![[ครบชุด] T2704039 ความร กท ไร เส ยง เม อม เธอคนเด ยวท ได นเส ยงห วใจของเขา](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/04/fb_natural_20260429_104114.jpg)
รู้จัก ‘XPENG’ แบรนด์น้องใหม่ผู้ท้าชนตลาด EV ไทย เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะสุดล้ำในราคาดึงดูดใจ
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ภายใต้แรงกดดันด้านกำลังซื้อที่ลดลง แต่ก็ยังคงมีแบรนด์ผู้เล่นใหม่ๆ จากจีนทยอยเข้ามาบุกตลาดอย่างไม่หยุดหย่อน หลังจากที่ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น BYD, SAIC, MG, Great Wall Motor (GWM), NIO, Geely, Chery, DFSK, Changan และ GAC AION ได้เข้ามาปักหลักและสร้างฐานการผลิตในไทย พร้อมทั้งมีผลการดำเนินงานที่น่าจับตามอง
ล่าสุด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ได้ประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญผ่านบริษัทลูกอย่าง ARUN PLUS โดยการแต่งตั้งบริษัท X Mobility Plus (เอ็กซ์ โมบิลิตี้ พลัส) ขึ้นมาเป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับแบรนด์ ‘XPENG’ (เสี่ยวเผิง) โดย ปตท. ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว 100% ผ่านทางบริษัทย่อยอีกทอดหนึ่งที่ชื่อว่า Neo Mobility Asia (นีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย) นอกจากนี้ ARUN PLUS ยังได้จัดตั้งบริษัท Ze Mobility Plus (ซี โมบิลิตี้ พลัส) เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ‘ZEEKR’ (ซีเคอร์) อีกด้วย
ข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเติบโตของ EV จีน:
เปิดเผยแบรนด์รถยนต์ EV จากจีนที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย เริ่มดำเนินการสายการผลิตภายในปี 2567-2568
การรุกคืบของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ EV จีนอย่าง GAC และ Changan อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับเจ้าตลาดอย่าง BYD ในภูมิภาคอาเซียน
การประเมินการคาดการณ์ว่า ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนทั่วโลกจะพุ่งทะลุ 100 ล้านคัน
รู้จัก XPENG: แบรนด์ EV น้องใหม่จากผู้ก่อตั้งผู้มีประสบการณ์ระดับตำนาน
XPENG หรือชื่อที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ ‘เสี่ยวเผิง’ ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดย He Xiaopeng ซีอีโอและประธานบริษัทผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ผู้ก่อตั้งรายนี้มีพื้นฐานมาจากความสำเร็จอย่างล้นหลามในการเป็นโปรแกรมเมอร์ฝีมือฉกาจ เขาเป็นผู้สร้างเว็บเบราว์เซอร์ UC Web ขึ้นมาในปี 2004 และสามารถขายกิจการนี้ให้กับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Alibaba ได้ในอีก 10 ปีต่อมา ด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การก้าวขึ้นสู่การเป็นเศรษฐีในช่วงนั้น ได้จุดประกายความฝันอันยิ่งใหญ่ในชีวิตให้กับ He Xiaopeng อีกครั้ง นั่นคือการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ในจีน โดยได้รับแรงบันดาลใจสำคัญจากบริษัท Tesla ที่มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้าด้านยานยนต์ไฟฟ้า เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญสูงสุดของงานวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน ไม่ใช่เพียงแค่ออกแบบยานยนต์ที่สวยงามเท่านั้น แต่ XPENG ยังเป็นแบรนด์แรกๆ ที่สามารถผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมรถยนต์อัจฉริยะ (Smart Software) ได้อย่างเต็มรูปแบบ
ขณะนี้ XPENG กำลังพยายามขยายส่วนแบ่งการตลาดให้กว้างขวางขึ้น (Mass Market) ด้วยการเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ที่มีราคาจับต้องได้มากขึ้น ภายใต้สภาวะการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาด EV ของจีน โดยมีเป้าหมายที่จะเข้ามาเป็นผู้เล่นสำคัญรายหนึ่งในการชิงส่วนแบ่งการตลาดจาก BYD ซึ่งเป็นผู้นำเบอร์หนึ่งในปัจจุบัน
เมื่อไม่นานมานี้ XPENG ได้ประกาศเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ภายใต้ชายคาของตนเอง ที่มุ่งเน้นการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น โดยมีแนวคิดหลักของแบรนด์นี้คือ ‘รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะคันแรกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI’ สำหรับคนรุ่นใหม่ ถือเป็นการเปิดตัวแบรนด์ย่อยที่ตั้งราคาลดลงกว่าครึ่งหนึ่งของราคามาตรฐาน และเป็นการตอกย้ำความร้อนแรงของตลาด EV ในจีนที่กำลังเผชิญกับการเติบโตที่ชะลอตัว
สำนักข่าว Reuters ได้รายงานว่า XPENG เตรียมที่จะเปิดตัวแบรนด์ลูกที่เน้นจับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการแข่งขันในตลาด EV จีนยังคงเข้มข้นอย่างไม่หยุดยั้ง
Xiaopeng ได้กล่าวว่า ทางบริษัทได้เตรียมเปิดตัวแบรนด์ลูกที่เน้นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกโดยเฉพาะ ซึ่งคาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1 แสนหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 5 แสนบาท โดยมีการวางแนวคิดให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI คันแรกสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ และได้กำหนดราคาของรถยนต์แต่ละรุ่นแตกต่างกันไปตามแต่ละคุณสมบัติ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ XPENG ต้องหันมาใช้กลยุทธ์การเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก แม้ว่าปกติแล้วบริษัทจะเน้นเจาะตลาดลูกค้าระดับกลางถึงบน โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2 แสนหยวนขึ้นไป ก็เนื่องมาจากสถานการณ์การแข่งขันด้านราคารถยนต์ไฟฟ้าในตลาดจีนที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนต้องเผชิญกับการแข่งขันอย่างดุเดือดเพื่อให้ยอดขายของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นปรากฏการณ์การปรับลดราคาอยู่บ่อยครั้ง
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนล่าสุดในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2024 จะพบว่าอัตราการเติบโตลดลงเหลือเพียง 18.2% เมื่อเทียบกับปี 2023 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ ‘ชะลอตัวลง’ อย่างมาก ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนต้องเร่งหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ได้มากที่สุด และอีกกลยุทธ์หนึ่งที่แบรนด์ต่างๆ กำลังพิจารณาคือการมองหาตลาดใหม่ๆ ที่ยังมีศักยภาพในการเติบโตสูง
ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายหลักของแบรนด์ EV จีน
ในปี 2023 มีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่ในประเทศไทยอยู่ที่ 76,000 คัน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 695.9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และหากพิจารณาเฉพาะยี่ห้อรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนใหม่ จะพบว่าผู้ที่ครองตลาดเป็นแบรนด์จากจีนเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ BYD (สัญชาติจีน) จำนวน 30,467 คัน, NETA (สัญชาติจีน) จำนวน 12,777 คัน, MG (สัญชาติจีน) จำนวน 12,462 คัน, Tesla (สัญชาติอเมริกัน) จำนวน 8,206 คัน และ GWM (Ora) (สัญชาติจีน) จำนวน 6,746 คัน
อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่ในปีนี้ (2026) จะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1 แสนคัน อันเป็นผลมาจากการส่งเสริมจากมาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศของภาครัฐ ภายใต้มาตรการ EV3.0 และ EV3.5 ไม่เพียงเท่านั้น ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญอีกประการนอกเหนือจากการนำเข้า คือการกำหนดสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้า ซึ่งมีเงื่อนไขดังนี้: อัตราส่วน 1:1 ในปี 2024 (นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน จะต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ 1 คัน) และอัตราส่วน 1:1.5 ในปี 2025 (นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน จะต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ 1.5 คัน) หากโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของแต่ละชาติสามารถดำเนินการผลิตได้ตามเงื่อนไขดังกล่าว ก็จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญระดับโลกได้อย่างแท้จริง
เปิดตัวแบรนด์ ‘Peng’ (เสี่ยวเผิง) ปฏิวัติตลาด EV จีนด้วยกลยุทธ์ ‘ราคาชน’
การเคลื่อนไหวล่าสุดของ XPENG (เสี่ยวเผิง) แบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่จากจีน ที่ออกมาประกาศแผนการเปิดตัวแบรนด์ลูกในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญและสร้างแรงกระเพื่อมอย่างมากในวงการรถยนต์ไฟฟ้าของจีนและตลาดโลก XPENG ไม่ใช่แบรนด์จีนทั่วไป แต่เป็นผู้เล่นที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม