![[ครบชุด] T0909115_อย าด ถ กคนท การแต งกาย](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260910_081942.jpg)
มิติแห่งสมรรถนะที่ไร้ขอบเขต: เจาะลึกประสบการณ์ขับขี่ Maserati ณ สนามแข่งระดับตำนาน
การแนะนำทริปพิเศษ: การต้อนรับสู่สวรรค์แห่งความเร็ว
การเดินทางครั้งนี้นำพาเราเข้าสู่โลกอันน่าอัศจรรย์ของรถยนต์สุดหรูและทรงพลังจากแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Maserati โดยมี MGC Asia (กลุ่ม Millenium) ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เป็นผู้เชิญให้เข้าร่วมประสบการณ์สุดพิเศษนี้ ณ ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ “ตรีศูล” อันโด่งดัง
คณะผู้ร่วมเดินทางประกอบไปด้วยกลุ่มสื่อมวลชนผู้ทรงอิทธิพลจำนวน 13 คน และแขกวีไอพีอีก 25 ชีวิต ที่เดินทางมารวมตัวกันยังเมืองโบโลญา (Bologna) และโมเดนา (Modena) เพื่อร่วมสำรวจรากเหง้าของแบรนด์รถยนต์หรูระดับพรีเมียมแห่งนี้ นับเป็นโอกาสอันล้ำค่าที่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย แม้แต่ผู้ที่มีกำลังทรัพย์ในการเดินทางเยือนอิตาลีด้วยตนเองก็ตาม
ประสบการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของรถยนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมองค์กร อุตสาหกรรมยานยนต์ และจิตวิญญาณแห่งความเป็นอิตาลี ที่ผสานรวมความสง่างาม ความหรูหรา และสมรรถนะอันน่าทึ่งเข้าไว้ด้วยกัน
ก้าวแรกสู่การค้นพบ: สำนักงานใหญ่และโรงงาน ณ เมืองโมเดนา
การเริ่มต้นทริป ณ สนามบินโบโลญา นำเราตรงไปยังสำนักงานใหญ่และโรงงานของ Maserati ซึ่งตั้งอยู่ที่ Viale Ciro Menotti, 322, 41100 Modena วันที่มาเยือนคือช่วงเดือนมีนาคม 2017 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริษัทกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์
พื้นที่นี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยเดิมเคยเป็นโรงงานขนาดเล็กที่มีกำลังการผลิตไม่เกิน 500 คันต่อปี แต่ได้พัฒนาขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมอันกว้างขวาง อาคารสูง 9 ชั้น พร้อมสำนักงานและโชว์รูมขนาดใหญ่ ถูกเปิดใช้งานในปี 1997 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Ferrari อดีตคู่แข่งสำคัญในอดีต ได้เข้ามาช่วยฟื้นฟูกิจการของ Maserati และก่อตั้งเป็นกลุ่ม Ferrari-Maserati Group
ในวันแห่งการเยี่ยมชม เราได้เห็นความตระการตาของรถรุ่น Maserati GranCabrio จอดอยู่บนแท่นวงแหวนยักษ์สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์ เสริมทัพด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Maserati Levante S โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้ยลโฉมรถแข่งรุ่นระดับตำนานอย่าง Maserati MC12 Corsa ปี 2006 ที่มีจำนวนเพียง 12 (+3) คันทั่วโลก เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง
MC12 Corsa คือเวอร์ชันที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการแข่งขันระดับสูงตามกฎของสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) ในรุ่น GT โดยมีการออกแบบที่น่าประทับใจโดย Frank Stephenson หัวหน้าฝ่ายแนวคิดและดีไซน์ของกลุ่ม Ferrari-Maserati ในช่วงเวลานั้น รถคันนี้มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ V12 สูบ ทำมุม 65 องศา DOHC 48 วาล์ว ปริมาตรกระบอกสูบ 5,998 ซีซี รหัส M144A พร้อมระบบอ่างน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump ที่ต่อยอดมาจากเครื่องยนต์พื้นฐานรุ่น Tipo F140 ซึ่งถูกใช้ในรถซูเปอร์คาร์ระดับตำนานอย่าง Ferrari Enzo
กำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ MC12 Corsa นั้นพุ่งสูงถึง 755 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 710 นิวตัน-เมตร (72.3 กก.-ม.) ที่ 6,000 รอบ/นาที ซึ่งถูกเปิดตัวสู่ตลาดในปี 2006 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,000,000 ยูโร แต่ด้วยความหายากและการใช้งานจริงในสนามแข่ง ทำให้ราคาขายต่อของรถคันนี้ในปัจจุบันพุ่งสูงถึง 3,000,000 ยูโร หรือประมาณ 117 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดีลเลอร์ในสหรัฐอเมริกาที่ตั้งราคารถคันนี้ (มือสอง) ไว้ในราคาสูงเช่นนี้ เนื่องจากรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้งานในสนามแข่งส่วนบุคคล หรือจัดแสดงในงานของ Maserati เท่านั้น และไม่ได้ผ่านการรับรอง (homologated) สำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไป หรือการแข่งขันรายการใดๆ ทั้งสิ้น
นอกเหนือจากการจัดแสดงเทคโนโลยีและรถยนต์ต้นแบบแล้ว ภายในบริเวณโรงงานยังประกอบด้วยร้านขายของที่ระลึก Maserati Collection Shop ซึ่งมีสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ไปจนถึงรถจำลองรุ่นต่างๆ และหนังสือขนาดใหญ่ที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ Maserati
สุนทรียศาสตร์แห่งความคลาสสิก: เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Panini
จากนั้น เราได้เดินทางไปยังฟาร์ม Hombre ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของนาย Umberto Panini เจ้าของโรงงานผลิตชีส Parmigiano Reggiano ที่มีชื่อเสียงระดับโลก นาย Panini ผู้ซึ่งหลงใหลในรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ Maserati ได้สะสมรถสปอร์ตคลาสสิกของแบรนด์ไว้ถึง 22 คัน ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปรียบเสมือนขุมทรัพย์แห่งยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์และประวัติศาสตร์อันยาวนาน
รายการรถยนต์ในคอลเลกชันของนาย Panini ประกอบด้วยรถรุ่นหายากในอดีตจำนวนมาก เช่น:
1934 Maserati 6C 34
1936 Maserati 6CM
1953 Maserati A6GCS 53 “Berlinetta”
1954 Maserati A6G 54 2000 Allemanno
1957 Maserati 250F V12 (รถที่เจ้าชายปีเตอร์เคยใช้คว้าชัยชนะในสนามแข่งระดับโลก!)
1958 Maserati 3500 GT
1958 Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO
1961 Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO
1961 Maserati TIPO 63 V12 Serenissima
1965 Maserati MISTRAL Coupe
1968 Maserati GHIBLI Coupe
1968 Maserati SIMUN Prototipo
1970 Maserati GHIBLI Spyder
1971 Maserati BORA
1974 Maserati TIPO 124 Italdesign Prototipo
1975 Maserati KHAMSIN
1980 Maserati MERAK SS Turbo Prototipo (คันสีเหลือง)
1989 Maserati QUATTROPORTE Royale (Sedan สีเทา จอดข้าง Merak)
1990 Maserati CHUBASCO Prototipo (คันสีแดงจอดบนชั้น 2)
1991 Maserati BARCHETTA Stradale Maquette
1996 Maserati GHIBLI Open Cup
2002 Maserati 3200 GT Trofeo
นอกจากนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีรถยนต์รุ่นหายากจากค่ายอื่นๆ เช่น Cadillac Limousine 355 จากสำนักวาติกัน, Mercedes Benz 300SL Gullwing, รถยนต์ Fiat, Alfa Romeo, Lancia หลายรุ่น, รถต้นแบบ และจักรยานยนต์โบราณหลากหลายยี่ห้อ รวมไปถึงจักรยานยนต์ Maserati อีกด้วย
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่รวบรวมรถยนต์หายากเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่สำคัญในการรักษาทรัพย์สมบัติเหล่านี้ให้พ้นจากการถูกนำไปประมูลในตลาดรถยนต์ด้วย เรื่องราวมีอยู่ว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม 1993 บริษัท FIAT ได้ซื้อกิจการ Maserati จากบริษัท DeTomaso ทำให้รถยนต์ในคอลเลกชันทั้งหมดถูกส่งไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ของบริษัท รวมถึงงาน Bologna Motor Show ในเดือนธันวาคม 1994
อย่างไรก็ตาม ในเดือนกรกฎาคม 1996 DeTomaso ได้ยืนยันสิทธิ์ในการเรียกคืนรถยนต์และเครื่องยนต์ในพิพิธภัณฑ์ของตนคืน Maserati มีงบประมาณเพียงพอที่จะซื้อรถยนต์บางส่วน และเครื่องยนต์อีก 15 รายการ แต่รถยนต์อีก 19 คันจำเป็นต้องถูกนำไปประมูลที่ Brook Auction House ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภายในวันที่ 2 ธันวาคม 1996
ข่าวนี้แพร่กระจายไปถึงเทศบาลเมืองโบโลญาอย่างรวดเร็ว ทางเทศบาลจึง