![[ครบชุด] T0611254_คนชอบน นทา น น าตบจ ง](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/11/fb_natural_20261106_172102.jpg)
Koenigsegg เปิดตัวโชว์รูมอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ พร้อมจัดแสดงไฮเปอร์คาร์ระดับตำนาน
ในปี พ.ศ. 2569 วงการยานยนต์ซูเปอร์คาร์ในประเทศไทยได้จารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เมื่อแบรนด์ไฮเปอร์คาร์สัญชาติสวีเดนชื่อก้องโลกอย่าง Koenigsegg (เคอนิกเส็กก์) ได้จัดงานเปิดตัวโชว์รูมอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าผู้ชื่นชอบความเร็วและนวัตกรรมจากสวีเดนอย่างแท้จริง การปรากฏตัวของรถไฮเปอร์คาร์ระดับตำนาน 2 รุ่นที่มูลค่ารวมกว่า 400 ล้านบาท ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศศักดาของแบรนด์ แต่ยังตอกย้ำถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดซูเปอร์คาร์ในประเทศไทย
การเฉลิมฉลองครั้งนี้จัดขึ้นโดยบริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจาก Koenigsegg Automotive AB (เคอนิกเส็กก์ ออโตโมทีฟ เอบี) ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและผู้สนใจจากแวดวงยานยนต์ระดับชั้นนำ โดยไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัวรถไฮเปอร์คาร์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ที่สุดของที่สุด” จาก Koenigsegg ได้แก่ Koenigsegg Gemera ซึ่งเป็น Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก และ Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดเท่าที่ Koenigsegg เคยสร้างมา
เส้นทางการกำเนิดของ Koenigsegg: จากความฝันสู่ความเป็นจริง
การเดินทางของ Koenigsegg เริ่มต้นขึ้นในปี 2537 (1994) ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ของเด็กหนุ่มวัยเพียง 22 ปี ชื่อ Christian von Koenigsegg (คริสเตียน ฟอน เคอนิกเส็กก์) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Koenigsegg Automotive AB เขามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบโดยไร้ขีดจำกัด โดยหัวใจสำคัญของ Koenigsegg คือทุกองค์ประกอบต้องทำงานร่วมกันอย่างลงตัวเพื่อประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด
ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการผลิต ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ไปจนถึงการตกแต่งภายใน ทุกรายละเอียดล้วนถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยมือ ทำให้รถทุกคันเปรียบเสมือนงานศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สร้างขึ้นตามมาตรฐานสูงสุดของแบรนด์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกรายละเอียด ขณะเดียวกัน Koenigsegg ก็เป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวและจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมามากมาย จนสามารถทำลายสถิติโลกได้อย่างต่อเนื่องในรถหลากหลายรุ่น
มุมมองจากผู้ก่อตั้งและตัวแทนจำหน่าย
มร.คริสเตียน ฟอน เคอนิกเส็กก์ กล่าวแสดงความยินดีที่ได้ต้อนรับ เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย เข้าสู่ครอบครัว Koenigsegg อย่างเป็นทางการ เขาย้ำว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ และประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางสำคัญที่แบรนด์ระดับโลกต่างให้ความสนใจ ประกอบกับศักยภาพและประสบการณ์อันยาวนานของเจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย ซึ่งได้รับการบริหารโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ทำให้มร.คริสเตียน เชื่อมั่นว่า Koenigsegg จะสามารถเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ได้อย่างมั่นคงและมีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งทั้งในตลาดประเทศไทยและภูมิภาคนี้
ด้าน อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) กล่าวว่า งานเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำความเป็นมืออาชีพของบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ขณะที่ Koenigsegg เองก็ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูง เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับแต่งตั้งจาก Koenigsegg Automotive AB ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่ไม่เหมือนใครให้แก่ลูกค้าเสมือนได้ไปเยือนบ้านของ Koenigsegg ที่เมือง Ängelholm ประเทศสวีเดนด้วยตนเอง
เปิดตัวไฮเปอร์คาร์ระดับตำนาน 2 รุ่น: สัมผัสความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน
นอกจากพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ภายในงานยังได้ดื่มด่ำกับที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์หายากถึง 2 รุ่น ที่เดินทางข้ามทวีปมาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ได้แก่:
Koenigsegg Jesko Absolut: จ้าวแห่งความเร็วตลอดกาล
Koenigsegg Jesko Absolut (เคอนิกเส็กก์ เยสโก้ แอบซูลุท) ได้รับการยกย่องให้เป็นไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg และไม่มีรถคันไหนที่จะเร็วและแรงกว่านี้อีกแล้วในอนาคต ทุกส่วนประกอบของ Jesko Absolut ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานทางอากาศ (Drag Coefficient) และเพิ่มเสถียรภาพของตัวรถเมื่อใช้ความเร็วสูง
ข้อมูลทางเทคนิคและสมรรถนะ:
ค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดของอากาศ (Drag Coefficient): เพียง 0.278 ทำให้สามารถลดแรงเฉื่อยจากลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดีไซน์: ตัวถังดูเพรียวบางและดุดันยิ่งขึ้น ด้วยครีบฉลามคู่ด้านท้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-15 ทำหน้าที่รีดอากาศด้านหลังให้ไหลเวียนได้อย่างลงตัว
การออกแบบ: ช่องเก็บหลังคาถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถเปิดประทุนได้สะดวกเมื่อต้องการใช้งาน
ช่วงล่าง: ปรับแต่งให้มีความนุ่มมากขึ้น เพื่อการขับขี่ที่สนุกทั้งในสนามแข่งและถนนทั่วไป
เครื่องยนต์: เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ สร้างกำลังสูงสุดได้ถึง 1,600 แรงม้า (เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85) และลากรอบได้ถึง 8,500 รอบต่อนาที
ระบบเกียร์: ระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่พัฒนาและผลิตโดย Koenigsegg เอง เรียกว่า “Light Speed Transmission (LST)” แบบ 9 จังหวะ พร้อมระบบ “Ultimate Power On Demand (UPOD)” ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ตอบสนองได้ใกล้เคียงความเร็วแสง และมีขนาดเล็กน้ำหนักเพียง 90 กิโลกรัม
Koenigsegg Gemera: Mega-GT สี่ที่นั่งแห่งโลกอนาคต
Koenigsegg Gemera (เคอนิกเส็กก์ เกเมร่า) ได้รับการขนานนามว่าเป็น Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First Four Four) ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยพื้นที่ภายในที่สามารถรองรับผู้ใหญ่ได้ถึง 4 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่จัดเก็บกระเป๋าสัมภาระถึง 4 ใบ และมีช่องวางแก้วถึง 8 จุด
คุณสมบัติและเทคโนโลยีภายใน:
ความสะดวกสบาย: จุดชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย, ระบบ Apple CarPlay, ลำโพง 11 จุด, และระบบเบาะปรับด้วยไฟฟ้า ช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปได้อย่างลงตัว
เครื่องยนต์: หัวใจหลักคือเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ชื่อ “Tiny Friendly Giant (TFG)” ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 มอเตอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 3,500 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง: สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาที
เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่: ติดตั้งระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-wheel Steering) และระบบกระจายแรงบิด (Torque Vectoring) เพื่อมอบการควบคุมที่ฉับไวและมั่นใจยิ่งขึ้น
โหมดการขับขี่: สามารถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 300 กม./ชม. และมีพิสัยเดินทางสูงสุด 50 กม. หรือขับเคลื่อนในรูปแบบไฮบริด โดย Gemera รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมีพิสัยเดินทางไกลสุดถึง 950 กม.