
เจาะลึกเบื้องหลัง Tridente: เมื่อความเร็วและความหรูพบกันที่อิตาลี – ฟินกับการทดสอบ Maserati Ghibli Hybrid, Levante และ GranTurismo
ด้วยประสบการณ์กว่าทศวรรษในวงการยานยนต์หรู ผมได้มีโอกาสสัมผัสและทดสอบรถยนต์จากแบรนด์ระดับตำนานมากมาย แต่การเดินทางครั้งนี้สู่ประเทศอิตาลีในฐานะตัวแทนสื่อมวลชนไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2017 นั้น นับเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน มันไม่ใช่แค่การรีวิวรถยนต์ แต่เป็นการเจาะลึกเข้าไปถึงรากเหง้าและจิตวิญญาณของแบรนด์ Maserati ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการโดย MGC Asia
ทริปครั้งนี้รวมผู้สื่อข่าวไทยและแขกวีไอพีเกือบ 40 คน ถูกจัดขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มต้นการเดินทางด้วยเครื่องบิน Airbus A380 เที่ยวบิน EK419 จากสนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าไปยังนครดูไบ ก่อนเปลี่ยนเครื่องไปยังสนามบิน Bologna ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์สปอร์ตและรถยนต์หรู
การเยือนใจกลางแห่ง Tridente: Maserati Modena Headquarter
ก้าวแรกที่มาถึงเมืองโบโลญญา ผมรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปยังยุคที่โลกแห่งความเร็วและความสง่างามได้ถือกำเนิดขึ้น เราเริ่มต้นทริปที่สำนักงานใหญ่และโรงงานของ Maserati ณ Viale Ciro Menotti, 322, 41100 เมือง Modena พื้นที่นี้มีความเป็นมาอันยาวนาน เริ่มตั้งแต่โรงงานเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1939 ด้วยกำลังการผลิตเพียงไม่กี่ร้อยคันต่อปี อาคาร 9 ชั้นที่ตั้งตระหง่าน พร้อมกับโชว์รูมขนาดใหญ่และลานจอดรถสำหรับแขกผู้มาเยือน เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 1997 ซึ่งเป็นปีที่คู่แข่งตลอดกาลอย่าง Ferrari เข้ามาช่วยกอบกู้วิกฤตและควบรวมกิจการเป็น Ferrari-Maserati Group
ในวันที่เราได้เข้าเยี่ยมชม ได้มีรถยนต์รุ่นเรือธงของ Maserati จอดเด่นอยู่บนแท่นวงแหวนยักษ์สีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์ ได้แก่ Maserati Gran Cabrio อันหรูหรา และที่สำคัญคือ Maserati Levante SUV รุ่นใหม่ล่าสุด นอกจากนี้ ยังมีรถแข่งในตำนานอย่าง Maserati MC12 Corsa รุ่นปี 2006 ที่จัดแสดงอยู่ด้วย โดยรถคันนี้ผลิตเพียง 12 คันทั่วโลก และรถต้นแบบอีก 3 คันสำหรับโปรโมท ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงมาก
MC12 Corsa เป็นเวอร์ชันที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขันในสนาม ตามกฎของสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) ในรุ่น GT ตัวถังได้รับการออกแบบโดย Frank Stephenson หัวหน้าฝ่ายออกแบบคอนเซ็ปต์ของ Ferrari Maserati Group ใช้เครื่องยนต์วางกลางเครื่องยนต์ V12 65 องศา 48 วาล์ว ขนาด 5,998 ซีซี รหัส M144A ซึ่งเป็นรุ่นพัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์ของ Ferrari Enzo ให้กำลังสูงสุด 755 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 710 นิวตัน-เมตร เปิดตัวในปี 2006 ด้วยราคาเริ่มต้น 1 ล้านยูโร แต่ล่าสุด ได้มีรายงานว่ารถคันนี้มีราคาสูงถึง 3 ล้านยูโรในตลาดรถมือสองที่สหรัฐอเมริกา เนื่องจากถูกผลิตขึ้นเพื่อการแข่งขันในสนามโดยเฉพาะ ไม่ได้มีการจดทะเบียนเพื่อวิ่งบนถนนสาธารณะ
ภายในสำนักงานใหญ่ ยังมีร้านขายของที่ระลึก Maserati Collection Shop ที่มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ไปจนถึงหนังสือเกี่ยวกับแบรนด์ Tridente ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยส่งเสริมความผูกพันระหว่างแบรนด์และลูกค้า
ชุมชนแห่งความหลงใหล: Panini Museum และการกอบกู้มรดก
หลังจากเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ เราได้เดินทางไปยังฟาร์ม Hombre เพื่อเยี่ยมชม Panini Museum พิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของ Umberto Panini ผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตชีสชื่อ Parmiggiano Reggiano แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของกิจการด้านอาหาร แต่ความรักและหลงใหลในรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ Maserati นั้นมากมายมหาศาล ถึงขั้นสะสมรถสปอร์ตในอดีตของ Maserati ไว้ถึง 22 คัน รายชื่อรถที่จัดแสดงได้แก่:
1934 Maserati 6C 34
1936 Maserati 6CM
1953 Maserati A6GCS 53 “Berlinetta”
1954 Maserati A6G 54 2000 Allemanno
1957 Maserati 250F V12 (รถแข่งที่ชนะการแข่งขันระดับโลกโดยเจ้าชายปีระฯ)
1958 Maserati 3500 GT
1958 Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO
1961 Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO
1961 Maserati TIPO 63 V12 Serenissima
1965 Maserati MISTRAL Coupe
1968 Maserati GHIBLI Coupe
1968 Maserati SIMUN Prototipo
1970 Maserati GHIBLI Spyder
1971 Maserati BORA
1974 Maserati TIPO 124 Italdesign Prototipo
1975 Maserati KHAMSIN
1980 Maserati MERAK SS Turbo Prototipo
1989 Maserati QUATTROPORTE Royale
1990 Maserati CHUBASCO Prototipo
1991 Maserati BARCHETTA Stradale Maquette
1996 Maserati GHIBLI Open Cup
2002 Maserati 3200 GT Trofeo
นอกจากรถยนต์ Maserati แล้ว ที่นี่ยังมีรถยนต์รุ่นหายากในอดีตของยี่ห้ออื่นๆ เช่น Cadillac Limousine จากวาติกัน, Mercedes Benz 300SL Gullwing, รถยนต์ Fiat, Alfa Romeo, Lancia และรถต้นแบบต่างๆ อีกด้วย!
เรื่องราวที่น่าทึ่งของพิพิธภัณฑ์นี้เกิดขึ้นในปี 1993 เมื่อ Fiat ได้เข้าซื้อกิจการ Maserati จากบริษัท DeTomaso บริษัทจึงได้ย้ายคอลเล็กชันทั้งหมดไปที่พิพิธภัณฑ์ของบริษัท รวมถึงงานมอเตอร์โชว์ที่ Bologna ทว่าในเดือนกรกฎาคม 1996 De Tomaso ได้ยืนยันสิทธิ์ในการขอคืนรถยนต์และเครื่องยนต์เหล่านั้นทั้งหมด ทำให้ Maserati ซึ่งมีงบประมาณจำกัด สามารถซื้อได้เพียงบางส่วนและเครื่องยนต์อีก 15 รายการเท่านั้น รถยนต์ที่เหลืออีก 19 คันจะต้องถูกนำไปประมูลที่ Brook Auction House ในกรุงลอนดอน
แต่ข่าวนี้ได้ไปถึงเทศบาลเมืองโบโลญญาหลายฝ่ายต่างรวมพลังกันเพื่อรักษาทรัพย์สมบัติของเมืองนี้ไว้ หนึ่งในผู้ที่เข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ได้ทันท่วงทีก็คือ Umberto Panini ซึ่งเขาสตัดสินใจซื้อรถทั้งหมดนี้ก่อนการประมูลไม่นาน และในท้ายที่สุดครอบครัว Panini ก็ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้คนได้เข้าชม ศึกษาหาความรู้ และเป็นสถานที่รวมตัวของคนรักแบรนด์ Maserati จากทั่วโลก
สำหรับผู้ที่สนใจอยากเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะเดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปีเท่านั้น แม้ว่าจะไม่มีการเก็บค่าเข้าชม แต่ต้องไปเป็นหมู่คณะที่มีสมาชิกมากกว่า 6 คนขึ้นไป และต้องจองวันและเวลาล่วงหน้า
โรงงานแห่งอนาคต: การผลิต Maserati Levante
หลังจากความประทับใจจากการเยือน Panini Museum เราได้เดินทางไปยังโรงงาน Mirafiori ในเมือง Turin เพื่อชมสายการผลิต Maserati Levante ซึ่งเป็นรถยนต์สปอร์ตยูทิลิตี้ (SUV) รุ่นแรกของแบรนด์ เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกทึ่งกับการบริหารจัดการและวิศวกรรมของ Fiat Chrysler Automotive (FCA)
โรงงาน Mirafiori ก่อตั้งขึ้นในปี 1937 สร้างเสร็จในปี 1939 แต่เนื่องจากผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โรงงานต้องเสียหายอย่างหนักกว่าจะกลับมาดำเนินการผลิตได้อีกครั้งก็ล่วงเข้าสู่ปี 1941 เป็นโรงงานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของ Fiat ซึ่งต่อมาได้ควบรวมกับ Chrysler กลายเป็น FCA โรงงานแห่งนี้เคยเป็นฐานการผลิตรถยนต์รุ่นสำคัญๆ ของแบรนด์ในอดีต ตั้งแต่ Fiat 500 Topolino, Fiat 600, Fiat Nuova 500 ไปจนถึงรถยนต์แบรนด์ Lancia อีกมากมาย
หลังจากการประท้วงเรื่องการปลดคนงานครั้งใหญ่ในปี 2004 และการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญตั้งแต่ปี 2013 ปัจจุบันนี้ โรงงาน Mirafiori มีพนักงานอยู่ราวๆ 1,200 คน และมีกำลังการผลิตรถยนต์เพียง