![[ครบชุด] T1610334_รวยย งไงให ไม จน(Ep.2) น หน ง นน ช ว ตประมาท](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261026_171253.jpg)
Pagani เปิดตัว Pagani Huayra R Evo ไฮเปอร์คาร์สนามแข่ง ขุมพลัง 900 แรงม้า
เขียนเมื่อ: 10/02/2024 14:35 อัพเดทล่าสุด: 10/02/2024 14:35 3.1K
facebook sharing buttontwitter sharing buttonline sharing button
Pagani
Pagani ค่ายรถสัญชาติอิตาลีผู้นำด้านยนตรกรรมสุดหรูและแรง ได้เปิดตัวรถระดับไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เน้นสมรรถนะการขับขี่ในสนามแข่งโดยเฉพาะ พร้อมกับการออกแบบที่ดุดันและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น เพื่อสืบทอดตำนานความสำเร็จจากรุ่นพี่อย่าง Pagani Huayra R ที่เคยสร้างความฮือฮาเมื่อปี 2021 มาแล้ว
สำหรับไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่นี้มีชื่อเรียกว่า Pagani Huayra R Evo ซึ่งได้รับการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นขุมพลังและแอโรไดนามิกส์ของตัวถัง โดยได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากการออกแบบรถแข่งระดับโลกอย่าง IndyCar และ Lemans
Huayra R Evo ถูกออกแบบมาในสไตล์เปิดหลังคาแบบพิเศษ โดยสามารถถอดออกเป็น 2 ชิ้นแยกส่วนกันได้ ซึ่งการออกแบบนี้มีจุดเด่นในการสร้างแรงกดทางอากาศพลศาสตร์ให้สูงถึง 45 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ตัวถังยังได้รับการปรับปรุงให้มีความยาวเพิ่มขึ้นในส่วนท้าย ในดีไซน์ที่เรียกว่า “Codalunga” ซึ่งยาวขึ้นจากเดิมประมาณ 190 มิลลิเมตร โดยทางค่ายเคยนำเสนอแนวคิดตัวถังแบบยาวนี้ในรุ่น Pagani Huayra Codalunga มาก่อนแล้ว
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนไฮเปอร์คาร์คันนี้คือเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตร ที่ให้เสียงอันกังวานไพเราะ พร้อมด้วยพละกำลังที่มหาศาลถึง 900 แรงม้า และแรงบิด 770 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ซีเควนเชียล 6 สปีดที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ปัจจุบันทางค่ายยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับราคาจำหน่ายและจำนวนการผลิตของ Huayra R Evo แต่ในเบื้องต้นนี้ สำหรับผู้ที่ครอบครองไฮเปอร์คาร์สุดพิเศษคันนี้ จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันรายการ “Arte in Pista” ที่ทาง Pagani จัดขึ้นเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าของตนเองโดยเฉพาะ
เปิดตัว!! Pagani Imola Roadster รถซูเปอร์สปอร์ตลิมิเต็ดสุดพิเศษ จำกัดเพียง 8 คันในโลก
2999 จำนวนผู้เข้าชม |
เปิดตัว!! Pagani Imola Roadster รถซูเปอร์สปอร์ตลิมิเต็ดสุดพิเศษ จำกัดเพียง 8 คันในโลก
Pagani ขอฉลองส่งท้ายปี 2023 ด้วยการเปิดตัวรถซูเปอร์สปอร์ตสุดแรงอย่าง Imola Roadster ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 8 คันในโลกเท่านั้น
Imola เคยเปิดตัวเวอร์ชั่น Coupe ไปแล้วเมื่อปี 2020 ซึ่ง Imola Roadster นี้ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้มีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้นแตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน ช่องรับอากาศด้านข้างซ้ายขวาของกันชนหน้าได้รับการขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นเพื่อการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่องลมข้างล้อก็ถูกปรับปรุงใหม่เช่นกัน พร้อมช่องบานเกล็ดเหนือซุ้มล้อหน้าเพื่อช่วยควบคุมสมดุลอากาศ ช่องลมที่อยู่ด้านบนของตัวรถทำหน้าที่ป้อนอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ V12 ได้โดยตรง ถูกออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกับครีบกลางเหนือฝากระโปรงหลัง บริเวณไฟท้ายยังได้รับการปรับปรุงใหม่เพิ่มช่องบานเกล็ดเหนือซุ้มล้อหลังอีกด้วย ปีกหลังขนาดใหญ่และดิฟฟิวเซอร์ท้ายมาพร้อมกับดีไซน์ที่ดุดัน ระบบท่อไอเสียเป็นแบบ 6 ท่อ ผลิตจากไททาเนียมคุณภาพสูงและผ่านการเคลือบด้วยเซรามิคด้วยกระบวนการพลาสม่าฟิวชันที่ซับซ้อน Imola Roadster สามารถสร้างแรงกดได้สูงถึง 600 กิโลกรัม ที่ความเร็ว 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นอกจากนี้ ตัวถังยังใช้สีพิเศษที่เรียกว่า Acquarello Light ซึ่งช่วยลดน้ำหนักตัวรถลงไปได้อีก 5 กิโลกรัม แซสซีเป็นแบบ Carbo-Titanium HP62 G2 และ Carbo-Triax HP62 ทำให้รถคันนี้มีน้ำหนักเบาเพียง 1,260 กิโลกรัมเท่านั้น ช่วงล่างเป็นแบบปีกนกคู่แยกอิสระทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ ระบบสปริงและโช้คอัพควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ล้อฟอร์จจาก APP ลาย 7 ก้าน ขนาดล้อหน้า 21 นิ้ว และหลัง 22 นิ้ว สวมยาง Pirelli P Zero Trofeo R ขนาดหน้า 265/30 R20 และหลัง 355/25 R21 ชุดเบรกใช้ของ Brembo เป็นจานคาร์บอน-เซรามิค ขนาด 398 มม. คาลิปเปอร์ 6 สูบ และด้านหลังขนาด 380 มม. คาลิปเปอร์ 4 สูบ
ห้องโดยสารภายในขึ้นชื่อเรื่องความประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยลูกค้าสามารถเลือกสีได้ไม่จำกัด เบาะนั่งทำจากคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมปักโลโก้ Imola Roadster บนพนักศรีษะ และติดตั้งเข็มขัดนิรภัย 4 จุด เครื่องเสียง 7 แชนเนล เบสแน่นกระหึ่มติดตั้งมาให้พร้อมสรรพ แม้คุณจะอยากฟังเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ V12 ก็ตาม
Imola Roadster มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ V12 ขนาด 5,980 ซีซี เทอร์โบคู่ ซึ่งทาง Mercedes-AMG เป็นผู้ผลิต ให้กำลังสูงสุดถึง 850 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงถึง 1,100 นิวตัน-เมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 3,600-5,600 รอบต่อนาที ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบล้อหลัง ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ Xtrac แบบซีเควนเชียล กึ่งอัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมเฟืองท้ายแบบกลไกไฟฟ้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (มีการจำกัดความเร็วสูงสุดไว้) ส่วนอัตราเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา
บทความโดย: Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล: Pagani