🔻 รับชมวิดีโอด้านล่าง 🔻
การผสานรวมความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมและความสปอร์ต
สิ่งที่ทำให้ Maserati GranCabrio รุ่นใหม่นี้โดดเด่นเหนือคู่แข่งในท้องตลาด คือการออกแบบที่ผสมผสานความนุ่มนวลแบบ Grand Tourer เข้ากับความคล่องแคล่วสไตล์รถสปอร์ตได้อย่างลงตัว โดยตัวถังของรถรุ่นใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่น GranTurismo ซึ่งเป็นที่ยอมรับในด้านสุนทรียภาพทางด้านการออกแบบระดับโลก และถูกพัฒนาให้กลายเป็นยนตรกรรมเปิดประทุนที่ให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงความคล่องแคล่วที่มาพร้อมความปลอดภัย
หัวใจหลักของการออกแบบที่ทำให้ Maserati GranCabrio 2026 เป็นที่น่าสนใจ คือความอัจฉริยะด้านวิศวกรรม โดยตัวถังได้รับการออกแบบให้รองรับการขับเคลื่อนด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (All-Wheel Drive) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและความปลอดภัยสูงสุดในทุกสภาพถนน นอกจากนี้ ตัวหลังคาเปิดประทุนทำจากวัสดุผ้าใบคุณภาพสูง ที่สามารถเปิด-ปิดได้ง่ายดายเพียงกดปุ่มที่แผงคอนโซล ซึ่งใช้เวลาในการพับเก็บไม่เกิน 14 วินาที และที่สำคัญ ยังสามารถเปิดใช้งานได้ขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอีกด้วย สิ่งนี้ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศและสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ห้องโดยสารอันโอ่อ่าสำหรับการเดินทาง
สำหรับความสะดวกสบายนั้น Maserati GranCabrio ถูกออกแบบให้มีห้องโดยสารที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 4 ที่นั่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวหรือการพักผ่อนหย่อนใจพร้อมครอบครัวหรือเพื่อนฝูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเลือกพิเศษอย่างแผ่นบังลมที่สามารถติดตั้งเพิ่มได้เพื่อลดกระแสลมปั่นป่วนภายในห้องโดยสารขณะเปิดหลังคา เพิ่มความสุนทรีย์ในการเดินทางได้อย่างแท้จริงการออกแบบที่สะท้อนความใส่ใจและเอกลักษณ์
การออกแบบโดยรวมของรถรุ่นใหม่นี้เน้นความลงตัวระหว่างความสง่างามกับความสนุกในการขับขี่ โดยมีการพัฒนาระบบอินโฟเทนเมนต์และบริการช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ทันสมัย เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจในทุกเส้นทาง ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและการผสมผสานที่เหนือชั้นระหว่างนวัตกรรมและความสุนทรีย์ได้อย่างลงตัว
GranCabrio Trofeo: พลังเครื่องยนต์สันดาประดับตำนาน (Internal Combustion Engine Legacy)
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงอันทรงพลังของเครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม Maserati GranCabrio Trofeo ได้ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน V6 แบบ Twin-Turbo ขนาด 3.0 ลิตร ที่พัฒนาและประกอบขึ้นใหม่ภายใต้เทคโนโลยี ‘Nettuno’ ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์สันดาปที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ค่ายตรีศูลเคยผลิตมา โดยให้กำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า (PS) ซึ่งสะท้อนถึงสมรรถนะอันเหนือระดับตามแบบฉบับของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์อิตาลีGranCabrio Folgore: ยุคแห่งการปฏิวัติด้วยพลังไฟฟ้า (Electric Power Revolution)
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกที่ทันสมัยและยั่งยืน Maserati GranCabrio Folgore ได้นำเสนอเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ล้ำสมัยที่สุดจากสนามแข่งรถยนต์ไฟฟ้าชิงแชมป์โลกอย่าง Formula E ซึ่งให้กำลังสูงถึง 761 แรงม้า (PS) และแรงบิดมหาศาลถึง 1,350 นิวตัน-เมตร ผ่านมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (วางหน้า 1 ตัว หลัง 2 ตัว) นอกจากนี้ ยังใช้เทคโนโลยีการติดตั้งแบตเตอรี่แบบใหม่ในโครงสร้างรถในลักษณะตัว T (T-shape battery structure) ซึ่งช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำลง ทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพสูง มั่นคง และคงไว้ซึ่งบุคลิกของรถสปอร์ตพันธุ์แท้อย่างเต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันก็เพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างตัวถังให้มากยิ่งขึ้นเทคโนโลยีแบตเตอรี่และสมรรถนะการขับขี่ (Battery Technology and Performance)
ในรุ่น Maserati GranCabrio Folgore ได้นำเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ 800 โวลต์ มาใช้ ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในปัจจุบัน โดยชุดแบตเตอรี่ Lithium-ion มีความจุ 92.5 kWh ซึ่งให้ระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 375 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ ยังรองรับการชาร์จแบบ AC ได้สูงสุดถึง 22 กิโลวัตต์ และการชาร์จแบบ DC ได้สูงสุดถึง 270 กิโลวัตต์ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถชาร์จรถได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย

