![[ครบชุด] T0210375_อย าด อยค า คนใส เส อตลาดน ด](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261004_231248.jpg)
Aston Martin DBX S 2026 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ราคาเริ่มต้น 6.25 พันล้านดอง: อัพเกรดครั้งสำคัญจาก DBX707
Overview: การปฏิวัติของ SUV หรูในตลาดเอเชีย
Aston Martin DBX S 2026 ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยชูจุดเด่นด้านสมรรถนะอันทรงพลังและความหรูหราขั้นสูง แม้จะใช้ชื่อ “S” แทนที่ตัวเลข “707” ที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นสูงสุด แต่ DBX S ใหม่กลับมาพร้อมกับการปรับปรุงครั้งสำคัญที่ทำให้มันโดดเด่นกว่า DBX707 เดิมอย่างชัดเจน จากรายงานล่าสุด พบว่าราคาเริ่มต้นของ Aston Martin DBX S รุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 6.25 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 9.68 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงการยกระดับเทคโนโลยีและความหรูหรา
ต้นกำเนิดของความแรง: จากแรงกระตุ้นของตลาด
ในช่วงปลายปี 2023 Aston Martin ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับการเปิดตัว DBX707 ซึ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในรถ SUV หรูที่ทรงพลังที่สุดในโลก ความนิยมอย่างท่วมท้นของรุ่นนี้ส่งผลให้ DBX รุ่นมาตรฐานเกือบจะถูกถอดออกจากไลน์การผลิต เนื่องจากลูกค้ากว่า 90% เลือกจ่ายเงินเพื่อครอบครอง DBX707 อย่างไรก็ตาม ความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และความต้องการส่วนบุคคลของลูกค้าผู้มีอำนาจตัดสินใจ (High-Net-Worth Individuals) ที่ต้องการความแตกต่างที่เหนือกว่า ได้ผลักดันให้ Aston Martin ต้องพัฒนาต่อยอด
ในปี 2026 นี้ การปรากฏตัวของ DBX S จึงเป็นเหมือนการตอบสนองต่อความท้าทายดังกล่าว โดยการอัพเกรดครั้งใหญ่นี้ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มกำลัง แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่โดยรวม ไม่ว่าจะเป็นแรงม้าที่เพิ่มขึ้น หรือเทคโนโลยีจากซูเปอร์คาร์ระดับโลกอย่าง Valhalla ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้
สมรรถนะเหนือขีดจำกัด: เครื่องยนต์ V8 แรงม้าทะลุ 700 ตัว
ภายใต้ฝากระโปรงของ Aston Martin DBX S 2026 ยังคงติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร อันเป็นหัวใจสำคัญ แต่สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงคือการปรับจูนทางวิศวกรรมครั้งใหม่ ขุมพลังของ DBX S ขยับขึ้นมาที่ 717 แรงม้า ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก DBX707 ถึง 20 แรงม้า แม้ว่าแรงบิดจะยังคงอยู่ที่ 899 นิวตันเมตร แต่การเพิ่มขึ้นของกำลังขับเคลื่อนทำให้ DBX S สามารถทำอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.3 วินาที และมีอัตราเร่ง 0–100 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 160 กม./ชม.) ในเวลาเพียง 7.8 วินาที
ตามรายงานจาก Aston Martin การเพิ่มกำลังแรงม้าเพียงเล็กน้อยนี้กลับส่งผลให้ความรู้สึกในการขับขี่เปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงรอบเครื่องยนต์สูง การเร่งแซงให้ความรู้สึกที่ดุดันและตอบสนองได้รวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกเหนือจากสมรรถนะแล้ว DBX S ยังได้รับการออกแบบให้มีเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 ที่น่าเกรงขามยิ่งขึ้น ผ่านการผสานรวมกับระบบท่อไอเสียแบบสี่ท่อ (Quad Exhaust) แบบใหม่ Aston Martin อ้างว่าระบบท่อไอเสียนี้จะช่วยเสริมบุคลิกของเสียงคำรามอันเป็นธรรมชาติของเครื่องยนต์ V8 ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่ชื่นชอบ “Horsepower” และเสียงเครื่องยนต์ที่สมจริง
เทคโนโลยีจาก Valhalla: ถ่ายทอดสู่รถ SUV สมรรถนะสูง
หนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าจับตามองที่สุดที่ถูกถ่ายทอดมาจากซูเปอร์คาร์ Valhalla คือการใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบใหม่ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและเบากว่าเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบเดิม (Traditional Turbochargers) การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักของตัวรถ แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเทอร์โบ ทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้เร็วขึ้น และมีอาการเทอร์โบแล็ก (Turbo Lag) น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ การผสานเทคโนโลยีจากซูเปอร์คาร์สู่รถ SUV หรูนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ Aston Martin ในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่ไม่เพียงแค่หรูหรา แต่ต้องให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจไม่แพ้รถสปอร์ต
การควบคุมและการตอบสนอง: ความแม่นยำที่เหนือกว่า
แม้ว่ากำลังเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นจะดึงดูดใจ แต่นักขับหลายคนให้ความสำคัญกับ “การควบคุม” (Handling) เป็นอันดับแรก DBX S 2026 ได้รับการปรับปรุงระบบเกียร์คลัตช์เปียก 9 สปีดให้ดียิ่งขึ้น เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบดั้งเดิม (Traditional 4WD System) ยังคงถูกนำมาใช้ โดยสามารถส่งแรงบิดได้ 100% ไปยังล้อหลัง และสูงสุด 50% ไปยังล้อหน้า ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมในทุกสภาพถนน นอกจากนี้ DBX S ได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักเบากว่า DBX707 แม้ว่าคุณสมบัติที่ช่วยลดน้ำหนักได้มากที่สุดจะเป็นอุปกรณ์เสริมก็ตาม
ตัวอย่างกรณีศึกษา: ลูกค้าชาวไทยรายหนึ่งที่เคยครอบครอง DBX707 ได้กล่าวถึงประสบการณ์การขับขี่ DBX S ว่า “ในช่วงแรกผมไม่คิดว่าจะรู้สึกถึงความแตกต่างมากนัก แต่หลังจากได้ทดลองขับจริง ผมต้องยอมรับว่ารู้สึกได้ถึงความ ‘คล่องตัว’ ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แม้จะไม่มีตัวเลขที่แตกต่างกันมาก แต่ในเชิงความรู้สึก การควบคุมมันแม่นยำกว่าเดิมจริง ๆ”
นวัตกรรมลดน้ำหนัก: โอกาสในการประหยัดพลังงานและเพิ่มสมรรถนะ
การออกแบบที่มุ่งเน้นการลดน้ำหนักเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของ Aston Martin DBX S 2026 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาการลงทุนในรถยนต์ที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว (Long-term Value) แม้ว่าน้ำหนักรวมของตัวรถจะยังคงอยู่ที่ 2,222 กิโลกรัม แต่ทางผู้ผลิตได้เสนอตัวเลือกที่ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีนัยสำคัญ:
หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber Roof): การเลือกหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์สามารถลดน้ำหนักของตัวถังลงได้ถึง 18.14 กิโลกรัม (ประมาณ 40 ปอนด์) ซึ่งนอกจากจะช่วยในด้านสมรรถนะแล้ว ยังช่วยเสริมความโดดเด่นด้านดีไซน์และเพิ่มมูลค่าของรถยนต์อีกด้วย
ล้ออัลลอยแมกนีเซียม (Magnesium Alloy Wheels): เป็นครั้งแรกในรถ SUV ของ Aston Martin ที่มีการนำล้ออัลลอยแมกนีเซียมมาใช้ ล้อขนาด 23 นิ้วนี้ช่วยลดน้ำหนักลงได้อีก 19 กิโลกรัม (ประมาณ 42 ปอนด์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด
การลดน้ำหนักของตัวรถยนต์ไม่เพียงแต่ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะและความคล่องตัว แต่ยังส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (Fuel Consumption) และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา (Maintenance Costs) ในระยะยาวอีกด้วย
ระบบช่วงล่างและการบังคับเลี้ยว: การยกระดับครั้งใหญ่
ระบบช่วงล่างของ Aston Martin DBX S นั้นเหมือนกับของ DBX707 ทุกประการ อย่างไรก็ตาม Aston Martin ระบุว่า DBX S ได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงระบบช่วงล่างทั้งหมดที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงการปรับแต่งใหม่สำหรับสปริงลมและโช้คอัพอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Dampers) การปรับปรุงเหล่านี้ส่งผลให้ DBX S มีความสามารถในการควบคุมอาการโยกเยก (Body Roll) ที่ดีเยี่ยม แม้ในการเข้าโค้งที่รวดเร็ว
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดอยู่ที่ระบบบังคับเลี้ยว (Steering) ที่ได้รับการตอบสนองที่รวดเร็วขึ้นถึง 4% พร้อมทั้งลดรัศมีวงเลี้ยวลงประมาณ 0.46 เมตร (18 นิ้ว) การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ DBX S รู้สึกคล่องตัวและคล่องแคล่วกว่า DBX707 อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในการขับขี่ในเมืองและการจอดรถ
การออกแบบและสไตล์: ความแตกต่างที่มองเห็นได้
แม้ว่า DBX S จะมีพื้นฐานมาจาก DBX707 แต่ก็มีการออกแบบที่โดดเด่นและแตกต่างอย่างชัดเจน:
กระจังหน้า: กระจังหน้าสีดำเป็นจุดเด่นที่ทำให้ DBX S แตกต่างจากรุ่น