![[ครบชุด] T1009648_ด ลล บ 1 ล าน ทำไมบอสส งฉ นไปฝ งค แข ง](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_134342.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore: เปิดตำนานแห่งความหรูหราที่มาบรรจบกับอนาคตแห่งขุมพลังไฟฟ้า 100% ในปี 2026
ผู้เขียน: ชัยสิทธิ์ กาญจนวัฒนากิจ (ผู้เชี่ยวชาญยานยนต์หรูและเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า พร้อมประสบการณ์ในตลาดมากว่า 10 ปี)
วันที่เผยแพร่: 14 พฤษภาคม 2026
ในโลกของยานยนต์หรูที่กำลังก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์แบรนด์ “ม้าผยอง” จากเมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ยุคแห่งความยั่งยืนด้วยการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีแห่งการก่อตั้ง พร้อมเปิดศักราชใหม่แห่งพลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นทางการในงาน “Folgore Day” ที่จัดขึ้น ณ ประเทศอิตาลี เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา การเปิดตัว Maserati GranCabrio Folgore นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ที่ไม่เพียงต้องการก้าวสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (BEV) 100% แต่ยังต้องการนิยามใหม่ของความหรูหราที่ผสานรวมเข้ากับสมรรถนะที่เหนือกว่าได้อย่างลงตัว
Folgore Day: การเฉลิมฉลองการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์
งาน Folgore Day ไม่ได้เป็นเพียงงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการรวมตัวของเหล่าสาวกแบรนด์ Maserati และผู้ที่ติดตามเทรนด์โลกยานยนต์ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการบรรจบกันระหว่างรากฐานอันแข็งแกร่งแห่งนวัตกรรมและความสง่างามแบบอิตาเลียน กับพลังแห่งอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในงานได้มีการจัดแสดงไลน์อัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้าตระกูล Folgore ทั้งหมด ซึ่งรวมถึง GranTurismo Folgore และ Grecale Folgore SUV ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Maserati GranCabrio Folgore รถสปอร์ตเปิดประทุนที่มาพร้อมกับขุมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก
Davide Grasso ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Maserati ได้กล่าวไว้ในงานว่า “ในฐานะแบรนด์หรู เราเชื่อว่าลูกค้าต้องมีทางเลือกอย่างน้อยจนถึงปี 2028 เนื่องจากตลาดต่าง ๆ กำลังโอบรับรถยนต์ไฟฟ้าในอัตราที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งในเรื่องของวัฒนธรรม, กฎหมาย, เงินอุดหนุน, และโครงสร้างพื้นฐาน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในสภาวะตลาดปัจจุบัน ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างเทคโนโลยีแห่งอนาคตและความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
เส้นทางสู่ขุมพลังไฟฟ้า: กลยุทธ์สู่การเป็น “แบรนด์แห่งความเร้าใจในรูปแบบใหม่”
ในเดือนมีนาคม ปี 2024 Maserati ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า แบรนด์ได้เริ่มวางแผนและเตรียมความพร้อมที่จะผลักดันเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) สู่ตลาดอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตและจำหน่ายรถยนต์ในตระกูล Folgore ให้ครบทุกรุ่นภายในปี 2028 ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของแบรนด์ที่คร่ำหวอดในตลาดมาอย่างยาวนาน
ก่อนหน้านี้ เราได้เห็นการเปิดตัว GranTurismo Folgore ซึ่งเป็นรถสปอร์ตเรือธงพลังงานไฟฟ้า ต่อด้วยรถยนต์ SUV อย่าง Grecale Folgore และล่าสุดกับการมาถึงของ Maserati GranCabrio Folgore ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการรถยนต์เปิดประทุนหรูอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอีกหลายรุ่นภายใต้ชื่อ Folgore ซึ่งรวมถึงรถยนต์สปอร์ตเปิดประทุนรุ่น GranCabrio และรถยนต์ซีดานระดับหรูอย่าง Quattroporte เวอร์ชันไฟฟ้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา
งาน Folgore Day จึงเป็นมากกว่าการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปี แต่เป็นการฉลองก้าวแรกสู่ยุคใหม่แห่งความยั่งยืนภายใต้แคมเปญ “It Turns You On” ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและน่าจดจำผ่านเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า
เจาะลึกสเปค: พลังมหึมาที่ซ่อนอยู่ในร่างเปิดประทุน
Maserati GranCabrio Folgore มาพร้อมกับขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบสมรรถนะเหนือชั้นในทุกการขับขี่ ด้วยการใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แบบ Tri-motor ที่เหมือนกันกับในรุ่น GranTurismo Folgore ทำให้รถคันนี้สามารถส่งกำลังได้อย่างเต็มเปี่ยมไปยังล้อทั้งสี่ (AWD)
สเปคทางเทคนิคของ Maserati GranCabrio Folgore (2026)
| รายการ | ข้อมูลทางเทคนิค |
| :— | :— |
| ขนาดแบตเตอรี่ | 92.5 kWh (ใช้จริงได้ 83 kWh) |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด | 451 กม./ชาร์จ (WLTP) |
| จำนวนมอเตอร์ | 3 ตัว (Tri-motor) |
| ระบบขับเคลื่อน | AWD |
| พละกำลังสูงสุด | 761 แรงม้า |
| แรงบิดสูงสุด | 1,350 นิวตันเมตร |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 2.8 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 290 กม./ชม. |
| สถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ | 800V |
| รองรับการชาร์จ AC สูงสุด | 22 kW |
| รองรับการชาร์จ DC สูงสุด | 270 kW |
| เวลาชาร์จจาก 20-80% | 18 นาที |
ถึงแม้ว่าตัวรถจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากรุ่นมาตรฐานประมาณ 80 กิโลกรัม เนื่องจากหลังคาผ้าที่เพิ่มเข้ามา แต่ด้วยการออกแบบที่ชาญฉลาด ทำให้รถคันนี้ยังคงรักษาประสิทธิภาพสูงสุดไว้ได้อย่างครบถ้วนจับคู่กับแบตเตอรี่ความจุ 83 kWh (แบบ T-Bone) ทำให้ Maserati GranCabrio Folgore สามารถทำระยะทางวิ่งสูงสุดได้ถึง 451 กม./ชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTP
ในด้านสมรรถนะ แม้ว่าทาง Stellantis จะเคยกล่าวไว้ว่าจะให้กำลังม้าสูงสุดถึง 1,200 ตัว แต่ด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคในเรื่องการควบคุมพลังงาน ทำให้ Maserati GranCabrio Folgore สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม. ขับเคลื่อนสี่ล้อ รองรับการชาร์จไว 270kW โดยใช้เวลาเพียง 5 นาที วิ่งได้ถึง 100 กม. และเคลมหากชาร์จจาก 20-80% จะใช้เวลาเพียง 18 นาทีเท่านั้น
นวัตกรรมเสียงและเทคโนโลยี: หัวใจสำคัญของ “ความเร้าใจ” ในยุคไฟฟ้า
หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจที่สุดของ Maserati GranCabrio Folgore คือระบบกำเนิดเสียงจำลองที่มีศักยภาพ ซึ่งคล้ายกับที่เคยใช้ในรุ่น Abarth 500 โดย Maserati ได้กล่าวว่าเสียงทั้งภายในและภายนอกจะมีเสียงที่เหมือนกันและดุดันได้อย่างเร้าใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์สปอร์ตจากอิตาลี
ภายในห้องโดยสารของ Maserati GranCabrio Folgore ยังคงได้รับการออกแบบให้มีเลย์เอาต์สำหรับผู้โดยสาร 4 คน เหมือนกับรุ่นมาตรฐาน พร้อมด้วยอุปกรณ์และคุณสมบัติภายในที่หรูหราและทันสมัย ประกอบด้วยจอระบบความบันเทิงขนาด 12.3 นิ้ว ระบบอุ่นคอที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน และระบบเสียง Sonus faber คุณภาพสูง
Maserati ยังเน้นย้ำว่าการตกแต่งภายในของรถในตระกูล Folgore สามารถปรับแต่งได้อย่างหลากหลายด้วยสีและวัสดุต่าง ๆ โดยเจ้าของสามารถเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ทำจาก Econyl ซึ่งเป็นวัสดุ “ไนลอนที่สร้างจากอวนจับปลาและพรมรีไซเคิล” ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจในความยั่งยืนอย่างแท้จริง
ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ: ความได้เปรียบในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์หรูและการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า ผมมองว่า Maserati GranCabrio Folgore เป็นก้าวที่สำคัญและน่าติดตามอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ Tridents (โลโก้ตรีศูล) การที่ Maserati สามารถรวมเอาดีไซน์อันสง่างามของรถสปอร์ตเปิดประทุนเข้ากับสมรรถนะที่เหนือชั้นของระบบไฟฟ้า 100% ทำให้รถคันนี้ไม่เพียงแต่เป็นคู่แข่งโดยตรงกับรถยนต์ไฟฟ้าห