🔻 รับชมวิดีโอด้านล่าง 🔻
นิยามความหรูหราในห้องโดยสารสไตล์อังกฤษ
Lotus Emira ไม่ได้เป็นเพียงรถสปอร์ตที่มีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับภายในห้องโดยสาร ด้วยการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของผู้ขับขี่เป็นอันดับแรก แผงคอนโซลหน้าแบบโอบล้อม (Wrap-around) ผสานกับแผงประตูที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถอย่างแท้จริง ตลอดทั่วทั้งภายในห้องโดยสารเต็มไปด้วยวัสดุสัมผัสอ่อนนุ่ม (Soft-touch) ที่สะท้อนถึงงานฝีมืออันปราณีตของวิศวกรชาวอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบท้ายตัด ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบ Launch Control (เป็นอุปกรณ์เสริมในแพ็กเกจ Lotus Drivers Pack) และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ต่างได้รับการบรรจุไว้เพื่อมอบทั้งความสบายและความปลอดภัยสูงสุดเทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อและการฟังเพลงระดับออดิโอไฟล์
ศูนย์กลางแห่งเทคโนโลยีในรถ Emira คือหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว ที่ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง ควบคู่ไปกับจอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่แบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว นอกจากนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple CarPlay เป็นมาตรฐาน และพิเศษสำหรับผู้ที่หลงใหลในเสียงเพลง ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจาก KEF แบรนด์ออดิโอไฟล์ชื่อดังระดับโลก ได้รับการติดตั้งเพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่บริสุทธิ์ที่สุดพื้นที่จัดเก็บอเนกประสงค์
ถึงแม้จะเป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูง แต่ Lotus Emira ก็ยังคงไว้ซึ่งความอเนกประสงค์ พื้นที่ด้านหลังของเบาะนั่งมีขนาดความจุถึง 208 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการจัดเก็บสัมภาระต่างๆ และพื้นที่เก็บของหลังเครื่องยนต์ขนาด 151 ลิตร ยังสามารถจุกระเป๋าเดินทางขนาดมาตรฐานหรือถุงกอล์ฟได้อย่างสบาย
เครื่องยนต์ทางเลือกที่หลากหลาย: V6 สุดคลาสสิก สู่ i4 เทอร์โบใหม่ล่าสุด
Lotus Emira มาพร้อมเครื่องยนต์ 2 รูปแบบหลัก โดยในรุ่นแรกที่จะวางจำหน่าย คือ ‘First Edition’ ซึ่งผลิตในจำนวนจำกัด มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตรซุปเปอร์ชาร์จ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 400 แรงม้า และแรงบิด 420 นิวตันเมตร ทำให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 4.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 288 กม./ชม. นอกจากนี้ ในปี 2569 นี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษที่โลตัสได้นำเสนอเครื่องยนต์ใหม่ โดยเป็นการร่วมมือกับ Mercedes-AMG ซึ่งก็คือเครื่องยนต์ ‘i4’ แบบสี่สูบ ขนาด 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลัง 360 แรงม้า ซึ่งมอบทั้งพละกำลังที่เหลือเฟือและความประหยัดน้ำมันที่ดีกว่าเดิมราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดไทย
สำหรับตลาดประเทศไทย ราคาจำหน่ายของ Lotus Emira มีดังนี้: | รุ่นรถ | ราคาขาย (บาท) | | :— | :— | | Lotus Emira i4 BASE EDITION | 7,990,000 | | Lotus Emira i4 FIRST EDITION | 9,290,000 | | Lotus Emira V6 FIRST EDITION | 11,900,000 | อนาคตยานยนต์ไฟฟ้ากับแผนธุรกิจ Vision 80 การมาถึงของ Lotus Emira ถือเป็นอีกก้าวสำคัญตามนโยบาย Vision 80 ของแบรนด์โลตัส ซึ่งวางเป้าหมายให้แบรนด์มีวิวัฒนาการไปสู่ความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม โดยภายในอีก 5 ปีจากนี้ (2565-2570) โลตัสจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ทั้งรถสปอร์ตและรถยนต์นั่งอย่างน้อย 5 รุ่น เพื่อตอบรับกระแสยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 2 ประตู, 4 ประตู และรถเอสยูวี ซึ่งคาดว่าจะพร้อมเดินสายพานการผลิตได้อย่างเต็มรูปแบบในช่วงปลายปี 2567
จะซื้อ รอ หรือเช่า? การตัดสินใจทางการเงินสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่
การที่โลตัสกำลังจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในอนาคตอันใกล้ ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจว่า “ผู้บริโภคควรตัดสินใจอย่างไรในตอนนี้?” สำหรับ ผู้บริโภคที่กำลังมองหารถสปอร์ตสมรรถนะสูง

