![[ครบชุด] T2704033 ขอบค ณต วเองท กล าพอจะเด นออกมา เพ อเจอความร กท ไม องทน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/04/fb_natural_20260429_104024.jpg)
XPENG ท้าชนตลาด EV ไทย: เปิดกลยุทธ์ ‘รถ EV ราคา 5 แสน’ สู้ศึก BYD และ Tesla
ในปี 2024 อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวและกำลังซื้อลดลง แต่ผู้เล่นรายใหม่จากประเทศจีนก็ยังคงตบเท้าเข้ามาบุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น BYD, SAIC, MG, Great Wall Motor, NIO, Geely, Chery, DFSK, Changan และ GAC AION ซึ่งล้วนมีฐานการผลิตในประเทศไทยแล้ว
ล่าสุด การลงทุนครั้งสำคัญที่สร้างความฮือฮาคือการที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ EV ชั้นนำ 2 แบรนด์ผ่านบริษัทลูกอย่าง ARUN PLUS โดยมีการจัดตั้งบริษัท X Mobility Plus เพื่อรับผิดชอบการจัดจำหน่ายแบรนด์ XPENG โดยใช้ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท และยังมีการจัดตั้งบริษัท Ze Mobility Plus สำหรับจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ ZEEKR ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
เปิดชื่อแบรนด์รถยนต์ EV จีน ที่เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทย เริ่มเดินสายพานปี 2567-2568
GAC และ Changan แบรนด์ยักษ์ EV จีน คลื่นลูกที่ 2 ที่หันมาบุกตลาดอาเซียน และอาจโค่น BYD
เมื่ออีก 3 ปี รถยนต์ไฟฟ้า บนท้องถนนจะทะยานเป็น 100 ล้านคัน
XPENG: จากโปรแกรมเมอร์สู่เจ้าพ่อสตาร์ทอัพผู้ท้าชน Tesla
XPENG หรือที่คนไทยคุ้นหูกันในชื่อ ‘เสี่ยวเผิง’ เป็นบริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติจีนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดยมีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจจากชายที่ชื่อ He Xiaopeng ซีอีโอและประธานบริษัท ซึ่งในอดีตเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการพัฒนาเว็บเบราว์เซอร์ UC Web ในปี 2004 และขายให้กับยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba ได้ในอีก 10 ปีต่อมา ด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การก้าวขึ้นมาเป็นเศรษฐีในวัยหนุ่มทำให้ He Xiaopeng เกิดความฝันครั้งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม นั่นคือการปฏิวัติวงการยานยนต์ในประเทศจีน โดยใช้ Tesla เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ เขาให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ นอกจากรถยนต์แล้ว XPENG ยังขยายไลน์ธุรกิจไปสู่การจำหน่ายชิ้นส่วนรถ EV และพัฒนาซอฟต์แวร์ของตนเองได้สำเร็จ
กลยุทธ์ใหม่: XPENG เปิดตัวแบรนด์ ‘รถ EV ราคา 5 แสนบาท’ เจาะตลาด Mass Market
ในขณะนี้ XPENG กำลังมุ่งเป้าไปที่การแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดขนาดใหญ่ (Mass Market) ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ EV ใหม่ที่มี ราคาไม่แพง ท่ามกลางสงครามราคาที่ดุเดือดในตลาด EV จีน โดยเป้าหมายหลักคือการก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นชั้นนำที่ท้าชนกับยักษ์ใหญ่อย่าง BYD ในอุตสาหกรรมนี้ให้ได้
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา XPENG ได้ประกาศเปิดตัวแบรนด์ลูกใหม่ที่เน้นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวแบรนด์ที่มีราคาต่ำลงอย่างมากราว 50% จากผลิตภัณฑ์เดิม เพื่อรับมือกับตลาด EV ที่ชะลอตัวในจีน
สำนักข่าว Reuters ได้รายงานยืนยันว่า XPENG เตรียมเปิดตัวแบรนด์ลูกที่มุ่งเป้าไปที่รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการแข่งขันในตลาด EV จีนยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
Xiaopeng ระบุว่า บริษัทได้เตรียมพร้อมที่จะเปิดตัวแบรนด์ลูกที่เน้นทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดโดยเฉพาะ โดยมี ราคาเริ่มต้นราว 1 แสนหยวน ซึ่งแปลงเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 5 แสนบาท คอนเซปต์ของแบรนด์คือ “รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI สำหรับคนหนุ่มสาว” และตั้งราคาที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ XPENG ต้องใช้กลยุทธ์เปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บริษัทมักจะจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางค่อนบนในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2 แสนหยวนขึ้นไปนั้น เป็นเพราะสถานการณ์ตลาด EV ในจีนกำลังเข้าสู่ภาวะ “สงครามราคา” ระลอกใหม่ ซึ่งนำโดยยักษ์ใหญ่อย่าง BYD และ Tesla
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดเพื่อกระตุ้นยอดขาย จึงเกิดการลดราคาลงอย่างต่อเนื่อง และตัวเลขยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนช่วง 2 เดือนแรกของปี 2024 ได้ลดลงเหลือเพียง 18.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้แบรนด์ EV จีนต้องเร่งหาวิธีเพิ่มยอดขายและมองหาตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ
ไทยยังคงเป็นเป้าหมายหลัก: ตลาด EV จีนเดินหน้าบุก
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเป็นเป้าหมายหลักของแบรนด์ EV จีน โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในปี 2023 อยู่ที่ 76,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 695.9% จากปีก่อนหน้า หากพิจารณาจากยี่ห้อรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนใหม่ จะพบว่าเกือบทั้งหมดเป็นแบรนด์จีน ได้แก่ BYD (สัญชาติจีน) 30,467 คัน, NETA (สัญชาติจีน) 12,777 คัน, MG (สัญชาติจีน) 12,462 คัน, Tesla (สัญชาติอเมริกัน) 8,206 คัน และ GWM (Ora) (สัญชาติจีน) 6,746 คัน
คาดการณ์แนวโน้มตลาด EV ไทยในปี 2024 ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนคัน จากมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐภายใต้โครงการ EV3.0 และ EV3.5
นอกจากความต้องการซื้อในประเทศแล้ว ปัจจัยสำคัญอีกประการคือมาตรการกำหนดสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อทดแทนการนำเข้า ซึ่งอยู่ที่อัตราส่วน 1:1 ในปี 2024 (นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน ต่อการผลิตในประเทศ 1 คัน) และ 1:1.5 ในปี 2025 (นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน ต่อการผลิตในประเทศ 1.5 คัน) หากโรงงานรถยนต์ไฟฟ้าของค่ายต่างๆ สามารถผลิตได้ตามเงื่อนไขนี้ จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลกได้
อ้างอิง:
Reuters
Fortune
CNN
Autospinn
XPENG’s 500K EV Challenge: Reshaping the Thai Market from BYD and Tesla
The Thai electric vehicle (EV) market continues its upward trajectory in 2024, driven by strong government incentives and surging consumer interest. Despite economic headwinds, Chinese automakers are aggressively expanding their presence, with brands like BYD, SAIC, MG, Great Wall Motor, NIO, Geely, Chery, DFSK, Changan, and GAC AION already establishing manufacturing bases in the country.
The most significant investment in 2024 comes from the Thai state-owned energy giant, PTT, which is entering the EV sector through its subsidiary, ARUN PLUS. ARUN PLUS has established X Mobility Plus to distribute the XPENG brand, utilizing a 10 million baht registered capital. Additionally, Ze Mobility Plus has been formed to handle the distribution of the ZEEKR brand.
XPENG: From Tech Visionary to EV Challenger
XPENG, or ‘เสี่ยวเผิง’ as it is known in China, is a startup founded in