![[ครบชุด] T0710947_Ep3 ร กทำลายช ว ต ll ตอน ยาท ผ วให เม ยก น เป นว ตาม นหร อเป นคำส งฆ า](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261009_100523.jpg)
Aston Martin DBX 707: เมื่อความหรูหราเหนือชั้นปะทะความแรงระดับซูเปอร์คาร์ในคราบ SUV ขับเคลื่อนสี่ล้อ
เจาะลึกที่สุดแห่งความอลังการ: Aston Martin เปิดตัว DBX707 ยกระดับตลาดรถยนต์ซูเปอร์เอสยูวี (High-End Sports Utility Vehicles) สู่ยุคใหม่
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 7 มีนาคม 2569 – ตลาดรถยนต์ระดับลักชัวรี่ในประเทศไทยกำลังจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อแบรนด์รถสปอร์ตสัญชาติอังกฤษในตำนานอย่าง Aston Martin ได้ฤกษ์เปิดตัว Aston Martin DBX 707 สู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ โดยนี่ไม่เพียงแค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศก้องถึงศักยภาพที่เหนือกว่าของยนตรกรรมซูเปอร์เอสยูวี (Super SUV) ที่ผสานสุดยอดเทคโนโลยีทางวิศวกรรมเข้ากับความหรูหราขั้นสูงสุดได้อย่างไร้ที่ติ
ในยุคที่ความหรูหราไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ความสวยงามเพียงผิวเผินอีกต่อไป ผู้บริโภคระดับบนในปัจจุบันกำลังมองหาสมรรถนะที่เร้าใจ ความแม่นยำในการบังคับควบคุม และความโดดเด่นที่ไม่ซ้ำใคร Aston Martin DBX707 ได้ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้อย่างครบถ้วนด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์เบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 707 แรงม้า (PS) แรงบิดมหาศาล 900 นิวตันเมตร และอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 3.3 วินาที ท็อปสปีดทะลุ 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้รถยนต์ซูเปอร์คาร์ในระดับเดียวกันต้องหันมามอง
ประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณแห่งความเร็ว: มรดกตกทอดแห่ง Aston Martin
แอสตัน มาร์ติน แบรนด์ผู้ดีจากเกาะอังกฤษ ถือกำเนิดขึ้นในปีคริสต์ศักราช 1913 โดยสองผู้ก่อตั้งผู้ทรงวิสัยทัศน์คือ ไลโอเนล มาร์ติน (Lionel Martin) และโรเบิร์ต แบมฟอร์ต (Robert Bamford) การเริ่มต้นของแบรนด์ไม่ได้เป็นเพียงการผลิตรถหรู แต่เป็นการสร้างสรรค์ยานยนต์สำหรับการแข่งขัน โดยทั้งสองได้ร่วมกันทดสอบรถยนต์ที่สร้างขึ้นเองในการแข่งขันรายการ Aston Clinton Hillclimb และประสบความสำเร็จด้วยการคว้าชัยชนะตั้งแต่แรกเริ่ม การพิสูจน์สมรรถนะในสนามแข่งคือรากฐานสำคัญที่ฝังลึกอยู่ใน DNA ของแบรนด์แอสตัน มาร์ตินเสมอมา
ชื่อเสียงของแอสตัน มาร์ติน ถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมทางวิศวกรรมและจิตวิญญาณแห่งความแรง ที่สะท้อนผ่านรถแข่งและรถสปอร์ตเปิดประทุนในตำนานหลายรุ่น การก้าวเข้าสู่ตลาดซูเปอร์เอสยูวีอย่างเต็มตัวผ่านรุ่น DBX จึงเป็นมากกว่าแค่การแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการนำมรดกตกทอดทางวิศวกรรมและการออกแบบอันหรูหรามาสู่เซกเมนต์ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ขุมพลังแห่งการปฏิวัติ:Aston Martin DBX 707 กับขุมพลังเบนซินทวินเทอร์โบ วี8 ที่เหนือกว่า
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Aston Martin DBX707 โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งคือชุดระบบส่งกำลังที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับพละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เครื่องยนต์เบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ ขนาด 4.0 ลิตร ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นการขยายขีดจำกัดของเทคโนโลยีที่มีอยู่
วิศวกรของแอสตัน มาร์ติน ได้ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ เทอร์โบแบบบอลแบริ่ง (Ball Bearing Turbochargers) ขนาดใหญ่กว่าปกติ พร้อมทั้งปรับแต่งสมองกลของเครื่องยนต์ (ECU) ใหม่ทั้งหมด เพื่อรีดศักยภาพสูงสุดของเครื่องยนต์ออกมาให้ได้มากที่สุด ส่งผลให้เกิดตัวเลขแรงม้าและแรงบิดอย่างที่ปรากฏ คือ 707 แรงม้า (PS) และ 900 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียง 2,750-4,500 รอบต่อนาที
กำลังอันมหาศาลเหล่านี้ถูกส่งผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ เปียกคลัตช์ (Wet Clutch) 9 จังหวะ เกียร์ประเภทนี้ถือเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญ เพราะมีความทนทานสูงกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ (Torque Converter) สามารถรองรับแรงบิดมหาศาลได้ดีเยี่ยม และที่สำคัญที่สุดคือความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์ที่ฉับไวและกระชับ ตอบสนองต่อการขับขี่ที่ต้องการความแม่นยำสูงสุดได้อย่างทันท่วงที
ความแรงนี้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่านตัวเลขสมรรถนะ:
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 3.3 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำว่า Aston Martin DBX707 เป็นมากกว่าเอสยูวีธรรมดา แต่มันคือซูเปอร์คาร์ในคราบรถอเนกประสงค์ ที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือเดินทางไกล
การออกแบบที่ทรงพลังและโดดเด่น: เมื่อทุกรายละเอียดสะท้อนถึงสมรรถนะ
เพียงแรกเห็น Aston Martin DBX707 ก็สามารถบอกได้ทันทีว่านี่คือรถยนต์ที่แตกต่างจากเอสยูวีทั่วไป รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) และเสริมความดุดันดุจรถแข่ง
กระจังหน้าดีไซน์ใหม่: มีขนาดใหญ่ขึ้น 27% เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศเข้าสู่ระบบระบายความร้อนและเครื่องยนต์ ติดตั้งแผ่นรีดอากาศ (Front Splitter) ด้านล่างและด้านข้างของกันชนหน้า ช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) ที่ความเร็วสูง
ช่องดักอากาศและเดย์ไทม์รันนิงไลท์: ได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นแบบเส้นตรง (Horizontal Blade) เพิ่มความทันสมัยและความโฉบเฉี่ยว
อุปกรณ์รีดอากาศ ‘Side Strake’: ติดตั้งบริเวณแก้มข้าง ลากยาวมาถึงประตูหน้า ช่วยจัดการกระแสลมบริเวณด้านข้างของรถ
สเกิร์ตข้าง (Side Skirts): มีขนาดใหญ่ขึ้นชัดเจน เสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตและประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์
ด้านหลังแบบสปอร์ต: ติดตั้งชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์บนสปอยเลอร์หลังคา (Roof Spoiler) ประสานกับดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดเขื่อง (Diffuser) ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง และระบบท่อไอเสียแบบสี่ปลาย (Quad Exhaust) ยิงออกสองฝั่ง (ออกสองฝั่ง) ซึ่งถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับขุมพลัง 707 แรงม้า
ทุกรายละเอียดของตัวรถได้รับการปรับปรุงอย่างประณีต เพื่อให้ Aston Martin DBX707 เป็นสุดยอดซูเปอร์เอสยูวีที่มีบุคลิกอันโดดเด่นและสะดุดสายตาอย่างแท้จริง
ห้องโดยสารแห่งความหรูหราและสมรรถนะ: สัมผัสแห่งความเป็นสปอร์ตที่เหนือกว่า
ภายในห้องโดยสารของ Aston Martin DBX707 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองผู้ขับขี่ที่ต้องการทั้งความหรูหราและความรู้สึกสปอร์ตเต็มพิกัด การตกแต่งภายในใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างอัลคันทารา (Alcantara) ผสมผสานกับหนังแท้คุณภาพเยี่ยม สร้างบรรยากาศที่หรูหราแต่เปี่ยมไปด้วยความเร้าใจ
เบาะนั่งแบบสปอร์ต: ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของผู้ขับขี่ขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เพิ่มความกระชับและความมั่นใจในการควบคุมรถ
ระบบควบคุมการขับขี่ (Adaptive Drive Modes): ได้รับการปรับปรุงใหม่ และมีเฉพาะในรุ่น DBX707 ประกอบด้วยโหมดการขับขี่หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ Terrain, GT, Individual, Sport และ Sport+ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนบุคลิกของรถให้เข้ากับสภาพการขับขี่และความต้องการในขณะนั้นได้อย่างอิสระ
นวัตกรรมทางเทคโนโลยี: เบรกคาร์บอนเซรามิกเป็นมาตรฐาน และระบบเฟืองท้ายอัจฉริยะ
เพื่อให้สมกับตำแหน่งซูเปอร์เอสยูวีที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน Aston Martin DBX707 ได้ติดตั้งระบบเบรกที่เหนือ