![[ครบชุด] T1009614_ทำงานท งป ได โบน สเป นขนม](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_133610.jpg)
MASERATI GRANCABRIO FOLGORE: มิติใหม่แห่งรถเปิดประทุนไฟฟ้าระดับลักชัวรีกับประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่า
ในตลาดรถยนต์ระดับหรูที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่เพียงแค่แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าโดยตรงเท่านั้นที่ได้รับความสนใจ แต่บรรดาแบรนด์รถยนต์ดั้งเดิมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน กำลังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ล่าสุด บริษัท มาเซราตี (Maserati) เจ้าของตำนาน “ตรีศูล” ได้เปิดตัวรถเปิดประทุนพลังไฟฟ้าล้วน (Fully Electric Convertible) รุ่นใหม่ล่าสุด ที่สร้างความฮือฮาในวงการอย่างมาก นั่นคือ MASERATI GRANCABRIO FOLGORE (มาเซราตี กรันกาบริโอ โฟลโกเร)
ที่มาของตำนาน “ตรีศูล” และวิวัฒนาการสู่ยุคไฟฟ้า
มาเซราตี เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์หรูที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1914 ที่เมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี แบรนด์นี้มีชื่อเสียงในด้านการผลิตรถยนต์ที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว สมรรถนะสูง และประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตระกูลรถยนต์เปิดประทุน (Convertible) ซึ่งบริษัทฯ ได้บุกเบิกการผลิตรถเปิดประทุนคันแรกของแบรนด์คือ MASERATI 4CS (มาเซราตี 4 ซีเอส) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1931
รถเปิดประทุนรุ่นปัจจุบันในสายการผลิตของมาเซราตี คือ ตระกูล MASERATI GRANCABRIO (มาเซราตี กรันกาบริโอ) รถยนต์สปอร์ตเปิดประทุนขนาด 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่ถูกออกแบบและพัฒนามาพร้อมกับรุ่นคูเป (Coupe) นั่นคือ MASERATI GRANTURISMO (มาเซราตี กรันตูริสโม) รถรุ่นแรกของตระกูลนี้ เริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกในปี ค.ศ. 2010 และทำตลาดต่อเนื่องจนถึงปี ค.ศ. 2019 จึงได้รับการปลดประจำการจากการผลิต ส่วนรุ่นคูเปของตระกูลนี้ เริ่มการผลิตและวางจำหน่ายตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007
การกลับมาของตำนาน และการเปิดตัวโมเดลใหม่
หลังจากการพักผ่อนในสายการผลิตไปเป็นระยะเวลาเกือบครึ่งทศวรรษ เจ้าของตราสัญลักษณ์ “ตรีศูล” ได้ตัดสินใจนำความสำเร็จในอดีตกลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถเปิดประทุนรุ่นใหม่ โดยโมเดลแรกที่ได้รับการอวดโฉมในตลาดคือ MASERATI GRANCABRIO TROFEO (มาเซราตี กรันกาบริโอ ตโรเฟโอ) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2024 ในงานเปิดตัวดังกล่าว มีรถโมเดลที่นำเสนอเพียงรุ่นเดียว คือ MASERATI GRANCABRIO TROFEO โดยรถคันนี้ มีมิติขนาดความยาว 4.966 เมตร ความกว้าง 1.957 เมตร และความสูง 1.365 เมตร ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซิน วี 6 สูบ 90 องศา ขนาดความจุ 2,992 ซีซี ให้กำลังสูงสุดถึง 399 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 542 แรงม้า โดยส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.6 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 316 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ในขณะที่ MASERATI GRANCABRIO FOLGORE (มาเซราตี กรันกาบริโอ โฟลโกเร) ซึ่งเป็นรถที่กำลังได้รับความสนใจอย่างสูง เป็นรถยนต์เปิดประทุนพลังงานไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนเมษายน ค.ศ. 2024 ซึ่งมาพร้อมกับคำประกาศที่สำคัญยิ่ง นั่นคือ นี่คือรถเปิดประทุนระดับลักชัวรีคันแรกในทวีปยุโรปที่เป็นรถพลังงานไฟฟ้า 100% และเป็นรถเปิดประทุนที่วิ่งได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าเร็วที่สุดในขณะนี้
เบื้องหลังความล้ำสมัย: เทคโนโลยีจากสนามแข่งฟอร์มูลา อี
ค่าย “ตรีศูล” ได้นำเอาประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ได้จากการแข่งขันรถพลังงานไฟฟ้า FORMULA E (ฟอร์มูลา อี) มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนารถรุ่นใหม่คันนี้ โดยตัวถังมีมิติขนาดเดียวกับรถเบนซินที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ คือ ยาว 4.966 เมตร กว้าง 1.957 เมตร และสูง 1.365 เมตร ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (All-Wheel Drive) ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดกำลัง 300 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 408 แรงม้า จำนวน 3 ชุด โดยกระจายการทำงานหนึ่งชุดที่ล้อหน้า และอีกสองชุดที่ล้อหลัง ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 1 จังหวะ และชุดแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ขนาดความจุรวม 92.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ความจุใช้งาน 83 กิโลวัตต์ชั่วโมง) ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุดถึง 560 กิโลวัตต์ หรือ 762 แรงม้า (และสามารถเพิ่มกำลังสูงสุดเป็น 610 กิโลวัตต์ หรือ 830 แรงม้า เมื่อเข้าสู่โหมดบูสต์สูงสุด) นอกจากนี้ ระบบรถยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้ถึง 4 แบบ ได้แก่ MAX RANGE, GT, SPORT และ CORSA ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย
สมรรถนะและความประหยัดตามมาตรฐานสากล
สำหรับสมรรถนะและความสามารถในการขับขี่ของ MASERATI GRANCABRIO FOLGORE นั้น อ้างอิงตามข้อมูลจากผู้ผลิตรถยนต์ พบว่า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 2.8 วินาที อัตราเร่ง 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลา 9.1 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับระบบเบรก 100-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้ระยะทางไม่ถึง 37 เมตร ในด้านอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 22.4 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร และสามารถเดินทางได้ไกลถึง 447 กิโลเมตร เมื่อชาร์จไฟเต็ม และวัดตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งถือเป็นระยะทางที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์เปิดประทุนพลังงานไฟฟ้าล้วนระดับหรู
ความสะดวกสบายและการปรับแต่ง
เช่นเดียวกับรถรุ่นเบนซิน MASERATI GRANCABRIO FOLGORE ติดตั้งหลังคาแบบผ้าใบอ่อน (Soft-Top Roof) ซึ่งสามารถเปิด-ปิดได้เพียงการกดปุ่ม และสามารถดำเนินการได้ในขณะที่รถยังวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การเปิดหลังคาใช้เวลา 14 วินาที ในขณะที่การปิดใช้เวลาเพียงเล็กน้อย คือ 16 วินาที หลังคาผ้าใบนี้ทำจากวัสดุผ้าแฟบริคคุณภาพสูง และมีตัวเลือกสีให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีฟ้า Blue Marine, สีเทา Titan Grey, สีครีมเทา Greige และสีแดง Granata ซึ่งเพิ่มความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ให้กับรถ
| คุณสมบัติ | MASERATI GRANCABRIO FOLGORE |
| :— | :— |
| ประเภทรถยนต์ | รถเปิดประทุน 2 ประตู 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน |
| ขนาดตัวถัง | ยาว 4.966 ม. กว้าง 1.957 ม. สูง 1.365 ม. |
| น้ำหนักตัวรถ | 2,340 กิโลกรัม |
| ระบบขับเคลื่อน | มอเตอร์ไฟฟ้า 300 กิโลวัตต์ จำนวน 3 ชุด (ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ) |
| กำลังขับเคลื่อนสูงสุด | 560 กิโลวัตต์ / 762 แรงม้า |
| อัตราเร่ง | 0-100 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 290 กม./ชม. |
| ราคาเริ่มต้น (อิตาลี) | 210,700 ยูโร (เทียบเท่าประมาณ 7.80 ล้านบาทไทย)