วานนี้ (24 ก.ย.2569) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงข่าวเรื่องราคาน้ำมันดีเซล หลังราคาขณะนี้อยู่ที่ 41.44 บาท ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 18 ปี ถ้าปล่อยแบบนี้ออกไปเรื่อย ๆ ถือว่า “ฉิบหาย” แล้ว เพราะถ้ากระทรวงพลังงาน ยังอ้างอิงราคาสิงคโปร์เป็นราคาขาย จะเป็นความฉิบหายของประเทศไทยแน่นอน ซึ่งหากเป็นสมัยก่อนการอ้างอิงราคาสิงคโปร์ถือว่า อ้างอิงได้ เพราะเป็นการอ้างอิงราคาขาย แต่ปัจจุบันราคาสวิง และมีความผิดเพี้ยน จึงไม่เหมาะสมที่จะอ้างอิงราคาสิงคโปร์ในช่วงของการเกิดวิกฤตพลังงานแบบนี้
นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า เวลาขายน้ำมันต้องดูตัวเลขราคาน้ำมันดิบ แต่วันนี้น้ำมันสำเร็จรูป การไปอ้างอิงราคาสิงคโปร์ ถือว่า เพี้ยน เพราะต้องดูราคาน้ำมันดิบ ซึ่งปี 65 ราคาน้ำมันดีเซลบ้านเราอยู่ที่ 35 บาทต่อลิตร แต่วันนี้ราคาน้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ 12 เหรียญต่อบาร์เรล เท่าเดิมกับปี 65 แต่ราคาน้ำมันดีเซลบ้านเราอยู่ที่ 41.44 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 6 บาทกว่า ซึ่งนี่คือ ความผิดเพี้ยนของกลไกราคาขายสิงคโปร์
เหตุใดกระทรวงพลังงานจึงไม่เข้าใจ เพราะของเคยใช้ได้ แต่ตอนนี้ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยังอยู่อีก 2 ปี และได้ป่วนทุกครั้งที่ให้ราคาสวิง จึงใช้ราคาสิงคโปร์ไม่ได้ เพราะสิงคโปร์ไปประเทศขนาดเล็ก เล็กกว่ากรุงเทพมหานครกว่าครึ่ง อีกทั้งเป็นตลาดส่งออก การรับน้ำมันดิบมากลั่น 1 ล้านบาร์เรล เท่ากับประเทศไทย ซึ่งสิงคโปร์เป็นตลาดส่งออก จึงมีการพยุงราคาตลาดส่งออกให้มีราคาแพง จากนั้นก็จ่ายเงินอุ้มประชาชนในประเทศ เนื่องจากราคาราคาตลาดต้องแพง เพราะเป็นสินค้าส่งออก แต่ว่าประเทศไทยใช้น้ำมันในประเทศเป็นหลัก เราส่งออกน้อยกว่า ดังนั้นเราต้องไปดู และกำกับที่ราคาน้ำมัน ไม่ใช่ทำแบบสิงคโปร์ ซึ่งหากเป็นสถานการณ์ปกติก็สามารถทำแบบสิงคโปร์ได้ แต่นี่เป็นสถานการณ์พิเศษ
นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า ถ้ายังทำแบบนี้ต่อไปเงินจะไม่พอ อย่างเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะไม่เพียงพอ และ พ.ร.บ.เงินกู้ฉบับนี้กำลังจะหมดอายุในเดือนกันยายน 2570 หรือหากเลือกวิธีการลดภาษีสรรพสามิต ก็จะเกิดปัญหาต่อประมาณการรายได้ในงบประมาณปี 70 แล้ววันนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบอยู่ที่ 92,000 ล้านบาท อาทิตย์หน้าก็จะอยู่ที่ 100,000 ล้านบาท
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า 24 กันยายน ตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันปี พ.ศ.2562 กองทุนน้ำมันจะไม่สามารถชดเชยน้ำมันที่มีส่วนผสมชีวภาพได้ ซึ่งหมายความว่า น้ำมันประเภท B7, ดีเซล ใส่ปาล์มน้ำมันลงไป หรือน้ำมันเบนซินที่ใส่เอทานอลลงไป ถือเป็นน้ำมันชีวภาพ กองทุนน้ำมันจะไม่สามารถอัดฉีดได้ แต่ว่ามติที่ประชุมคณะคณะรัฐมนตรีสัปดาห์ที่ผ่านมา จะขอเงินกองทุนน้ำมันไปอุดหนุน ตั้งคำถามว่า จะสามารถดำเนินการได้อย่างไร เพราะกฎหมายตามมาตรา 55 ในกฎหมายฉบับดังกล่าว ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมาตนเคยเตือนรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแล้ว ดังนั้นหากไม่แก้ตรงนี้ การนำเงินกองทุนน้ำมันไปอุดหนุนราคาน้ำมันดังกล่าว จะผิดกฎหมาย
นายอรรถวิชช์ กล่าวถึงมาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องแก้ไขว่า กระทรวงพาณิชย์มีอำนาจกำหนดราคาสินค้าควบคุม ซึ่งน้ำมันถือเป็นสินค้าควบคุมอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่เคยประกาศอัตรา มติ ครม.เมื่อปี 2534 ระบุเอาไว้ว่า ต้องอิงราคาตลาดโลก ดังนั้นต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อขอเปลี่ยนมติ ครม.ปี 2534 โดยให้ขีดเส้นราคาสูงสุด หรือกำหนดเพดาน เหมือนกับมาม่า หรือน้ำมันพืช แต่ตัวเลขจะเป็นเท่าไหร่อยู่ที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ของกระทรวงพลังงาน โดยต้องส่งตัวเลขไปให้กระทรวงพาณิชย์ประกาศ และนำเข้าที่ประชุม ครม.
นี่คือบทความฉบับภาษาไทยที่เขียนใหม่ทั้งหมด โดยคงแก่นสำคัญของเนื้อหาเดิมไว้ พร้อมทั้งอัปเดตปีให้เป็น 2026 และปรับปรุงให้เป็นเนื้อหาเชิงกลยุทธ์การตัดสินใจทางการเงิน ตามคำแนะนำของคุณ
Aston Martin Victor: เมื่อเครื่องยนต์ 836 แรงม้า กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด กลายเป็น Masterpiece ยุคใหม่
โดย ทีมงานวิเคราะห์ตลาดรถหรู (2026)
ในโลกที่ซูเปอร์คาร์กำลังถูกครอบงำด้วยระบบไฟฟ้าและเกียร์อัตโนมัติจนแทบไม่มีทางเลือกอื่น Aston Martin Victor ได้ปรากฏตัวขึ้นราวกับย้อนเวลากลับไปสู่ยุครุ่งเรืองของกลไกและสัมผัสการขับขี่อันบริสุทธิ์ ผลงานชิ้นเอกนี้ไม่ใช่เพียงรถที่มีแรงม้าสูง แต่คือการประกาศศักดาของวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูงสุดที่ผสมผสานอดีตอันเกรียงไกรเข้ากับนวัตกรรมแห่งอนาคตอย่างลงตัว
ต้นกำเนิดแห่ง Masterpiece: การหลอมรวมที่สุดของแบรนด์
Aston Martin Victor คือรถที่ “เหนือความคาดหมาย” อย่างแท้จริง มันถูกสร้างขึ้นภายใต้แผนกพิเศษ Q by Aston Martin ซึ่งทำหน้าที่รังสรรค์รถยนต์ที่ไม่เหมือนใครให้แก่ลูกค้าคนสำคัญที่สุด แผนกนี้ไม่ได้เพียงแค่ประกอบชิ้นส่วนขึ้นมาใหม่ แต่คือการนำ “บทเรียน” และ “เทคโนโลยี” ที่ดีที่สุดจากซูเปอร์คาร์ระดับตำนานของค่ายมาผนวกรวมกันอย่างชาญฉลาด
เพื่อเข้าใจถึงศักยภาพของ Victor เราต้องมองย้อนกลับไปที่ “ผู้ให้กำเนิด” ทั้งสามรุ่นที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ:
Aston Martin One-77 (2009–2012): ต้นแบบด้านแชสซีส์และพื้นฐานโครงสร้าง Monocoque คาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมระดับสุดยอดในยุคนั้น
Aston Martin Vulcan (2015–2016): แรงบันดาลใจด้านแอโรไดนามิกส์และสไตล์สปอร์ตที่โฉบเฉี่ยวเกินขีดจำกัด
Aston Martin Valkyrie (2016–ปัจจุบัน): ต้นแบบด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์และขุมพลังระดับไฮเปอร์คาร์ที่ออกแบบมาเพื่อความเร็วสูงสุด
การนำส่วนผสมเหล่านี้มารวมกันภายใต้ฝีมือของแผนก Q ทำให้ Victor ไม่ใช่เพียงแค่รถคลาสสิกที่มีการอัปเกรด แต่คือวิวัฒนาการของรถสปอร์ตขั้นสูงที่ทลายกรอบเดิม ๆ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับแบรนด์
ขุมพลัง 836 แรงม้า: หัวใจ V12 ที่คำรามกึกก้อง
สำหรับผู้หลงใหลในเครื่องยนต์แบบดั้งเดิม ข้อมูลส่วนนี้คือสิ่งที่ทำให้ Aston Martin Victor แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
เครื่องยนต์: Victor ใช้ขุมพลังขนาด 7.3 ลิตร V12 พละกำลังมหาศาลถึง 836 แรงม้า (BHP) พร้อมแรงบิดสูงสุด 821 นิวตันเมตร (Nm)
เทคโนโลยีเครื่องยนต์: แม้เครื่องยนต์จะมีความจุมาก แต่ได้รับการออกแบบใหม่และปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุด โดยเฉพาะระบบไอเสียที่ถูกปรับจูนจนสร้างเสียงคำรามที่เร้าใจ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรถที่ให้เสียงที่ไพเราะที่สุดในวงการ
การขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง (Rear-Wheel Drive) เต็มรูปแบบ เพื่อมอบประสบการณ์การควบคุมที่ดิบและเร้าใจที่สุด
หัวใจของการตัดสินใจ: เกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่หาได้ยากยิ่ง
ในยุคปี 2026 การหาซูเปอร์คาร์ที่มีเกียร์ธรรมดาถือเป็นเรื่องยากมาก แต่ Aston Martin Victor ได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่แตกต่าง
การคัดเลือกเกียร์: แม้จะนำเอาแชสซีส์และเทคโนโลยีมาจากรุ่น One-77 ซึ่งเดิมทีใช้เกียร์อัตโนมัติ แต่ทีมงานวิศวกรได้ทุ่มเทปรับเปลี่ยน ชุดเกียร์ให้กลายเป็นแบบธรรมดา 6 สปีด (6-Speed Manual Transmission) เพื่อตอบสนองความต้องการของนักสะสมที่ต้องการ “ความรู้สึก” และ “ความผูกพัน” กับรถอย่างแท้จริง
คำนิยามใหม่ของ “Most Powerful Stick-Shift”: Aston Martin Victor จึงถูกนิยามว่าเป็นรถที่ให้ “พละกำลังมากที่สุดเท่าที่ Aston Martin เคยผลิตมา” ในขณะเดียวกันก็เป็นรถที่ให้ “ประสบการณ์การขับขี่แบบ Manual ที่แรงที่สุด” ด้วยเช่นกัน
👉 สิ่งที่ผู้อ่านควรตัดสินใจ:
หากคุณเป็นนักขับที่หลงใหลในความดุดันและต้องการควบคุมรถด้วยตัวเอง การตัดสินใจลงทุนในซูเปอร์คาร์แบบ Manual อย่าง Victor คือการตอบสนองความฝันที่หาได้ยากยิ่งในตลาดปัจจุบัน เพราะรถรุ่นใหม่ ๆ มักลดทางเลือกนี้ลงเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายทางเทคนิค
การออกแบบภายนอก: ความหรูหราที่ไร้กาลเวลา
Aston Martin Victor ไม่ได้มีเพียงพละกำลังอันมหาศาล แต่ยังมาพร้อมงานดีไซน์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากรถคันอื่น ๆ อย่างชัดเจน
เอกลักษณ์ด้านหน้า: ด้านหน้าของรถยังคงเอกลักษณ์ของกระจังหน้าทรงหยดน้ำ (Signature Grille) ที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้ แต่ถูกปรับให้โฉบเฉี่ยวและล้ำสมัยยิ่งขึ้น
Aerodynamics: ชิ้นส่วนด้านข้าง (Side Skirts) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่งรุ่น Vulcan ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศ (Aerodynamic Efficiency) ชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นแบบ Custom Made ที่ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษ ไม่ได้ใช้ชิ้นส่วนจากรถรุ่นอื่นทั่วไป
วัสดุและรายละเอียด:
การ์ดปกป้องคาร์บอนไฟเบอร์: บริเวณกระจังหน้ามีการติดตั้งขอบไม้บาง ๆ เอาไว้ที่ด้านล่างของชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้คาร์บอนไฟเบอร์ได้รับความเสียหายขณะขับขี่
ล้ออัลลอย (Wheels): ล้อถูกออกแบบเป็นพิเศษ (Custom Made) ให้เข้ากับดีไซน์ของตัวรถอย่างสมบูรณ์แบบ
การตกแต่งภายใน: ความงามสง่าแบบ British Heritage
ห้องโดยสารของ Aston Martin Victor คือจุดที่ผสมผสานความหรูหราแบบดั้งเดิมเข้ากับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว
โทนสีและการเลือกใช้วัสดุ: ภายในตกแต่งด้วยหนังสีเขียวอันโดดเด่น ตัดกับสีแทน (Tan) และคาร์บอนไฟเบอร์ได้อย่างลงตัว ซึ่งสร้างความรู้สึกที่แตกต่างจากซูเปอร์คาร์ทั่วไปที่เน้นสีดำสนิท
จุดเด่นของส่วนควบคุม:
หัวเกียร์ (Gear Knob): ถูกทำขึ้นจากวัสดุ ไม้ชั้นดี (Wood) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถหรูสไตล์ผู้ดีอังกฤษ
แผงหน้าปัด: มีการติดตั้งหน้าจอแสดงผล (Digital Display) อยู่ตรงกลางคอนโซล เพิ่มความทันสมัยและความสะดวกสบายในการควบคุมระบบต่าง ๆ ของรถ
เบาะนั่ง (Seats): เป็นเบาะแบบสปอร์ต (Racing Seats) ที่ให้การโอบอุ้มอย่างดีเยี่ยม หุ้มด้วยหนังสีเขียวเพื่อความสวยงามและความรู้สึกสปอร์ต
รายละเอียดปลีกย่อย: ที่เปิดประตูภายในห้องโดยสารทำจาก สายหนังสีแทน (Tan Leather Straps) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่พบได้ในรถแข่งระดับตำนานของ Aston Martin ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังควบคุมรถแข่งในยุคเก่า
สิ่งที่ผู้อ่านควรพิจารณา: การตัดสินใจลงทุนในความพิเศษ
สถานการณ์ตลาดรถยนต์ระดับ Ultra-Luxury ในปี 2026:
ตลาดซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ในปัจจุบันมีความผันผวนสูงมาก การมาของรถยนต์ไฟฟ้าทำให้หลายแบรนด์กำลังเปลี่ยนไลน์การผลิต ทำให้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) รุ่นพิเศษ โดยเฉพาะที่มีเกียร์ธรรมดา เริ่มกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น (Appreciation)
ข้อควรพิจารณาทางการเงิน (Financial Strategy):
ความคุ้มค่าในการลงทุน (Investment Value): เนื่องจาก Victor เป็นรถที่ผลิตจำนวนจำกัดมาก (One-Off Production) จึงมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าในตลาดรอง (Secondary Market) อย่างมหาศาล หากคุณมองหารถยนต์ที่สามารถถือเป็นสินทรัพย์ระยะยาว การตัดสินใจซื้อรถรุ่นพิเศษเช่นนี้คือ “ความเสี่ยงที่คุ้มค่า” (Calculated Risk)
การเปรียบเทียบทางเลือก (Comparison Shopping): หากคุณกำลังพิจารณารถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง ควรเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership) ระหว่างรถไฮบริดรุ่นใหม่ กับรถเครื่องยนต์ V12 รุ่นพิเศษอย่าง Victor ในระยะยาว รถเครื่องยนต์สันดาปอาจต้องการการบำรุงรักษามากกว่า แต่ให้ประสบการณ์ขับข
![[Full video] ‘อรรถวิชช์’ สบถแรง “ฉิบหายแล้ว” หลังรบ.ยังอ้างอิงราคาน้ำมัน ‘สิงคโปร์’ ทำดีเซลพุ่งในรอบ 18 ปี](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/image-57.png)
![[Full video] เอเชียนเกมส์ ในรอบ 48 ปี “บิว ภูริพล” คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชาย แถมสร้างสถิติใหม่ 9.90 วินาที](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/image-58.png)