
Maxim ประเทศไทย เร่งรับมือวิกฤตน้ำมันพุ่ง ดันแรงคนขับ EV สร้างโอกาสรายได้ยั่งยืน 2026
วันที่: 28 เมษายน 2569
วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่กดดันภาคขนส่งไทยกำลังทำให้ ไรเดอร์ และคนขับ รถยนต์ไฟฟ้า ต่างเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านรายได้อย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ในฐานะกรรมการผู้จัดการของ Maxim ประเทศไทย ผมขอยืนยันว่าเราไม่ปล่อยให้คนขับต้องเผชิญความยากลำบากตามลำพัง ในปี 2569 นี้ เราได้ใช้กลยุทธ์หลากหลายเพื่อพยุงรายได้และสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน แม้ตลาดจะผันผวนขนาดไหน การดำเนินธุรกิจต้องเน้นความถูกต้องทางบัญชีและความยั่งยืน
วิกฤตน้ำมันกดดันรายได้คนขับ: ตัวเลขที่น่าตกใจ
ตั้งแต่ไทยยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงผิดปกติ ราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นกว่า 40% และน้ำมันดีเซลพุ่งสูงถึง 50% ในระยะเวลาอันสั้น การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างแรงกระแทกโดยตรงต่อคนขับทุกคนที่มีรายได้แปรผันตามระยะทางที่ให้บริการจริง
ผมขอยกตัวอย่างหนึ่งเคสที่น่าสนใจ เคสนี้คือคุณสมชาย คนขับรถยนต์สันดาปที่ให้บริการในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน ก่อนวิกฤต เขาทำงานเฉลี่ย 10 ชั่วโมงต่อวัน สามารถทำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 1,200-1,500 บาทต่อวัน แต่ทันทีที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อกะสูงขึ้นราว 200-250 บาทต่อวัน หากยังให้บริการในราคาเดิม กำไรต่อกะจะหดหายลงเหลือเพียง 700-800 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัว
ผมทราบดีว่าตลาดหุ้นมีการผันผวน แต่ต้นทุนการดำเนินงานจริงของคนขับรถยนต์น้ำมันมันพุ่งสูงขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขในตลาด หากคนขับต้องใช้เงินตัวเองซื้อน้ำมันแพงขึ้นเท่าตัว พวกเขาก็จะอยู่ไม่ได้ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ผมต้องดูแลทั้ง ไรเดอร์ และผู้โดยสารอย่างสมดุลที่สุด
Maxim ประเทศไทย เร่งช่วยเหลือ: กลยุทธ์ประคับประคองรายได้
เพื่อตอบสนองสถานการณ์เร่งด่วน เราจึงได้ประกาศใช้หลายมาตรการควบคู่กัน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนขับรถน้ำมันหรือรถยนต์ไฟฟ้า เรามีทางออกสำหรับคุณ:
แพ็กเกจฟรีค่าคอมมิชชันรายวัน: สำหรับงานเดินทางระยะสั้น (Under 5 กม.) เราช่วยลดภาระต้นทุน โดยคนขับไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชันใด ๆ ทำให้รับรายได้เต็ม 100% จากค่าโดยสาร มาตรการนี้ได้ช่วยคนขับแล้วกว่า 3,000 ราย
แพ็กเกจค่าคอมมิชชันแบบเหมาจ่าย: สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนรายได้ เรามีแพ็กเกจเหมาจ่ายรายสัปดาห์หรือรายเดือน เพื่อลดความผันผวนรายวัน
โบนัสพิเศษสำหรับคนขับมีใบอนุญาต: คนขับที่ถือใบอนุญาตขับขี่รถส่วนบุคคล (รย.17) และรถสาธารณะ (รย.18) จะได้รับโบนัสรายวันเพิ่มเติม ช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยถึง 20% ต่อรอบงาน
เงินสนับสนุนช่วงสงกรานต์: สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย เราได้มอบเงินสนับสนุนพิเศษแก่คนขับที่ให้บริการในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อชดเชยต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นในช่วงที่มีความต้องการใช้บริการสูง
แคชแบ็กสำหรับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป: ถึงแม้จะมุ่งเน้นรถ EV แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งคนขับรถน้ำมัน เรามีการคืนเงินบางส่วนให้แก่ผู้ที่ใช้เชื้อเพลิงในช่วงวิกฤต เพื่อให้การใช้ รถยนต์ไฟฟ้า เป็นทางเลือกที่ดีกว่าอย่างชัดเจน
การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า: โอกาสสร้างรายได้ยั่งยืน (Year 2026 Strategy)
เราเชื่อว่าในระยะยาว การขับเคลื่อนด้วย รถยนต์ไฟฟ้า คือคำตอบสำคัญสำหรับทั้งเรื่องต้นทุนสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนทางธุรกิจ เพื่อเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เราจึงได้ออกกลยุทธ์ผลักดันให้คนขับหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม
ก้าวสำคัญในปี 2569:
ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แพลตฟอร์มได้ขยายการให้บริการฟรีค่าคอมมิชชันให้ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดหลักทั่วประเทศ ส่งผลให้คนขับ EV สามารถรับรายได้แบบเต็มจำนวน 100% ตั้งแต่นาทีแรกที่เริ่มงาน
ผลตอบรับที่ได้น่าพอใจอย่างยิ่ง ภายในสัปดาห์แรกหลังเปิดให้บริการฟรีค่าคอมมิชชัน ไรเดอร์ และคนขับรถยนต์ไฟฟ้า สามารถเพิ่มจำนวนออเดอร์ได้ถึง 9.8% โดยรวมแล้ว จำนวนออเดอร์ทั้งหมดบนแพลตฟอร์มยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงภาวะวิกฤตราคาน้ำมันอย่างที่คาดการณ์ไว้
สถิติที่น่าสนใจในปี 2569:
ปัจจุบัน สัดส่วน รถยนต์ไฟฟ้า บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นเป็น 14.6% ของจำนวนรถทั้งหมด
จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่เกิดการเติบโตสูงสุด ด้วยสัดส่วนรถ EV เพิ่มขึ้นถึง 11.2%
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นที่ 8.3%
จังหวัดหาดใหญ่: เพิ่มขึ้นที่ 7.7%
การเติบโตนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มาจากมาตรการที่เราวางไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ เรายังได้ร่วมมือกับพันธมิตรสถานีชาร์จ เพื่อสนับสนุนการใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้า ของคนขับพาร์ตเนอร์ โดยมอบสิทธิประโยชน์ด้านส่วนลดค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ราคาที่ต้องจ่าย: การปรับโครงสร้างค่าโดยสาร
ภายใต้สถานการณ์ต้นทุนที่พุ่งสูงเช่นนี้ เราต้องรักษาสมดุลระหว่างการให้บริการที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้โดยสาร และการสร้างรายได้ที่เป็นธรรมสำหรับคนขับ เรามุ่งมั่นรักษาค่าโดยสารให้คงที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราตระหนักว่าหากวิกฤตหนักขึ้น อาจจำเป็นต้องมีการพิจารณาปรับราคาในบางพื้นที่ ซึ่งเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้โดยสาร และยังคงสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับ ไรเดอร์ อย่างต่อเนื่อง
ในด้านของ ต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ผู้บริโภคกำลังกังวล แม้ว่าปัจจุบันราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอาจยังดูสูง แต่การเปลี่ยนแปลงของตลาดพลังงานกำลังผลักดันให้ราคาเหล่านี้เข้าถึงได้มากขึ้น และความประหยัดในระยะยาวกำลังเป็นปัจจัยหลักที่คนไทยเลือก
ตัวอย่างการตัดสินใจ: กรณีศึกษาตลาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมนี้ ผมได้พบเจอกับหลากหลายมุมมองจากลูกค้า บางคนเลือกที่จะรอ บางคนเลือกที่จะเปลี่ยน และหลายคนก็กังวลเรื่อง ราคา และความคุ้มค่าระยะยาว
ลองนึกภาพของคุณวิชัย เขาเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ตัดสินใจลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อต้นปี 2569 ยอมรับว่าตอนแรกก็กังวลเรื่องต้นทุนสูง แต่เมื่อคำนวณดูแล้ว ค่าใช้จ่ายรายเดือน จากการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าถูกกว่ารถน้ำมันเดิมถึง 40% ซึ่งเมื่อนำมาใช้กับแพลตฟอร์มของเรา ที่มีการสนับสนุนค่าชาร์จและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ก็ยิ่งทำให้รายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น และที่สำคัญ เขารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการลดมลพิษในเมืองท่องเที่ยวชื่อดังเช่นเชียงใหม่
มุมมองผู้บริหาร: ความท้าทายและความมุ่งมั่นของ Maxim
นายพงศ์พัฒน์ อักษราวรกานต์ กรรมการผู้จัดการ Maxim ประเทศไทย กล่าวว่า “วิกฤตราคาน้ำมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของคนขับ เราจึงออกมาตรการช่วยเหลือหลายด้านควบคู่กัน ตั้งแต่แคชแบ็กสำหรับคนขับรถสันดาป ไปจนถึงกะวิ่งงานแบบไม่หักค่าคอมมิชชันสำหรับคนขับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวเริ่มเห็นผลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ทั้งปริมาณออเดอร์และเสถียรภาพรายได้ของคนขับขยายตัวต่อเนื่อง”
อนาคต: การปรับตัวสู่ตลาดขนส่งยั่งยืน 2026
เราตระหนักดีว่าแนวโน้มตลาดรถยนต์ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ข้อมูลจากผู้ผลิตเอง เช่น