![[ครบชุด] T0611248_อย าค ดได ในว นท สายไป](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/11/fb_natural_20261106_172016.jpg)
Koenigsegg สู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ: เจเนอรัล ออโต้ ซัพพลาย นำเสนอสองไฮเปอร์คาร์สุดแรง “เยสโก้ แอบซูลุท” และ “เกเมร่า”
ในโลกแห่งวงการยานยนต์ชั้นสูงที่มีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่สามารถยืนหยัดอยู่แถวหน้าได้อย่างยาวนาน Koenigsegg (เคอนิกเส็กก์) คือหนึ่งในชื่อนั้น นับเป็นข่าวใหญ่สำหรับวงการซูเปอร์คาร์ไทย เมื่อผู้ผลิตไฮเปอร์คาร์สัญชาติสวีเดน ประกาศแต่งตั้ง บริษัท เจเนอรัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ ถือเป็นอีกก้าวประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของทั้งสองแบรนด์
การประกาศครั้งนี้นับเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของบูติคโชว์รูม Koenigsegg Bangkok โดยได้จัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในชื่องาน “Koenigsegg Bangkok: The Ultimate Performance” ณ โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเปิดบ้านอย่างเป็นทางการ แต่ยังเป็นเวทีที่ทำให้แฟนพันธุ์แท้ชาวไทยได้ใกล้ชิดกับขุมกำลังแห่งวิศวกรรมจากสวีเดนอย่างแท้จริง
การก้าวสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: Koenigsegg Automotive AB มองเห็นศักยภาพ
การร่วมมือครั้งนี้เกิดจากวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลของ Koenigsegg Automotive AB ในการขยายฐานตลาดไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีความต้องการรถยนต์ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่สูง และมีกำลังซื้อที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
คุณอภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งว่า “Koenigsegg” เป็นที่ยอมรับในฐานะแบรนด์ไฮเปอร์คาร์ชั้นนำระดับโลกในเรื่องของสมรรถนะเหนือจินตนาการ การได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย (Koenigsegg Bangkok) ถือเป็นการพิสูจน์ศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ยากจะหาได้ให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ เสมือนได้เยือนถึงถิ่นกำเนิดของแบรนด์ที่เมือง Ängelholm ประเทศสวีเดนด้วยตนเอง”
ในขณะเดียวกัน Christian von Koenigsegg (มร. คริสเตียน ฟอน เคอนิกเส็กก์) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Koenigsegg Automotive AB ได้กล่าวยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับบริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย เข้าสู่ครอบครัว “Koenigsegg” โดยชี้ว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างมากในภูมิภาคนี้ และความเชื่อมั่นในทีมบริหารของ คุณอภิชาติ ลีนุตพงษ์ ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานในแวดวงยานยนต์ชั้นนำ ทำให้มร.เคอนิกเส็กก์มั่นใจว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งและยั่งยืนสำหรับแบรนด์ในตลาดเมืองไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง
การนำเสนอไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่นเรือธง: ความงามและความเร็วที่หาชมยาก
ภายในงานเฉลิมฉลอง นอกจากจะมีการเปิดตัวโชว์รูมอย่างเป็นทางการแล้ว ไฮไลท์สำคัญที่สุดคือการนำเสนอไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่นจากสวีเดนที่เดินทางข้ามทวีปมาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกที่ผสมผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับความงดงามของตัวถัง ซึ่งรถทั้ง 2 คันนี้มีมูลค่ารวมกันกว่า 400 ล้านบาท
Koenigsegg Jesko Absolut: เจ้าแห่งความเร็วสูงสุด
สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของ Koenigsegg คงจะคุ้นเคยกับสมรรถนะอันน่าทึ่งของ Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “The Fastest Koenigsegg Ever – Forever” หมายความว่านี่คือรถยนต์ที่เร็วและแรงที่สุดเท่าที่ Koenigsegg เคยผลิตมา และจะไม่มีรุ่นใดมาแทนที่ได้ในอนาคต
ความเหนือกว่าทางวิศวกรรม: หัวใจหลักที่ทำให้ Jesko Absolut แตกต่างคือการออกแบบที่มุ่งเน้นการลดค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดของอากาศ (Aerodynamic Efficiency) โดยมุ่งเน้นการสร้างความนิ่งขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ตัวถังได้รับการออกแบบให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดเพียง 0.278 เท่านั้น ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยม
ดีไซน์โฉบเฉี่ยว: นอกจากความแรงแล้ว การออกแบบของ Jesko Absolut ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ที่ดุดันและปราดเปรียว ด้วยการติดตั้งครีบฉลามคู่ด้านหลัง (Shark Fin) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-15 ออกแบบมาเพื่อช่วยรีดอากาศด้านหลังให้ไหลผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดแรงเฉื่อยเมื่อต้องทำความเร็วสูง ดีไซน์ด้านหน้ายังได้รับการปรับปรุงให้สามารถเก็บหลังคาได้ (Convertible) เพิ่มทางเลือกในการใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น
ระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลัง: Jesko Absolut ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 1,600 แรงม้า (เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85) และสามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 8,500 รอบต่อนาที ตัวเครื่องยนต์เชื่อมต่อกับระบบเกียร์ใหม่ที่พัฒนาขึ้นเองโดย Koenigsegg ชื่อว่า Light Speed Transmission (LST) ระบบเกียร์ 9 จังหวะนี้มาพร้อมกับระบบ Ultimate Power On Demand (UPOD) ที่ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ตอบสนองได้ใกล้เคียงความเร็วแสง พร้อมทั้งมีขนาดกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบาเพียง 90 กิโลกรัมเท่านั้น นับเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่น่าจับตามองอย่างแท้จริง
Koenigsegg Gemera: The World’s First Mega-GT for Four
สำหรับอีกรุ่นที่สร้างความตื่นตาตื่นใจคือ Koenigsegg Gemera ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First For Four” หรือ “Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก” Gemera ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่ครบวงจรอย่างแท้จริง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเร็วบนสนามแข่ง แต่ยังให้ความสะดวกสบายในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
นวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบาย: สิ่งที่ทำให้ Gemera แตกต่างอย่างสิ้นเชิงคือการออกแบบภายในที่รองรับผู้โดยสารผู้ใหญ่ได้ถึง 4 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระสำหรับ 4 ใบ และที่วางแก้วอีก 8 จุด รถยนต์รุ่นนี้ติดตั้งจอแสดงผลข้อมูลขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ระบบ Apple CarPlay ลำโพงถึง 11 จุด รวมถึงระบบเบาะไฟฟ้าที่รองรับสรีระได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ทุกการเดินทางเปี่ยมไปด้วยความสะดวกสบายสูงสุด
ขุมพลังแห่งอนาคต (Hybrid Power): หัวใจหลักของ Gemera คือเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มีชื่อเรียกว่า Tiny Friendly Giant (TFG) เสริมสมรรถนะด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 3 ตัว ทำให้มอบพละกำลังสูงสุดรวมถึง 1,700 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 3,500 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายในเวลาเพียง 1.9 วินาทีเท่านั้น
ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ: Gemera รองรับการขับเคลื่อนได้ 3 รูปแบบ:
Electric Mode: สามารถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 300 กม./ชม. และมีพิสัยการขับขี่สูงสุด 50 กม. เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความเงียบและไร้มลพิษ
Hybrid Mode: การขับขี่แบบผสมผสานที่ให้สมรรถนะสูง
Flex-Fuel: รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมีพิสัยการขับขี่รวมสูงถึง 950 กม.
เทคโนโลยีความปลอดภัยและสมรรถนะ: นอกเหนือจากพละกำลังอันมหาศาล Gemera ยังมาพร้อมระบบเลี้ยวล้อหลังและระบบกระจายแรงบิดเพื่อการควบคุมที่ฉับไวและมั่นใจยิ่งขึ้น ระบบความปลอดภัยประกอบ