![[ครบชุด] T1009618_โดนลดตำแหน งเพราะคำโกหก](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_133704.jpg)
MASERATI GRANCABRIO FOLGORE: รถเปิดประทุนพลังไฟฟ้าความเร็วสูงระดับโลก ฉบับปี 2026
ในตลาดรถยนต์ยุคใหม่ที่ความเร็วสูง ควบคู่ไปกับความยั่งยืนกลายเป็นศูนย์กลางความสนใจ แบรนด์หรูจากอิตาลีอย่าง Maserati ได้เปิดศักราชใหม่ด้วยรถเปิดประทุนสมรรถนะสูงไร้มลพิษ ส่งตรงจากโรงงานผลิตในแคว้นเอมีลีอา-โรมัญญา สู่ตลาดโลกในฐานะผู้ท้าชิงบัลลังก์แห่งความแรงและดีไซน์
บทความนี้จะเจาะลึกรายละเอียดของ MASERATI GRANCABRIO FOLGORE (มาเซราตี กรันกาบริโอ โฟลโกเร) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่กำลังสร้างกระแสความตื่นเต้นในกลุ่มผู้ที่มองหารถยนต์เปิดประทุนระดับซูเปอร์คาร์ผสมผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับความสปอร์ตดุดัน พร้อมทั้งวิเคราะห์ถึงกลยุทธ์การตลาดและแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์โลกแห่งทศวรรษที่ 2020
ข้อมูลเบื้องต้น: เส้นทางวิวัฒนาการของความหรู
Maserati เป็นแบรนด์ที่สั่งสมตำนานแห่งความแรงและความสง่างามมานานกว่า 100 ปี โดยถือกำเนิดอย่างเป็นทางการในปี 1914 การเดินทางในตลาดรถเปิดประทุนของค่าย “ตรีศูล” เริ่มต้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงยุคคลาสสิกของวงการยนต์ โดยรถเปิดประทุนเปิดตัวรุ่นแรกคือ MASERATI 4CS ในปี 1931 ส่วนรุ่นที่ปรากฏในไลน์การผลิตปัจจุบันจนถึงช่วงกลางปี 2010s คือ MASERATI GRANCABRIO ซึ่งเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุน 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับรุ่นคูเปอย่าง MASERATI GRANTURISMO การเปิดตัวครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2010 และได้รับการปรับปรุงจนถึงปี 2019 ก่อนจะยุติสายการผลิตไป พร้อม ๆ กับคู่แฝดคูเปที่เริ่มจำหน่ายก่อนหน้านั้นในปี 2007
หลังจากการยุติสายการผลิตรุ่นเดิมไปกว่าครึ่งทศวรรษ บริษัทแม่ก็ได้ตัดสินใจกลับมาสู่สนามแห่งรถเปิดประทุนอีกครั้งในช่วงต้นปีมังกรไฟ 2024 ด้วยการเปิดตัวรถโมเดลที่สองในซีรีส์นี้ ซึ่งก็คือ MASERATI GRANCABRIO TROFEO ซึ่งมาในฐานะการรุกตลาดของแบรนด์ด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นใหม่
อย่างไรก็ตาม เทรนด์ของโลกยานยนต์กำลังมุ่งหน้าสู่ทิศทางของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) ซึ่ง Maserati เองก็เล็งเห็นความสำคัญนี้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ แบรนด์จึงได้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และนำมาใช้ในสายการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการเปิดตัว MASERATI GRANCABRIO FOLGORE ในช่วงกลางเดือนเมษายน 2024 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและกระแสความยั่งยืนในระดับสากล
การเปิดตัว: เทคโนโลยีแห่งอนาคตในดีไซน์อมตะ
MASERATI GRANCABRIO FOLGORE ถูกนำเสนออย่างเป็นทางการในฐานะรถเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้าล้วนระดับพรีเมียมรุ่นแรกในตลาดยุโรป และได้รับการยืนยันจากบริษัทผู้ผลิตว่าเป็นรถเปิดประทุน BEV ที่ทำความเร็วได้สูงที่สุดในโลกขณะนี้ถือเป็นการประกาศศักดาของค่าย “ตรีศูล” ว่าสามารถทลายข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถเปิดประทุนไฟฟ้า
การออกแบบและขนาดตัวถัง
ตัวถังของ Maserati Grancabrio Folgore มีขนาดมิติตัวถังเทียบเท่ากับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินอย่าง Maserati Grancabrio Trofeo ซึ่งได้รับการเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ โดยมีขนาดความยาว 4,966 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,957 มิลลิเมตร และความสูง 1,365 มิลลิเมตร เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับความรู้สึกสปอร์ตปราดเปรียวสูงสุด ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงรักษาความหรูหราและสมดุลทางด้านการออกแบบไว้อย่างครบถ้วน ตัวรถมีน้ำหนักรวมประมาณ 2,340 กิโลกรัม ซึ่งถือว่ามีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับรุ่นเครื่องยนต์สันดาป เนื่องจากต้องมีการแบกรับแบตเตอรี่ที่มีน้ำหนักมาก
ระบบขับเคลื่อนและขุมพลัง
หัวใจหลักของ Maserati Grancabrio Folgore คือระบบขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive (AWD) ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงถึง 3 ตัว ประกอบด้วยมอเตอร์กำลัง 300 กิโลวัตต์/408 แรงม้า จำนวน 1 ชุด ติดตั้งที่ด้านหน้า และอีก 2 ชุดติดตั้งที่ด้านหลัง ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติแบบ 1 จังหวะ เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกได้ถึงอัตราเร่งที่ต่อเนื่องและทันใจ
ระบบจ่ายพลังงานใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion) ซึ่งมีความจุพลังงานรวมสูงถึง 92.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) โดยมีค่าความจุใช้งานจริงที่ 83 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ขุมพลังที่สามารถสร้างได้สูงถึง 560 กิโลวัตต์ หรือ 762 แรงม้า (หรือสูงสุดถึง 610 กิโลวัตต์/830 แรงม้า เมื่อเปิดใช้งานโหมดบูสต์) ซึ่งตัวเลขนี้ทำให้รถคันนี้เป็นรถเปิดประทุนไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่มีแรงม้าสูงที่สุดในตลาดเวลานั้น
ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับได้ถึง 4 รูปแบบตามความต้องการในการใช้งาน ได้แก่ MAX RANGE สำหรับโหมดขับเคลื่อนประหยัดพลังงาน, GT สำหรับโหมดขับเคลื่อนทั่วไปที่เน้นความสบายในการเดินทาง, SPORT สำหรับโหมดขับเคลื่อนสปอร์ตที่ตอบสนองไวขึ้น, และ CORSA ซึ่งเป็นโหมดการขับขี่แบบในสนามแข่งที่ให้สมรรถนะเต็มพิกัด
สมรรถนะและระยะทางวิ่ง
เมื่อพิจารณาจากสมรรถนะตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. สามารถทำได้ภายใน 2.8 วินาที ส่วนการเร่งความเร็วจาก 0-200 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 9.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับระบบเบรกการชะลอความเร็วจาก 100-0 กม./ชม. ใช้ระยะทางไม่ถึง 37 เมตร
ในด้านอัตราการใช้พลังงาน อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 22.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร และสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 447 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐานการวัดค่าการสิ้นเปลืองพลังงานของระบบ WLTP (Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Procedure)
ระบบเปิดประทุน: การผสมผสานความหรูและกลไกที่ซับซ้อน
เช่นเดียวกับ Maserati Grancabrio Trofeo รถพลังงานไฟฟ้า Maserati Grancabrio Folgore ติดตั้งระบบเปิดประทุนหลังคาแบบอ่อนที่สามารถควบคุมได้ด้วยปุ่มเพียงครั้งเดียว ผู้ขับขี่สามารถสั่งงานเปิดหรือปิดหลังคาได้ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ โดยจะอนุญาตให้ใช้งานได้ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การเปิดประทุนใช้เวลานานประมาณ 14 วินาที ในขณะที่กระบวนการปิดใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อยคือ 16 วินาที โดยทั้งสองระบบใช้เวลาน้อยกว่า 20 วินาที
หลังคาแบบ Soft Top ของ Maserati Grancabrio Folgore ทำจากผ้าฝ้ายคุณภาพสูง และสามารถเลือกสีได้ถึง 5 สีหลัก ได้แก่ สีดำ (Black) สำหรับความคลาสสิก, สีฟ้า (BLUE MARINE) สำหรับความสดใส, สีเทา (TITAN GREY) สำหรับความเรียบหรู, สีเทาอมเบจ (GREIGE) สำหรับความทันสมัย และสีแดง (GRANATA) สำหรับความดุดันสไตล์อิตาลี
ประทุนหลังคาแบบอ่อน: เสน่ห์แห่งรถสปอร์ตเปิดประทุนคลาสสิก
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเอกลักษณ์ของรถเปิดประทุนสไตล์ Gran Turismo แท้ ๆ นั้น การเลือกใช้ประทุนหลังคาแบบอ่อนของ Maserati Grancabrio Folgore เป็นการตอบโจทย์อย่างตรงจุด การที่ตัวรถยังคงไว้ซึ่งดีไซน์แบบ Soft Top ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ว่าถึงแม้จะเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า แต่ความ