอดพักเพื่อเติมพลังได้อย่างมาก
ตัวเลขสมรรถนะที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง
ด้วยพละกำลังและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยนี้ ทำให้ Maserati GranCabrio Folgore สามารถทำตัวเลขอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจนน่าทึ่ง ในเรื่องของอัตราเร่งจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (0-100 km/h) รถเปิดประทุนคันนี้สามารถทำได้ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาที ซึ่งแม้จะช้ากว่ารุ่นตัวถัง Coupe อย่าง GranTurismo Folgore เล็กน้อย (2.7 วินาที) แต่ก็ยังถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่มีน้ำหนักมากอย่างรถเปิดประทุน
ขณะที่ในด้านอัตราเร่งจากหยุดนิ่งถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (0-200 km/h) รถคันนี้สามารถทำได้ภายในเวลา 9.1 วินาที (เทียบกับ GranTurismo Folgore ที่ 8.8 วินาที) และสำหรับความเร็วสูงสุด (Top Speed) รถคันนี้สามารถทำได้ที่ 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งและแสดงถึงศักยภาพของสมรรถนะที่แท้จริง ในส่วนของระยะทางการวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (Range) ตามมาตรฐาน WLTP นั้น รถคันนี้สามารถวิ่งได้ถึง 445 กิโลเมตร (เทียบกับ GranTurismo Folgore ที่ 455 km.) ซึ่งถือเป็นระยะทางที่น่าพอใจสำหรับรถยนต์ประเภทนี้
การออกแบบระบบช่วงล่างและระบบเบรกเพื่อสมรรถนะสูงสุด
การที่ Maserati GranCabrio Folgore จะสามารถส่งมอบสมรรถนะอันน่าทึ่งได้เช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการออกแบบระบบช่วงล่างและระบบเบรกที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะเป็นหลัก