![[ครบชุด] T1708425 น องสาวร องขอไปเร ยนหน งส อ แต พ ชายไ ม เห นด วย](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/08/fb_natural_20260818_084349.jpg)
Lotus Emira: ยุคสุดท้ายของเครื่องยนต์สันดาป สู่การเปลี่ยนแปลงสู่ขุมพลังไฟฟ้า
ในโลกยานยนต์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมาถึงของรถสปอร์ตระดับตำนานอย่าง All-New Lotus Emira ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวรถใหม่ธรรมดา แต่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของแบรนด์ Lotus ที่นับถอยหลังสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ในฐานะที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี ผมได้เฝ้าติดตามการเดินหน้าของแบรนด์สัญชาติอังกฤษรายนี้อย่างใกล้ชิด การตัดสินใจเปลี่ยนผ่านสู่ยุค รถยนต์ไฟฟ้า อย่างเต็มรูปแบบ คือการตัดสินใจที่กล้าหาญและสะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตที่ชัดเจน
Lotus Emira: สัญลักษณ์แห่งยุคสุดท้าย
Lotus Emira ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น “ยานยนต์เครื่องยนต์สันดาบภายในรุ่นสุดท้าย” ของแบรนด์ ภายใต้นโยบาย Vision 80 ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์รถสปอร์ตที่สมบูรณ์แบบ ก่อนก้าวเข้าสู่โลกที่ไร้มลพิษ การออกแบบภายนอกยังคงความโดดเด่นตามสไตล์ Lotus แต่ได้รับการปรับปรุงให้ร่วมสมัยมากขึ้น ด้วยเส้นสายที่คมชัดและฝากระโปรงหน้าที่เป็นเอกลักษณ์
ภายในที่ผสมผสานความหรูหราและความสปอร์ต
ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Lotus Emira สัมผัสแรกที่รับรู้ได้คือความหรูหราที่มาพร้อมกับบรรยากาศของรถสปอร์ตอย่างแท้จริง ตำแหน่งที่นั่งผู้ขับขี่ถูกวางไปทางด้านหลัง ทำให้เกิดความรู้สึกใกล้ชิดกับตัวรถ แผงหน้าปัดแบบ wrap around โอบล้อมผู้โดยสาร สร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับเครื่องจักรชั้นยอด วัสดุที่ใช้ภายในห้องโดยสารเน้นความพรีเมียมด้วยการใช้พื้นผิว soft touch จำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงงานฝีมือชั้นเยี่ยมตามแบบฉบับอังกฤษ
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบท้ายตัดยังคงเป็นดีไซน์ที่ชื่นชอบสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ขับขี่ที่คล่องแคล่ว นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และม่านถุงลมนิรภัย ส่วนระบบ Launch Control (เป็นอุปกรณ์เสริมใน Lotus Drivers Pack) และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) ถือเป็นการเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่ทันสมัย
เทคโนโลยี Infotainment และความบันเทิง
สำหรับสายเทคโนโลยี Lotus Emira จัดเต็มด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้วบริเวณคอนโซลกลาง และจอแสดงผลสำหรับคนขับแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว เพื่อให้ข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน การเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple CarPlay เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อให้ผู้ขับเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อย่างไร้รอยต่อ และเพลิดเพลินกับระบบเสียงระดับพรีเมียม 10 ลำโพงจาก KEF แบรนด์ออดิโอไฟล์สัญชาติอังกฤษ
สำหรับนักเดินทาง การออกแบบภายในยังคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย พื้นที่เก็บของด้านหลังของเบาะนั่งมีขนาดใหญ่ถึง 208 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการใส่สัมภาระหรือสิ่งของขนาดใหญ่ ในขณะที่พื้นที่เก็บของด้านหลังเครื่องยนต์มีขนาด 151 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดมาตรฐานหรือถุงกอล์ฟได้
ตัวเลือกขุมพลัง: V6 และ i4
Lotus Emira เปิดตัวพร้อมกับทางเลือก 2 ขุมพลัง ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของรถรุ่นนี้
รุ่นแรก: V6 First Edition
รถรุ่นแรกที่วางจำหน่ายคือ ‘First Edition’ ซึ่งเป็น Limited Edition ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว ขุมพลังที่ใช้คือ เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตรซุปเปอร์ชาร์จ ที่ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า และแรงบิด 420 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 4.2 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 288 กม./ชม.
สำหรับผู้ที่หลงใหลในเสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจและกำลังที่ไม่เป็นรองใคร Lotus Emira V6 First Edition คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุด เป็นการส่งท้ายยุคแห่งเครื่องยนต์สันดาปภายในด้วยพลังที่แรงและเร้าใจ
ทางเลือกใหม่: i4 จาก AMG
ในปี 2569 นี้ Lotus ได้เปิดตัวทางเลือกขุมพลังใหม่เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษสำหรับแบรนด์ โดยเป็นเครื่องยนต์ที่ผลิตโดยพันธมิตรชั้นนำอย่าง AMG นั่นคือ เครื่องยนต์ ‘i4’ สี่สูบ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ ซึ่งให้กำลัง 360 แรงม้า
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเทคโนโลยีล่าสุดและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Lotus ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาด และการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภค
ราคาและทางเลือกสำหรับตลาดไทย
สำหรับตลาดประเทศไทย Lotus Emira มีราคาเปิดตัวที่น่าสนใจดังนี้:
Lotus Emira i4 BASE EDITION: 7,990,000 บาท
Lotus Emira i4 FIRST EDITION: 9,290,000 บาท
Lotus Emira V6 FIRST EDITION: 11,900,000 บาท
ราคาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและนวัตกรรมที่ผู้บริโภคจะได้รับจากแบรนด์ Lotus
อนาคตสดใสกับแผนธุรกิจ Vision 80
นายธีรพงศ์ รอดลอย ผู้จัดการส่วนภูมิภาค บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการรถสปอร์ต Lotus อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า จากแผนธุรกิจของแบรนด์ Lotus ในระดับโลกในอีก 5 ปีข้างหน้า (2565-2560) จะมีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในกลุ่มรถยนต์นั่งและรถสปอร์ตอย่างน้อย 5 รุ่น
เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ Lotus กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างศูนย์ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ใน เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในโมเดล 2 ประตู, 4 ประตู และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะสามารถเดินสายพานการผลิตได้เต็มกำลังในช่วงปลายปี 2567
ประเทศไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่มีความพร้อมด้านข้อตกลงทางการค้าระหว่างไทย-จีน ทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 0% ซึ่งจะทำให้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่อไปของ Lotus ในประเทศไทย สามารถตั้งราคาได้เป็นราคาเดียวกับในตลาดโลก
การลงทุนแห่งอนาคต: ศูนย์บริการบนถนนรามคำแหง
ล่าสุด บริษัทเตรียมใช้เงินลงทุนมูลค่าราว 50 ล้านบาท ในการก่อสร้างโชว์รูมแห่งแรกของ Lotus บนถนนรามคำแหง บนพื้นที่ 400 ตารางเมตร ครอบคลุมทั้งโชว์รูมและศูนย์บริการ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต การมีโมเดลรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยคาดว่าจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดจากหลักสิบคันต่อปีเป็นหลักร้อยคันต่อปี
สำหรับโมเดลที่ Lotus กำลังจะเปิดตัวในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าคือ TYPE 132 (Electric) E-Segment SUV ซึ่งมีมิติตัวรถขนาดใหญ่ความยาวกว่า 5 เมตร และมีระยะทางการวิ่งมากกว่า 500 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ด้วยระยะเวลาต่ำกว่า 3 วินาที ซึ่งเปิดตัวที่ประเทศอังกฤษในวันที่ 30 มีนาคม 2565 ช่วงเวลา 01.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
สิ่งที่ผู้บริโภคควรรู้
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ถือเป็น “Golden Opportunity” สำหรับตลาดรถยนต์ในประเทศไทย
ควรซื้อตอนนี้หรือไม่?
สำหรับผู้ที่สนใจรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปภายใน Lotus Emira คือรุ่นสุดท้ายที่จะผลิตได้ คุณอาจต้องรีบตัดสินใจก่อนที่รถจะหมดสต็อก การรอซื้อรถมือสองอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เนื่องจากเป็นรถรุ่นสุดท้ายที่ผลิต
ข้อได้เปรียบของรถยนต์ไฟฟ้า Lotus ในอนาคต
ด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษี การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของ Lotus ในอนาคต อาจมีราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง
สิ่งที่ควรระวัง
สำหรับผู้ที่ตัดสินใจซื้อ Lotus Emira ในช่วงนี้ ต้องคำนึงถึง ค่าบำรุงรักษา และ อะไหล่ ที่อาจหายากและมีราคาแพงกว่ารถยนต์ทั่วไป เนื่องจากเป็นรถยนต์ระดับพรีเมียม และ