![[ครบชุด] T1009646_น องบ งค บพ สต ไม ด เซ นขายบร ษ ท](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_134316.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore 2026: สปอร์ตไฟฟ้าสุดหรูแห่งอนาคตกับการขับเคลื่อนที่เร้าใจอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ในยุคที่วงการยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งไฟฟ้าอย่างเต็มตัว แบรนด์ซูเปอร์คาร์ระดับตำนานจากอิตาลีอย่าง Maserati ได้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัว Maserati GranCabrio Folgore รถสปอร์ตเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้า 100% ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มรุ่นรถใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองก้าวสำคัญของแบรนด์สู่ศตวรรษใหม่แห่งยานยนต์ที่ไร้มลพิษควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือระดับในทุกมิติ
งานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในชื่อ “Folgore Day” (โฟลกอเรเดย์) จัดขึ้นที่ประเทศอิตาลี เพื่อฉลองวาระครบรอบ 110 ปีของ Maserati และประกาศความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบอย่างแท้จริง ในงานนี้นอกจากการเปิดตัว Maserati GranCabrio Folgore แล้ว ยังมีการนำเสนอไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าตระกูล Folgore รุ่นอื่น ๆ เช่น GranTurismo Folgore และ Grecale Folgore ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนของการผสานรวมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับงานฝีมือสไตล์อิตาเลียนอันประณีต
⚡ Maserati GranCabrio Folgore: ดีไซน์ที่ไร้ที่ติกับสมรรถนะที่เหนือความคาดหมาย
Maserati GranCabrio Folgore คือนิยามใหม่ของรถสปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับความโดดเด่นทางด้านการออกแบบที่งดงามสง่าตามแบบฉบับของ Maserati ผสานเข้ากับเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (Tri-motor) ที่มอบพละกำลังอันมหาศาลและอัตราเร่งที่เร้าใจในทุกย่านความเร็ว
ข้อมูลจำเพาะด้านเทคนิคที่น่าทึ่ง
| รายการ | รายละเอียด |
| :— | :— |
| ขนาดแบตเตอรี่ | 92.5 kWh (ใช้งานได้จริง 83 kWh) |
| ระยะทางการวิ่งสูงสุด (WLTP) | 451 กม./การชาร์จหนึ่งครั้ง |
| ระบบขับเคลื่อน | ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) |
| พละกำลังสูงสุด | 761 แรงม้า |
| แรงบิดสูงสุด | 1,350 นิวตันเมตร |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 2.8 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 290 กม./ชม. |
| สถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ | 800V |
| การชาร์จ AC สูงสุด | 22 kW |
| การชาร์จ DC สูงสุด | 270 kW |
| การชาร์จ 20-80% | 18 นาที |
Maserati GranCabrio Folgore ได้รับการออกแบบโดยใช้พื้นฐานเทคโนโลยีเดียวกับ GranTurismo Folgore ซึ่งเป็นสปอร์ตคูเป้ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ที่มาพร้อมกับมอเตอร์ 3 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 761 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 1,350 นิวตันเมตร แม้ว่าน้ำหนักตัวรถจะเพิ่มขึ้นประมาณ 80 กิโลกรัม เนื่องจากเพิ่มชุดหลังคาผ้าใบแบบพับได้เข้ามา แต่ด้วยการวางตำแหน่งแบตเตอรี่แบบ T-Bone ขนาด 83 kWh ทำให้ยังคงสามารถทำระยะทางการวิ่งสูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ได้ถึง 451 กม./การชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งถือเป็นระยะทางที่น่าประทับใจสำหรับรถสปอร์ตสมรรถนะสูง
แม้ว่าก่อนหน้านี้ทาง Stellantis ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศสที่อยู่ภายใต้แบรนด์ Maserati จะเคยกล่าวอ้างว่าอาจจะให้พละกำลังสูงสุดถึง 1,200 แรงม้า แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านความสามารถในการปล่อยกำลังสูงสุด จึงได้มีการปรับลดลงมา เพื่อให้ได้สมดุลระหว่างสมรรถนะ, ระยะทางการวิ่ง และความทนทานของระบบขับเคลื่อน
ประสิทธิภาพที่เร้าใจสไตล์ Maserati
ด้วยขุมพลังระดับท็อป Maserati GranCabrio Folgore จึงสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.8 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม. ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อทำให้รถเกาะถนนได้ดีเยี่ยม รองรับการชาร์จไวด้วยเทคโนโลยี 800V ทำให้สามารถชาร์จไฟ DC ได้สูงสุดถึง 270 kW ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่สามารถชาร์จไฟจาก 20% ไปยัง 80% ได้ภายในเวลาอันสั้นเพียง 18 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีการชาร์จแบบ DC ระยะสั้น ที่สามารถเติมพลังงานให้รถวิ่งได้ถึง 100 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาปฏิวัติประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้สะดวกสบายและไร้ข้อจำกัดเรื่องระยะทาง
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่น่าจับตามองในตระกูล Folgore คือการนำเสนอ ระบบจำลองเสียง (Sound Simulator) ที่ล้ำสมัย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากระบบของ Abarth 500 โดยทาง Maserati ได้ระบุว่าเสียงทั้งภายในห้องโดยสารและภายนอกรถยนต์จะมีคุณภาพสูง และให้ความรู้สึกที่ดุดันเร้าใจได้อย่างเหลือเชื่อ ซึ่งเป็นการเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่รถสปอร์ตไฟฟ้าให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
การออกแบบภายในที่ตอบโจทย์ทุกความหรูหรา
ภายใน Maserati GranCabrio Folgore ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับผู้โดยสาร 4 คนเช่นเดียวกับรถยนต์ GranCabrio รุ่นปกติ พร้อมด้วยอุปกรณ์และฟังก์ชันการใช้งานภายในที่ครบครันตามมาตรฐานของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอระบบอินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว ระบบทำความร้อนบริเวณต้นคอ (Neck Warmer) ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐาน และระบบเสียงชั้นเลิศจาก Sonus faber ที่ให้คุณภาพเสียงระดับสตูดิโอในทุกการเดินทาง
นอกจากนี้ ทาง Maserati ยังเน้นย้ำว่าภายในของรถยนต์รุ่น Folgore สามารถปรับแต่งได้อย่างหลากหลาย ด้วยการเลือกใช้สีและวัสดุที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง Econyl ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ผลิตจากขยะพลาสติกและอวนจับปลาที่ใช้แล้วในมหาสมุทร การเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับวงการยานยนต์
📜 ประวัติศาสตร์และการเดินทางสู่ยุคไฟฟ้าของ Maserati
การจัดงาน “Folgore Day” ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 110 ปีของ Maserati แล้ว ยังถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการเดินทางของแบรนด์ที่เริ่มต้นตั้งแต่การก่อตั้งในเมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี ในปี 1914 ซึ่งดำเนินงานภายใต้บริษัท Modena โดยในเครือของ Stellantis
ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน แบรนด์ “Trident” หรือโลโก้ตรีศูลอันโด่งดังของ Maserati ได้ประกาศคำมั่นสัญญาอย่างเป็นทางการว่าจะก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ หรือ BEV (Battery Electric Vehicle) พร้อมทั้งวางแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดให้ครบถ้วนภายในปี 2028
ที่ผ่านมาเราได้เห็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอย่าง GranTurismo Folgore ตามมาด้วยรถยนต์ไฟฟ้า SUV อย่าง Grecale Folgore ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด และล่าสุดนี้ ก็ถึงคิวของรถยนต์ไฟฟ้าเปิดประทุนอย่าง GranCabrio ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้เคยเห็นรถต้นแบบที่กำลังทดสอบพรางตัว จนกระทั่งมีการเปิดตัวรุ่นจริงอย่างเป็นทางการในงานนี้ นอกจากนี้ ยังมีแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ในไลน์อัพ Folgore ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล Quattroporte อีกด้วย
💡 สิ่งที่ผู้บริโภคควรรู้เกี่ยวกับ Maserati GranCabrio Folgore
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์สปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้า หรือกำลังสนใจในเทคโนโลยี รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง