![[ครบชุด] T0210387_สะใภ จอมงก](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261004_231512.jpg)
Aston Martin DBX S 2026: SUV สุดแรงที่เบากว่าและขับขี่คล่องตัวกว่าเดิม
ในตลาดรถยนต์ระดับหรูสำหรับผู้บริหาร (Luxury Executive SUV) ที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง และมีการแข่งขันอันดุเดือดระหว่างแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Bentley, Lamborghini, และ Ferrari แบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษอย่าง Aston Martin ได้ตัดสินใจเปิดตัว “พี่ชาย” ที่ไม่ธรรมดาให้กับรถ SUV ยอดนิยมของพวกเขาอย่าง DBX707 สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ จากรายงานข่าวช่วงปลายปี 2025 แม้รถยนต์รุ่นใหม่นี้จะไม่มีคำว่า “707” ที่สื่อถึงสมรรถนะระดับสุดยอด แต่ตัวอักษร “S” ซึ่งตามธรรมเนียมของ Aston Martin หมายถึง “Sport” หรือ “Sport Plus” กลับมาพร้อมกับ “การอัพเกรดครั้งสำคัญ” ที่จะทำให้ DBX กลายเป็นรถยนต์ที่น่าจับตามองยิ่งกว่าเดิมในปี 2026 นี้
Aston Martin DBX S 2026: นิยามใหม่แห่งพละกำลังและความคล่องตัว
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ Aston Martin เปิดตัว DBX707 พวกเขากล้าประกาศว่าเป็น “รถ SUV หรูที่ทรงพลังที่สุดในโลก” ซึ่งคำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลย เพราะ DBX707 เป็นรถที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีจากซูเปอร์คาร์ระดับโลกอย่าง Valhalla ทำให้มันสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 310 กม./ชม. และด้วยความแรงและความหรูหราที่ถูกอัดรวมอยู่ในคันเดียวนี้เอง ส่งผลให้รถยนต์รุ่นพื้นฐานอย่าง DBX ถูกถอดออกจากสายการผลิตอย่างเงียบเชียบ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่รุ่น “707” แทนที่
สำหรับ Aston Martin DBX S 2026 นั้น รถยนต์รุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น “การอัพเกรดครั้งสำคัญ” ของตระกูล DBX โดยมีการปรับปรุงทั้งในด้านพละกำลังและสมรรถนะการขับขี่ ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนของ Aston Martin ในตลาดรถสปอร์ต SUV ระดับพรีเมียม
วิศวกรรมขั้นสูง: หัวใจที่เต้นแรงกว่าเดิม
หัวใจของ Aston Martin DBX S 2026 ยังคงใช้เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบขนาด 4.0 ลิตร แต่ด้วยการปรับจูนใหม่ ทำให้รถรุ่นนี้มี “กำลังเพิ่มขึ้นอีก 20 แรงม้า” ส่งผลให้กำลังสูงสุดของเครื่องยนต์อยู่ที่ 717 แรงม้า แม้แรงบิดจะยังคงเท่าเดิมที่ 899 นิวตันเมตร แต่กำลังที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้นในรอบเครื่องยนต์สูง
ตัวเลขที่บ่งบอก: ความเร็วและการตอบสนองที่เหนือชั้น
Aston Martin ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างรถยนต์ที่ “เร็วแต่ขับง่าย” และ DBX S 2026 ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง แม้ความเร็วสูงสุดจะยังคงเท่าเดิมที่ 310 กม./ชม. แต่กำลังที่เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยนี้ ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึง “ความต่อเนื่อง” ในการเร่งความเร็วที่น่าทึ่ง นอกจากนี้ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ดุดันยิ่งขึ้นผ่านระบบท่อไอเสียแบบสี่ท่อใหม่ ซึ่งแอสตัน มาร์ติน อ้างว่า “ช่วยเสริมบุคลิกของเสียงคำรามอันเป็นธรรมชาติของเครื่องยนต์ V8 ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก”
การปรับปรุงระบบเกียร์: การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ
หนึ่งในการอัพเกรดที่สำคัญที่สุดของ DBX S 2026 คือการพัฒนาระบบส่งกำลังและเกียร์คลัตช์เปียก 9 สปีดใหม่ ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ยังคงได้รับการออกแบบมาให้มีความสามารถในการจัดการแรงบิดสูงสุด 100% ไปยังล้อหลัง และสูงสุด 50% ไปยังล้อหน้า ทำให้รถคันนี้ยังคงรักษาความสมดุลและความสามารถในการควบคุมที่ดีเยี่ยม
DBX S 2026: การเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้
แม้ว่าในเชิงเทคนิค DBX S 2026 อาจไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมมากนัก แต่การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ชัดเจนนี้กลับทำให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้หลงใหลในรถยนต์ถึงกับต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดน้ำหนักของรถ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สมรรถนะโดยรวมของ DBX S 2026 ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การลดน้ำหนัก: ปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้
จากรายงานของแอสตัน มาร์ติน ระบุว่า DBX S 2026 ได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักเบากว่า DBX707 แม้ว่าคุณสมบัติที่ช่วยลดน้ำหนักได้มากที่สุดจะเป็นอุปกรณ์เสริม เช่น หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ที่ช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 18.14 กิโลกรัม แต่การลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่องนี้เอง ที่ทำให้รถคันนี้มีพละกำลังที่สมดุลยิ่งขึ้น
ล้ออัลลอยแมกนีเซียม: ก้าวสำคัญของ Aston Martin
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ DBX S 2026 แตกต่างจากรถรุ่นอื่น ๆ ของ Aston Martin คือการเปิดตัวล้ออัลลอยแมกนีเซียมเป็นครั้งแรกสำหรับรถ SUV ของพวกเขา ล้อขนาด 23 นิ้วนี้ไม่เพียงแต่ให้ความสวยงามแต่ยังช่วยลดน้ำหนักได้อีก 19 กิโลกรัม ทำให้น้ำหนักรวมของรถรุ่นนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ระบบกันสะเทือน: ความนุ่มนวลและความมั่นคงที่ผสมผสานกัน
ระบบช่วงล่างของ Aston Martin DBX S 2026 นั้นเหมือนกับของ DBX707 ทุกประการ โดยแอสตัน มาร์ติน ระบุว่ารถรุ่นนี้ “ได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงระบบช่วงล่างทั้งหมดที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว” รวมถึงการปรับแต่งใหม่สำหรับสปริงลมและโช้คอัพอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่ารถคันนี้แทบไม่มีอาการโยกเยก ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เคยพบใน DBX707 มาก่อน
ระบบบังคับเลี้ยว: ความคล่องตัวที่เหนือชั้น
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดในด้านการขับขี่ของ DBX S 2026 อยู่ที่ “ระบบบังคับเลี้ยวที่ตอบสนองเร็วขึ้น 4%” พร้อมทั้งลดรัศมีวงเลี้ยวลงประมาณ 0.46 เมตร ทำให้รถคันนี้สามารถหักเลี้ยวและกลับรถได้คล่องตัวยิ่งขึ้น แม้แต่ในรถ SUV ขนาดใหญ่เช่นนี้
การออกแบบภายนอกและภายใน: ความหรูหราในแบบของ Aston Martin
Aston Martin DBX S 2026 ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของการออกแบบที่ผสมผสานความแข็งแกร่งและความหรูหราของรถสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
กระจังหน้า: จุดเด่นที่ทำให้ DBX S 2026 แตกต่าง
ความแตกต่างภายนอกที่โดดเด่นที่สุดระหว่าง DBX S 2026 กับรุ่น 707 คือ “กระจังหน้าสีดำ” นอกจากนี้ DBX S ยังมาพร้อมกับสปอยเลอร์หน้าและดิฟฟิวเซอร์หลังแบบใหม่ รวมถึงคิ้วประตูคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อให้รถดูสปอร์ตยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เจ้าของ Aston Martin DBX S สามารถเลือกใช้กระจังหน้าโพลีคาร์บอเนตน้ำหนักเบาได้ เพื่อลดน้ำหนักของรถให้มากที่สุด
การตกแต่งภายใน: ความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด
แอสตัน มาร์ติน เสนอตัวเลือกสีตกแต่งตัวถัง 3 สี ได้แก่ สีแดง สีเงิน และสีเขียว ภายในของ DBX S โดดเด่นด้วยลวดลายก้างปลาแบบใหม่บนเบาะนั่ง ซึ่งเข้ากันกับหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ DBX S ใช้ผ้า Alcantara บนพื้นผิวทั้งหมด และใช้หนังในจุดที่สัมผัสกับร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกวัสดุไมโครไฟเบอร์สังเคราะห์หรือหนังเซมิอะนิลีนสำหรับตกแต่งภายในทั้งหมด
ราคาและกำหนดการวางจำหน่าย
การเปิดตัว Aston Martin DBX S 2026 ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ SUV หรูที่มีสมรรถนะสูง โดยคาดว่าราคาของ Aston Martin DBX S รุ่นปี 2025 จะอยู่ที่ประมาณ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีและสมรรถนะที่ได้รับ
วิดีโอ : รับชมรายละเอียดของ Aston Martin DBX S รุ่นปี 2025
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1.